อัยการแจงยิบปม 'ให้งดการสอบสวน' คดีกระทืบจ่านิว!


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

20 ก.พ. 63 - จากกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารจากทางพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี มีเนื้อหากล่าวถึงพนักงานอัยการคดีอาญามีนบุรี มีคำสั่งว่าให้งดการสอบสวน ในคดีมีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 4 คน รุมทำร้าย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จนได้รับบาดเจ็บ ที่ปากซอยรามอินทรา 109 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 28 มิ.ย. 2562 เนื่องจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นผู้ใด สภาพกล้องวงจรปิดไม่เห็นหน้าคนร้ายชัดเจนเพียงพอในการออกหมายจับ และหลักฐานการไล่กล้องไม่สามารถทราบได้ว่าคนร้ายมีที่อยู่หรือหลบหนีที่อยู่ได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน แล้วมีหลักฐานบ่งชี้ได้ว่า ผู้ใดกระทำผิดก็จะทำการออกหมายจับคนร้ายและดำเนินคดีต่อไป 

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในข้อเท็จจริงเกิดคดีอาญาขึ้น คนที่มีหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน เอาตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฏหมายเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถ้ามีคดีอาญาเกิดขึ้น จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ รู้ตัวผู้กระทำความผิดและไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด (สำนวนมุมดำ) ในประเด็นที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น กรณีของจ่านิวถูกทำร้าย ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ หน้าที่สืบสวนคนทำร้ายย่อมต้องเป็นของตำรวจที่จะต้องไปหาตัวคนทำมาให้ได้ แต่กฎหมายยังระบุอีกว่า หากมีการสืบสวนสอบสวนเป็นเวลาพอสมควรแล้ว ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้าย สำนวนจะไม่ได้อยู่กับตำรวจไปตลอด 

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 บัญญัติไว้ว่า ในสำนวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำ ถ้าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนไปแล้วชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายก็ให้เสนองดการสอบสวนไปยังอัยการ ถ้าอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ แต่ได้พยายามเต็มที่แล้ว และยังไม่มีจุดเชื่อมต่อในการหาคนร้าย อัยการก็จะมีคำสั่งให้งดการสอบสวน ซึ่งก็คือหยุดการสอบสวนไม่ชั่วคราว ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่ได้เป็นการมีคำสั่งว่าใครผิดหรือใครถูก แต่ภายในอายุความตามกฎหมาย ถ้ารู้ว่าใครเป็นผู้กระทำ หรือมีผู้แจ้งเบาะแส ตำรวจก็จะต้องหยิบยกสำนวนขึ้นมาทำ กลายเป็นสำนวนรู้ตัวผู้กระทำผิด

โดยในสำนวนรู้ตัวผู้กระทำผิดก็จะมี 2 กรณี คือรู้ตัวแต่ยังไม่สามารถตามเอาตัวมาได้อย่างคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ก็จะมีการส่งสำนวนมาให้อัยการสั่งฟ้องและออกหมายจับ ตำรวจก็มีหน้าที่ไปตามจับกุมตัวในอายุความ ส่วนอย่างที่สองคือ คดีที่รู้ตัวผู้กระทำผิดและไปตามจับกุมตัวมาได้ จะเห็นอย่างคดี นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ ฆ่าชิงทอง ที่เรารู้ตัวคนร้ายก็สามารถทำสำนวนตามปกติ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 140 บัญญัติไว้ว่าเมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน เห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด และความผิดนั้นมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี ให้พนักงานสอบสวนงดการสอบสวน และบันทึกเหตุที่งดนั้นไว้ แล้วให้ส่งบันทึกพร้อมกับสำนวนไปยังพนักงานอัยการ

ถ้าอัตราโทษอย่างสูงเกินกว่าสามปี ให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ พร้อมทั้งความเห็นที่ควรให้งดการสอบสวน

ถ้าพนักงานอัยการสั่งให้งด หรือให้ทำการสอบสวนต่อไป ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามนั้น.


เมื่อวาน เปิดเฟซ....... เห็นภาพที่คุณ Aks Imaginate โพสต์ไว้ ชอบใจมาก เป็นภาพหนังสือพิมพ์ตั้งๆ จำนวนมาก ไม่ได้แกะเชือกมัด โรงพิมพ์ส่งมาสภาพไหน ก็ยังคงอยู่ในสภาพนั้น ไม่ได้ขายเลย

ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'