สังคายนาธุรกิจทบ.รายได้เข้าคลัง


เพิ่มเพื่อน    

  "บิ๊กแดง" สังคายนาธุรกิจกองทัพ ส่งที่ดินทหารกว่าล้านไร่ให้คลังดูแล รื้อรายได้โรงแรม-สนามกอล์ฟ-สนามมวย-สนามม้า-ปั๊มน้ำมันแบ่งเข้าแผ่นดิน จับตา 18 ก.พ.ประชุม ผบ.เหล่าทัพวางกฎเหล็กทหารเกษียณต้องออกจากบ้านพักหลวง "เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร" รับให้ "นายพลส้มหวาน" อยู่บ้าน ศรภ.ต่อ เหตุเคยทำประโยชน์ให้กองทัพ "เสธ.โหน่ง" ประกาศไขก๊อกพ้น กก.บริหารพรรค "อนค." เซ่นปมร้อน ลั่นสิ้น มี.ค.ย้ายบ้านออกจากค่ายทหาร "ธนาธร" ชมเปาะมีสปิริต "พท." ตามบี้ "บิ๊กตู่" คืนบ้านหลวงด้วย

    ที่กองทัพบก วันที่ 17 ก.พ. เวลา 10.00 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นตัวแทนกองทัพบกลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ในโครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบกร่วมกับกรมธนารักษ์ มีนายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นตัวแทนกรมธนารักษ์  กระทรวงการคลัง เพื่อให้การใช้ที่ราชพัสดุของกองทัพบก ประกอบด้วย ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง ในการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบกเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก ดำเนินการภายใต้กรอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการ เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ประกาศ ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2548 เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้า ตลาดนัด กิจการสโมสร สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนกองทัพบก 
    นอกจากนี้ เพื่อปรับรูปแบบการจัดสวัสดิการภายในของกองทัพบกในบางกิจการเป็นการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ซึ่งการกำกับดูแลของกองทัพบกแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ กรณีปกติทั่วไป เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้าตลาดนัด เป็นต้น ให้เรียกเก็บค่าเช่า ค่าธรรมเนียม ตามอัตราที่กำหนดตามระเบียบและคำสั่งที่ใช้บังคับ ณ เวลานั้น 2.การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจกรณีพิเศษ ได้แก่ สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนให้เรียกเก็บค่าเช่าค่าธรรมเนียมตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
    จากนั้นเวลา 11.30 น. นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุม 
    นายประสงค์กล่าวว่า ตั้งแต่ พล.อ.อภิรัชต์ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ได้หารือกับกรมธนารักษ์  โดยเริ่มจัดการเรื่องร้านค้าสวัสดิการ 7-11 ในกองทัพภาคที่ 1 ก่อน และเมื่อขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ก็ได้จัดการร้าน 7-11 ในกองทัพบกขึ้น สิ่งเหล่านี้จะอยู่ในระบบการเช่า โดยใช้พื้นที่เชิงธุรกิจกับกรมธนารักษ์ เมื่อได้ดำเนินการมาและเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ จึงได้คุยกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้การทำสวัสดิการเชิงธุรกิจเกิดขึ้น เช่น โรงแรมที่สวนสนประดิพัทธ์ จากเดิมกองทัพบกเริ่มจากสวัสดิการที่ดูแลทหารที่เจ็บป่วยและกำลังพลที่ไปพักผ่อน จากนั้นก็จะมีญาติของทหารและผู้ที่รู้จักเข้ามาพักจึงกลายเป็นเชิงธุรกิจ จึงมองว่าจะทำอย่างไรให้ถูกต้องในส่วนอื่นด้วย เช่น  ปั๊มน้ำมัน สนามมวย สนามกอล์ฟ
    "ก่อนที่จะลงนามในร่างเอ็มโอยู ผบ.ทบ.ได้ตรวจร่างเอ็มโอยูประมาณ 1 เดือนครึ่ง วันนี้ถือเป็นวันที่ประสบความสำเร็จและลงนามร่วมกัน ซึ่งที่ดินในส่วนที่เป็นเชิงธุรกิจในการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจจะต้องส่งคืนให้กรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์ก็จะเข้าไปบริหารจัดการเชิงธุรกิจ ขณะที่รายได้ก็จะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน" นายประสงค์กล่าว
ที่ดินทหารล้านไร่คืนคลัง
    ด้าน พล.อ.ธีรวัฒน์กล่าวว่า หลังจากนี้กองทัพบกจะยื่นโครงการต่างๆ ให้กรมธนารักษ์พิจารณาว่า  ในแต่ละโครงการจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ยืนยันคือไม่ว่าจะดำเนินการในลักษณะใด เช่นจะเป็นลักษณะสวัสดิการภายในหน่วยหรือสวัสดิการเชิงธุรกิจ กำลังพลและครอบครัวของกองทัพบกยังคงได้รับสิทธิ์ที่จะได้รับค่าใช้บริการในราคาต่ำและได้รับการลดราคา  การดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ทั้งสถานพักฟื้นพักผ่อน สนามกอล์ฟ ไม่ได้มีเฉพาะกองทัพบกไทย แต่กองทัพบกต่างประเทศเช่นกองทัพบกสหรัฐฯ ก็มีโรงแรมและสนามกอล์ฟเช่นกัน 
    "สิ่งที่กองทัพบกทำในวันนี้คือทำให้เกิดความถูกต้อง สามารถที่จะตรวจสอบได้ โปร่งใส รายได้ภายหลังจากที่เราจ่ายกับกรมธนารักษ์แล้ว ก็นำเงินเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก โดยกองทัพบกก็มีระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในกองทัพ พ.ศ.2554 เงินเหล่านี้ก็จะมาดูแลกำลังพล  เช่นทุนการศึกษาบุตร ดูแลสวัสดิการให้กำลังพลชั้นผู้น้อย" เสนาธิการทหารบกกล่าว
    ถามถึงสัดส่วนการแบ่งรายได้ ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมายของกรมธนารักษ์ทุกประการ แต่ละธุรกิจมีการคิดสัดส่วนไม่เท่ากัน เนื่องจากบางธุรกิจมีกำไรน้อย ส่วนแบ่งก็จะอยู่ในระดับหนึ่ง อีกทั้งต้องมองทำเลและมูลค่าที่ดินเป็นส่วนประกอบ เช่นปั๊มน้ำมันของกองทัพบกที่มีจำนวนร้อยกว่าปั๊ม ก็จะมีการประเมินมูลค่าที่ดิน ทรัพย์สิน และราคาเช่าที่ควรจะเก็บ ในส่วนของตลาดนัดภายในหน่วย กองทัพบกและกรมธนารักษ์จะลงพื้นที่เพื่อพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ทั้งนี้ในส่วนของปั๊มน้ำมันกองทัพบก กรมธนารักษ์จะแบ่งสัดส่วนกลับคืนให้กองทัพบกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2.5 ถึงร้อยละ 5  ขึ้นไป และบางอย่างก็ร้อยละ 7.5
    ซักว่าในส่วนที่ดินของกองทัพบกมีจำนวนเท่าไหร่ที่จะต้องดูแล ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า  เป็นจำนวนเกือบล้านไร่ที่ต้องดูแล รวมถึงพื้นที่ที่เกษตรกรหรือประชาชนเข้ามาเช่า กรมธนารักษ์ก็ต้องเข้าไปดูแล ซึ่งจะควบคุมทั้งหมดทั้งสนามมวย สนามกอล์ฟ โรงแรมที่เข้าข่ายเชิงธุรกิจ 
    "ผมยังตอบไม่ได้ว่ากิจการเชิงธุรกิจของกองทัพบกได้กำไรกี่พันล้าน เพราะต้องใช้ความพยายามและเวลาเป็นปีกว่าที่จะเดินทางถึงตรงนี้ที่จะเริ่มทำเอ็มโอยู และทำเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง โดยมีมืออาชีพเข้ามาดูแลก็จะเกิดความโปร่งใส" ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว
    เมื่อถามว่าที่ดินกองทัพบกมีการจ่ายให้กรมธนารักษ์อย่างไร นายประสงค์กล่าวว่า ถ้าเป็นที่ดินหลวงไม่มีการจ่ายให้กรมธนารักษ์ แต่กองทัพบกขอให้ช่วยว่าในที่ที่มีประชาชนบุกรุก 7 แสนไร่ หากไปขับไล่ออกมาก็จะหาว่าทหารรังแก จึงให้กรมธนารักษ์ไปทำสัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปี เพื่อให้อยู่ในระบบและควบคุมไม่ให้มีการบุกรุก ทำให้มีรายได้เข้าแผ่นดินมากขึ้นและมีความโปร่งใสมากขึ้น เนื่องจากทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ สิ่งที่กองทัพบกตัดสินใจเดินมานี้ ตนขอชื่นชมที่เดินหน้าในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็มีเหล่าทัพอื่นเริ่มติดต่อเข้ามา เพื่อทำเรื่องสวัสดิการเชิงธุรกิจให้เป็นระบบมากขึ้นเช่นกัน  และนายกรัฐมนตรีก็สนับสนุนเรื่องนี้
    พล.อ.ธีรวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจการบางอย่างเป็นเชิงธุรกิจแต่บางอย่างก็ไม่ใช่ ซึ่งต้องเข้าใจว่าการลงนามวันนี้เป็นการแก้ไขปัญหาพื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของกองทัพบก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องสวัสดิการที่ถือเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ในขณะที่สโมสรกองทัพบกถือเป็นเรื่องภายใน แต่ถ้าเข้าข่ายสวัสดิการเชิงธุรกิจที่สามารถจับต้องได้เช่นเดียวกับกิจการอื่นๆ ของกองทัพ อาทิ โรงแรม  สนามมวย ก็จะเข้ากฎของกรมธนารักษ์ 
เหล่าทัพถกบ้านพักหลวง
    มีรายงานว่า ในวันที่ 18 ก.พ. เวลา 10.00 น.จะมีการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพที่กองทัพเรือ มี  พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.,   พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร., พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาท ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ร่วมประชุม โดยก่อนการประชุมจะมีการประชุมคณะผู้บัญชาการทหาร ซึ่งจะมี พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ  ปลัดกระทรวงกลาโหมเข้าร่วม โดยจะหารือกับ ผบ.เหล่าทัพเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้วให้ออกจากบ้านพักหลวง ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด 
    "เบื้องต้นจะยึดตามระเบียบเดิมคือ เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วจะต้องออกจากบ้านพักหลวง ส่วนระเบียบใดที่ล้าหลังเกินไปอาจจะปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสม ในขณะที่สวัสดิการต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของเหล่าทัพ หากเข้าข่ายเป็นกิจการเชิงธุรกิจต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลัง และคาดการณ์ว่าหลังจบการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพแล้ว พล.อ.พรพิพัฒน์จะแถลงข่าวด้วยตนเอง" แหล่งข่าวระบุ
    วันเดียวกัน พล.ท.อภิสิทธิ์ นุชบุษบา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กล่าวถึงกรณี พล.ท.พงศกร  รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เกษียณราชการไปแล้วแต่ยังพักบ้านหลวงว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและพบว่า พล.ท.พงศกรได้อาศัยอยู่ที่บ้านพัก ภายในศูนย์บัญชาการรักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เนื่องจากก่อนเกษียณอายุราชการเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2559
    "พล.ท.พงศกรหลังเกษียณได้ขอผ่อนผันอาศัยชั่วคราว และอนุมัติเป็นปีต่อปี ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาอนุมัติถึงเหตุผลและความจำเป็นแล้วว่า พล.ท.พงศกรเคยทำประโยชน์ให้แก่กองทัพ และยังไม่มีความพร้อมเพราะยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง โดย พล.ท.พงศกรจะคืนสิทธิที่พักอาศัยต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ตามที่เคยทำกันมา เบื้องต้นทราบว่าจะคืนสิทธิที่พักอาศัยเร็วๆ นี้" เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารกล่าว 
    รายงานข่าวจากกองทัพไทยระบุว่า หาก พล.ท.พงศกรต้องการย้ายออกก็สามารถย้ายออกได้ทันที  โดยไม่จำเป็นต้องทำหนังสือแจ้งกองทัพไทยแล้ว
    ขณะที่ พล.ท.พงศกรโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า "เนื่องจากปฏิบัติราชการอยู่ต่างประเทศ จึงเพิ่งทราบข่าวทางประเทศไทยเกี่ยวกับตัวผม ดังนั้นจึงขอเรียนเพื่อนๆ สมาชิกโดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยว่า 1.ผมขออภัยที่ไม่ได้แจ้งเรื่องการยังพักในหน่วยทหารให้สาธารณชนทราบตั้งแต่แรก เนื่องจากอยู่ในช่วงเตรียมตัวย้ายออก 2.เพื่อให้การย้ายออกมีความชัดเจนขึ้น ผมจึงจะทำหนังสือแสดงความต้องการคืนบ้านพักภายในวันที่ 31 มีนาคมศกนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับวงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 3.ขอลาออกจากกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ และหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นหากมีต่อพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จึงเรียนมาเพื่อทราบ ทั้งนี้จะได้แจ้งต่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศแล้วอีกครั้งหนึ่ง"
    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กในเวลาต่อมาเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินใจของ พล.ท.พงศกร ว่าตอกย้ำความตั้งใจจริงของพรรคอนาคตใหม่ในการปฏิรูปกองทัพ ตอนหนึ่งว่า "เสธ.โหน่งไม่ได้ทำให้เราผิดหวัง ตั้งแต่เข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคก็ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดทำนโยบายปฏิรูปกองทัพ รวมถึงจัดทำร่างพระราชบัญญัติระเบียบการรับราชการทหาร ฉบับแก้ไข หรือที่รู้จักในนาม พ.ร.บ.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ทั้งหมดนี้ เสธ.โหน่งทำ ทั้งในฐานะทหารผู้ผ่านประสบการณ์ เห็นปัญหาภายในกองทัพที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ต้องการให้ทหารเป็นทหารอาชีพ กลับเข้ากรมกอง ยุติการแทรกแซงการเมืองซึ่งมีแต่จะลดเกียรติภูมิของกองทัพลง และในฐานะประชาชนผู้รักความเป็นธรรม อยากเห็นการรัฐประหารหมดไปจากประเทศไทย"
'ธนาธร' ชมสปิริต เสธ.โหน่ง
    "อย่างไรก็ดีเมื่อเกิดกรณีบ้านพักของ เสธ.โหน่ง กระทั่งทำให้ เสธ.โหน่งตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งการเร่งคืนบ้านพักของราชการภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ผมเองก็คารวะในน้ำใจ ในความรับผิดชอบต่อพรรค สมาชิกพรรค และประชาชนผู้ให้การสนับสนุนการปฏิรูปกองทัพ ผมในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ น้อมรับคำวิจารณ์ และขออภัยพี่น้องประชาชนทุกท่านอีกครั้งต่อกรณีที่เกิดขึ้น ผมหวังว่าการแสดงความรับผิดชอบของพลโทพงศกรจะเป็นการยืนยันความตั้งใจจริงของเราที่จะปฏิรูปกองทัพ ยุติระบบอภิสิทธิ์ของทหารระดับสูงและธุรกิจแอบแฝงในค่ายทหาร"
    นายธนาธรระบุว่า "พลโทพงศกร รอดชมภู จะยังคงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของพรรคอนาคตใหม่ในสภา ผลักดันการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งมีก้าวแรกคือการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ผมหวังว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่อยากเห็นสังคมไทยเจริญก้าวหน้า เห็นกองทัพที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพเท่าทันโลก จะเดินร่วมกับเรา ผลักดันการปฏิรูปกองทัพเป็นวาระแห่งชาติให้ได้เพื่ออนาคตใหม่ที่ดีกว่าของลูกหลานเรา"
    ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท. กล่าวถึงกรณี ผบ.ทบ.ระบุให้ทหารเกษียณแต่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศสามารถอยู่บ้านพักทหารว่า ทหารที่เป็นนายสิบกับจ่าไม่ได้ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองเลยหรืออย่างไร เหตุใดจึงมีแค่นายพลเท่านั้นที่มีสิทธิ์อยู่ต่อในบ้านพักของกองทัพได้ เป็นตัวอย่างหนึ่งของปัญหาความเหลื่อมล้ำในกองทัพ ที่เป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกรณีจ่าคลั่งปล้นปืนไปยิงชาวบ้าน ก็เพราะเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและความเครียดจากเรื่องทำนองนี้ 
    "ถ้าทุกฝ่ายไม่ต้องการให้ความตาย 30 กว่าศพที่โคราชต้องสูญเปล่า ควรถือโอกาสนี้ในการสังคายนากองทัพเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องโชว์สปิริตด้วยการย้ายออกจากบ้านหลวงทันที เพื่อแสดงให้คนอื่นในกองทัพเห็นเป็นตัวอย่างว่า ขนาดเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ยังรู้จักเสียสละให้ลูกน้อง โดยการย้ายครอบครัวออกจากบ้านพักของทางราชการทันที" ีรองโฆษกพรรค พท.กล่าว 
    เธอกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงในกองทัพให้เห็นเป็นตัวอย่าง ด้วยการย้ายข้าวของออกจากบ้านพักของราชการทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาไล่ ซึ่งทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องใช้จิตสำนึกมากหน่อย และต้องสะกดคำว่าเสียสละให้เป็น โดยขณะนี้คนทั้งสังคมกำลังจับตามองอยู่ว่า พล.อ.ประยุทธ์สะกดคำว่าเสียสละเป็นหรือไม่
    ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ตั้งกระทู้ถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  ถึงมาตรการความพร้อมในการรับมือเหตุวิกฤติร้ายแรงในพื้นที่ต่างๆ ภายหลังเกิดเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมาว่า สิ่งที่ประชาชนยังวิตกกังวลและคาใจคือ แต่ละจังหวัดมีความพร้อมป้องกันภัยเหตุร้ายแรงในทุกด้านอย่างไร ขณะผู้ก่อเหตุมีเพียงคนเดียวยังเสียเวลาระงับเหตุมาก หากมีผู้ก่อเหตุ 5-10 คน จะทำอย่างไร อาจจะยึดจังหวัดได้ รวมถึงมีมาตรการควบคุมอาวุธสงครามอย่างไร โดยเฉพาะกับหน่วยงานที่นำอาวุธสงครามนั้นมาใช้  
    พล.อ.อนุพงษ์ชี้แจงว่า กรณีกราดยิงที่ จ.นครราชสีมาเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นบทเรียนที่จะต้องมีมาตรการรองรับ ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องไปกำหนดแนวทางป้องกันเหตุร้ายในลักษณะนี้เพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ให้เร็วที่สุด 
    "การนำอาวุธสงครามมาใช้ก่อเหตุได้อย่างง่ายๆ นั้น ปกติแล้วในกองร้อยจะแยกคลังอาวุธกับคลังกระสุนเก็บไว้คนละสถานที่ แต่ผู้ก่อเหตุเมื่อไปถึงก็ยิงเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าคลังอาวุธและคลังกระสุนเลย กะเอาให้ตายเพื่อเอาอาวุธและกระสุนออกมา จากนั้นได้ขับรถหนีมาและยิงกราดไปตลอดทาง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการบันดาลโทสะ แต่เป็นเรื่องทางสภาวะจิตใจ จึงไม่อยากให้โทษทหารในเรื่องที่เกิดขึ้น" รมว.มหาดไทยกล่าว
 


"เคอร์ฟิว"! ตั้งแต่ ๔ ทุ่ม-ตี ๔ "ทั่วประเทศ" ตั้งแต่วันนี้ (๓ เม.ย.) เป็นต้นไป ไปถึงไหน? ถึงเมื่อ คณาจารย์แพทย์ บอกนายกฯ ว่า

เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'