'หน่อย' โผล่สภาฯติวเข้ม 18 ขุนพลเพื่อไทยซักฟอก 6 รมต.


เพิ่มเพื่อน    

20 ก.พ.63 - เมื่อเวลา เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา เกียกกาย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมประชุมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า มาเป็นกำลังใจและช่วยสนับสนุนข้อมูลบางเรื่อง ซึ่งมีการรวบรวมและทำงานร่วมกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ผู้ที่จะอภิปรายมีการเตรียมข้อมูลมาอย่างดี มั่นใจว่าจะทำให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริง3 เรื่อง คือ 1.ความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 2.การออกนโยบายที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เอื้อกลุ่มนายทุนใหญ่ เกิดปัญหารวยกระจุกจนกระจาย และ 3.ประเด็นการทุจริต

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขออย่ามองว่าฝ่ายค้านมีความขัดแย้งกัน ที่ผ่านมาฝ่ายค้านทำงานร่วมกันเป็นทีมมาโดยตลอด ขอขอบคุณร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ที่มาเป็นหัวหน้าทีมเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ และถือว่ามีความเหมาะสม

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าข้อมูลของฝ่ายค้านจะสามารถดำเนินการเอาผิดทางอาญากับรัฐมนตรีได้อย่างน้อย 4 ใน 6 คนที่ถูกอภิปรายนั้น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบก่อน แต่ยืนยันว่า มีการดำเนินคดีหลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วอย่างแน่นอน

จากนั้นในเวลา13.30น.คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ขึ้นไปประชุมที่ห้อง301 ร่วมกับ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค และตัวแทนส.ส.ของพรรคที่จะทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ผู้อภิปรายในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยมีทั้งสิ้น 18 คน หลังจากนายสมพงษ์ กล่าวนำอภิปรายเสร็จสิ้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม จะอภิปรายเป็นคนแรก โดยใช้ข้อมูลของคณะกรรมการกิจการพิเศษที่ได้รวบรวมไว้ จะอภิปรายเนื้อหาไปตามข้อเท็จจริง ตามความผิดที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นไว้ในญัตติ มีทั้งเรื่องการบริหารประเทศผิดพลาด ความฉ้อฉล การช่วยเหลือพวกพ้อง ซึ่งทุกความผิดเราไม่อาจปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่บริหารประเทศต่อไปได้ ทั้งนี้หลังการอภิปราย จะมีการตัดเนื้อหาอภิปรายเป็นส่วนๆไม่ยาวมากนัก ในรูปแบบคลิป เพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้ติดตามช่วงอภิปราย ได้รับฟังข้อมูล

นายสุทินกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ จะต่างจากอดีตที่จะใช้ซุปเปอร์สตาร์ 5-6 คน อภิปรายคนละ 2-3 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้ จะทำงานเป็นทีมเวิร์ค มีการตัดเนื้อหาออกมาเป็นส่วนๆ ไม่ลากยาว เพื่อให้ไม่น่าเบื่อ ผู้อภิปรายทั้ง 18 คน จะใช้เวลา 20 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ส่วนผลต่อเนื่องหลัการอภิปรายจะยื่นเอาผิดคดีอาญาต่อไปได้หรือไม่นั้น ขณะนี้เราพบการทุจริต 2 รูปแบบ คือ 1.การทุจริตที่มีเงินทอน มีใบเสร็จไม่น้อยกว่า 6 กรณีที่สามารถยื่นต่อป.ป.ช. เพื่อเอาผิดทางอาญาได้ แต่จะขอรอฟังการชี้แจงของรัฐมนตรีก่อน หากเคลียร์ในประเด็นใดได้ก็จะไม่ยื่นเอาผิด 2.การทุจริตที่ไม่มีใบเสร็จ แต่เป็นการทุจริตเชิงโครงสร้าง เป็นระบบให้เกิดการทุจริตในระยะยาว จัดโครงสร้างให้ทุนใหญ่ ถือว่าเรื่องนี้เป็นการทุจริตที่ร้ายแรงกว่าแบบที่มีใบเสร็จ

“มั่นใจว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีพรรคร่วมรัฐบาลยื่นคำขาดเหมือนสมัยพรรคพลังธรรมยื่นต่อพรรคประชาธิปัตย์ แล้วพบจุดจบในเวลาต่อมา เรามั่นใจว่า การอภิปรายครั้งนี้จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก”นายสุทินกล่าว


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก