จ่อฟันหมออุ้มบุญ โยงแก๊งจ้าวหลาน


เพิ่มเพื่อน    


    สบส.ขยายผลแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ พบสถานพยาบาล 9 แห่งพัวพัน โดยมีแพทย์ 4 คนอยู่ในข่ายกระทำความผิด อยู่ระหว่างสอบสวน หากพบผิดจริงมีโทษทั้งจำทั้งปรับตามกฎหมายอุ้มบุญ  
    เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติว่า จากการที่ สบส.ได้ขยายผลตรวจสอบหลักฐาน หาความเชื่อมโยงร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นอาจมีสถานพยาบาลที่เข้าข่ายว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิด จำนวน 9 แห่ง แพทย์ จำนวน 4 ราย และบุคลากรที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 
    นพ.ธเนศกล่าวว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ สบส.อยู่ระหว่างตรวจผลการตั้งครรภ์ของผู้รับจ้างตั้งครรภ์แทน จำนวน 7 ราย รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ของเด็กที่พบในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ราย ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ก็จะมีโทษ ดังนี้ 1) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ขออนุญาตดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2) ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3) เป็นคนกลาง นายหน้า โดยเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการรับตั้งครรภ์แทน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    ส่วนยาและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบสถานที่ที่เกิดเหตุ ทาง ปคม.ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ตรวจสอบยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ และเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ว่ามีการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งในเบื้องต้นพบการกระทำผิด 3 ข้อหา ดังนี้ 1) ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท 2) ขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 3,000 บาท และ 3) ผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการ มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
    เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. นำกำลังปูพรมตรวจค้น 10 จุดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามแผนปฏิบัติการ stop children born-หยุดการกำเนิดเด็ก ทลายเครือข่ายแม่อุ้มบุญที่รับจ้างตั้งครรภ์ ก่อนจะส่งเด็กทารกไปยังประเทศจีน ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมนายจ้าวหลาน หัวหน้าแก๊ง ในข้อหา “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า” นอกจากนี้ยังจับกุมหญิงรับจ้างตั้งครรภ์โดยการฝังตัวอ่อนอีกจำนวนหนึ่ง
    พล.ต.ต.ต่อศักดิ์เปิดเผยว่า การทำผิดดังกล่าว สืบสวนพบเป็นขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีนายทุนชาวจีนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจัดหาหญิงสาวมารับจ้างตั้งครรภ์ จัดหาที่พัก ตรวจสุขภาพ จนกระทั่งไปคลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนมาหลายเดือน พบว่าทำมาตั้งแต่ปี 2555 โดยจะมีนายหน้ามาติดต่อหญิงสาวเพื่อรับอุ้มบุญ หรือรับจ้างตั้งครรภ์ ตกลงราคาตั้งแต่ 4-6 แสนบาท แต่หากเป็นลูกแฝดจะได้มากกว่านี้ แต่หลังจากประเทศไทย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ขบวนการนี้จึงเปลี่ยนเส้นทาง โดยให้หญิงสาวที่รับจ้างอุ้มบุญไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศเพื่อนบ้านและกลับมาประเทศไทย และเมื่อใกล้ครบกำหนดคลอดก็จะเดินทางไปคลอดที่ประเทศจีน ก่อนแม่เด็กจะเดินทางกลับมาเพียงลำพัง จากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประสานผ่านช่องทางต่างประเทศไปยังทางการจีน ว่าเด็กที่คลอดจากแม่อุ้มบุญไปอยู่ที่ไหน อย่างไร.


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'