UNช่วย‘พ่อทอน’ที ลากลูกสาว9ขวบคลุกการเมือง/ส้มหวานแพแตก'ชัช'รอสอยนับสิบ


เพิ่มเพื่อน    

 

เรื่องนี้ต้องถึงสหประชาชาติ "ธนาธร" ลากลูกสาววัย 9 ขวบคลุกการเมือง อ่านจดหมายเขียนถึง UN ช่วยพ่อฉันหน่อยเถอะ พ่อฉันไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนข้อที่ 6  ว่าด้วยเรื่องของการได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เป็นธรรม ขณะที่ส้มหวานแพแตก "ชัช เตาปูน" ยันติดต่อมาถึง 10 คน ขณะที่แกนนำพลังประชารัฐเผยไม่มีการทาบทาม แฟลชม็อบธรรมศาสตร์มาไปไปไว ยังจุดไม่ติด

    หลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคืนวันเดียวกัน บรรดาแกนนำและส.ส.ของอนาคตใหม่ รวมทั้งมวลชน ปักหลักชุมนุมที่อาคารไทยซัมมิท มีการปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญและรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และในช่วงหนึ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งคณะอนาคตใหม่ ได้อ่านข้อความเป็นภาษาอังกฤษ โดยระบุว่าเป็นจดหมายที่ลูกสาววัย 9 ขวบได้ส่งอีเมลถึงองค์การสหประชาชาติ ( UN) ช่วงก่อนวันศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีอิลลูมินาติ  มีเนื้อหาว่า 
    “ถึงสหประชาชาติ ฉันเป็นเด็กอายุ 9 ขวบ กำลังจะ 10 ขวบแล้วนะ ฉันมาจากประเทศไทย ฉันชื่อไอริ ฉันเขียนอีเมลฉบับนี้เพื่อคุณพ่อของฉันที่กำลังต่อสู้เพื่อสิทธิของเขา ที่มีปัญหาในประเทศไทยเกี่ยวกับรัฐบาลของเรา บางส่วนของรัฐบาล (จริงๆ ก็หลายส่วนเลย) ไม่เป็นธรรมต่อพ่อของฉันเท่าไร
    พ่อของฉันไม่ได้รับสิทธิมนุษยชนข้อที่ 6 ซึ่งก็คือสิทธิที่ว่าด้วยเรื่องของการได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เป็นธรรม ต่อหน้ากฎหมาย ปัญหาก็คือพ่อฉันมีพรรคการเมืองที่จ๊าบที่สุด และพวกเขากำลังจะยุบพรรคการเมืองของพ่อฉัน ซึ่งฉันคิดว่า พ่อของฉันไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าไร และหวังว่าพวกคุณจะเห็นด้วยกับฉัน ดังนั้น มาช่วยพ่อของฉันหน่อยเถอะ พ่อของฉันกำลังต้องการความช่วยเหลือ ขอแสดงความนับถือ” จาก ไอริ
    ทั้งนี้ ก่อนอ่านจดหมายดังกล่าว นายธนาธรกล่าวว่า การเขียนจดหมายฉบับนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว กรณีของอิลลูมินาติ วันนั้นลูกสาวของผมได้เดินทางไปที่งานด้วย ลูกสาวของผมอายุ 9 ขวบ เขาไม่เคยรู้เรื่องการเมือง เพราะผมไม่เคยไปบอกเล่าให้ลูกสาวฟังว่าผมทำอะไรอยู่ มีแต่บอกคร่าวๆ ว่าผมกำลังตั้งพรรคการเมือง แต่ไม่ได้บอกถึงมรสุมที่เราเผชิญ หลังจบจากงานที่ธรรมศาสตร์ เขาเดินออกมาเขียนจดหมายหา UN 
    นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ว่าจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังท้องถิ่นไท แต่ยังไม่ได้คุยกันอย่างจริงจัง ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้ติดต่อไปก่อน แต่มีบางคนที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
    เมื่อถามว่าคนที่ติดต่อเข้ามามีจำนวนถึง 10 คนหรือไม่ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทตอบว่า ก็มีถึงขนาดนั้น ซึ่งก็ยังไม่แน่นอน เพราะยังมีอีกตั้งหลายพรรคอยู่ที่พวกเขา แต่ถ้าเขามาพรรคเราก็ยินดีต้อนรับ ซึ่งประกาศตัวชัดเจนเมื่อไหร่นั้น ตนยังไม่มั่นใจ เพราะเขาอาจจะต้องหาที่ที่สบายใจ ก็ขึ้นอยู่กับตัว ส.ส. เราไปพูดอะไรมากไม่ได้ เขาจะเสียหาย
    ถามว่าหากมี ส.ส.ย้ายเข้าเพิ่มกับพรรคจำนวนมาก จะทำให้ส.ส.พึงมี กับ ส.ส.ของพรรคไม่สอดคล้องกัน นายชัชวาลล์ยืนยันว่า ไม่น่าจะมีปัญหาดังกล่าว เพราะทุกคนเข้ามาแล้วร่วมกันทำงาน ก็น่าจะเป็นเรื่องดี ดีกว่าที่เราจะมีไม่มีคน
ไม่มีสัญญาณปรับ ครม.
    ซักว่า หาก ส.ส.พรรค อนค.มาร่วมงานกับพรรคมากขึ้น จะส่งผลทำให้ทางพรรคได้ตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายชัชวาลล์ กล่าวว่า มันก็พูดยาก แต่ตนก็อยากเข้าไปบริหาร ถ้าผู้มีอำนาจเขาไม่แต่งตั้ง แล้วจะทำอย่างไร ต้องอยู่ที่เขาด้วย ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้มีการส่งสัญญาณถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้ตำแหน่ง ตนก็ยังร่วมรัฐบาลอยู่ เพราะอยากให้ประเทศชาติเดินหน้า ไม่ได้คิดอะไรมากมาย
    "ถ้าสมัยหน้าพรรคเราเลือกเข้ามาได้ ส.ส.เยอะ เราก็ต้องเอา เพราะหากเสียงมากขึ้น คนอยู่กับเรามากขึ้น และมองว่าเราสามารถทำงานได้ เราก็ทำ และเราอยากทำสิ่งที่เราถนัด อย่างพรรคของตนทำงานเกี่ยวกับท้องถิ่นได้อย่างสบาย รู้ปัญหาต่างๆ อะไรที่ผิดระเบียบ ถ้าสามารถแก้ไขก็เดินหน้าได้ ซึ่งเรื่องของท้องถิ่นนั้น หากได้ทำงานอย่างเต็มที่ก็จะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้ ส่วนถึงขั้นต้องได้ตำแหน่งระดับรัฐมนตรีว่าการมหาดไทยหรือไม่นั้น คงไม่ต้องถึงขนาดนั้น แค่รัฐมนตรีช่วยฯ ก็พอ” นายชัชวาลล์กล่าว
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี? และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคว่า เป็นเรื่องของศาล เราไม่ไปก้าวล่วง เป็นไปตามรูปคดี เราไม่ได้ไปคิดไปทำอะไร ตนไม่ได้ดูเรื่องนี้
    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงเรื่องการปลุกระดมลงถนนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ต้องว่าไปตามกฎหมาย เมื่อกฎหมายมีอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ถ้าเขาทำได้ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ทำไม่ได้ ถ้าขออนุญาตก็ทำได้ 
    "ไม่ต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษ เขาก็ขออนุญาตและดำเนินการได้ ถ้าไม่ไปกีดขวางการจราจร จะไปวุ่นวายอย่างไร ถ้าเขาขออนุญาตก็ไม่วุ่นวาย เรามีคนที่ดูแลให้ความปลอดภัยทุกฝ่าย"
    เมื่อถามว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าผู้กำกับเรื่องนี้จะไม่ได้เห็นจุดจบที่เขาอยากเห็น รองนายกฯ ตอบว่า เขาคิดไปเอง 
    ถามต่อว่า คิดว่าผู้กำกับหมายถึงใคร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า  จะไปรู้เหรอ ต้องไปถามเขา มาถามตนได้อย่างไร ซึ่งเขาคิดไปเองว่ามีผู้กำกับ 
    ซักว่า คิดว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อประชาธิปไตยของประเทศไทยในสายตาต่างประเทศหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ของใครก็ของมัน รัฐธรรมนูญใครก็รัฐธรรมนูญมัน เราก็ทำตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง เราไม่ได้ไปเอารัฐธรรมนูญคนนั้นคนนี้มาใช้ เราก็ว่าไปตามรัฐธรรมนูญของไทย ทุกอย่างที่รัฐบาลทำไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญเลยซักอย่าง ทำตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง
    ถามว่า ขณะนี้มี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่มาขออยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มี แต่เราก็เปิดกว้าง ใครอยากจะมาอยู่ก็อยู่ ใครไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา ยืนยันยังไม่มีใครต่อสายมา มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว
เกรงความขัดแย้งบานปลาย
    ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลังและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ดูเป็นเรื่องๆ ไป เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคที่เปิดกว้างในเรื่องแนวความคิดตั้งแต่แรก ซึ่งเราประกาศไว้ และยึดมั่นตามอุดมการณ์ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีใครติดต่อมาทางตน
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ไม่ได้ทาบทามใคร และไม่ทราบเรื่องนี้ เพิ่งจะมีคำพิพากษายุบพรรคไปเมื่อวันที่ 21 ก.พ. คงเป็นข่าวลือที่มีจำนวนมากในขณะนี้ และยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการรับสมาชิกจากพรรคอนาคตใหม่ ส่วนใครต้องการจะมาค่อยคุยกัน
     นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลบโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ที่ให้ความเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ว่า เหตุผลที่นายกรัฐมนตรีลบโพสต์ดังกล่าวออกทุกช่องทาง เนื่องจากมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์นั้นจำนวนมาก จนเกิดการตอบโต้กันไปมา อีกทั้งความคิดเห็นมีเนื้อหาสร้างความขัดแย้ง พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่อยากให้ความขัดแย้งเกิดบานปลาย จึงตัดสินใจลบโพสต์ดังกล่าว และหลังจากนี้ นายกฯ จะไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก
    ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่? พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึก สงสาร เอ็นดู และอยากให้กำลังใจอนาคตใหม่ทุกคน  
    ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปราศรัยว่า ส.ส.ที่ไปอยู่พรรคใหม่จะใช้สีประจำพรรคสีอะไรก็ได้ แต่อย่าใช้ศรีนวลนั้น? น.ส.ศรีนวลระบุสั้นๆ ว่า เป็นความคิดเห็น?
    นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ บอกว่า ขอให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ทุกคน ให้มีกำลังกายและใจในการช่วยเหลือบ้านเมืองอย่างสร้างสรรค์ และอย่าลงถนน สร้างความปั่นป่วนในบ้านเมือง แต่มาร่วมกันแก้ไขปัญหาการเมืองในระบบรัฐสภาดีกว่า เชื่อว่าทุกคนรู้กฎหมาย จะไม่ทำความผิด เพราะทุกวันนี้ก็มีคดีมากพออยู่แล้ว
    นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า? ในฐานะคนรุ่นใหม่ ในฐานะเพื่อน ส.ส.ด้วยกัน รู้สึกเป็นห่วง และด้วยความปรารถนาดีจากตน ถ้ามากับตน ตนไม่มีเงินให้ยืม ยังต้องรับบริจาคตามกฎหมายพรรคการเมือง เราอยู่อย่างนกน้อยทำรังแต่พอตัว เป็นพรรคเล็กที่ดูแลเพื่อนสมาชิกอย่างหนูแฮมเตอร์ ดูแลถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างไม่ผิดกฎหมาย
    "การเดินเกมทางการเมือง 10 ปี เราก็รอได้ ตอนนี้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุ 41 อีก 10 ปีก็ 51 ยังหนุ่มอยู่ ช่วงนี้เลี้ยงลูกไปก่อน" นายมงคลกิตติ์ระบุ
"ปารีณา"งอน"สิระ"
    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แสดงความเสียดายต่อความรู้ความสามารถของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่จะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานกรรมาธิการชุดนี้แล้ว รวมถึง น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่เคยเป็นกรรมาธิการชุดนี้ด้วย ซึ่งจากที่เคยได้ทำงานกับนายปิยบุตร ก็รู้สึกเสียใจที่วันนี้ไม่ได้ร่วมงานกันแล้ว โดยที่ผ่านมากรรมาธิการได้สร้างผลงานช่วยประชาชนหลายเรื่อง
    "ผมกับคุณปิยบุตรและคุณช่อทำงานร่วมกันในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ด้วยดีมาตลอด ทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติหลายเรื่อง จะคิดถึงสิ่งดีๆ ในช่วงเวลาที่อยู่ทำงานร่วมกันตลอดไปนะครับ และอยากฝากไว้ว่า ท่านเสียใจ ผิดหวังได้ แต่ควรทบทวนและเรียนรู้จากความผิดพลาดแทนการกล่าวโทษ ซึ่งผมเชื่อว่าคุณปิยบุตรเป็นวิญญูชนที่จะสร้างประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ หากใช้ความรู้ ความสามารถไปในทางที่ถูกต้อง" นายสิระกล่าว
         ต่อมา น.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊ก “ปารีณา ไกรคุปต์” ระบุว่า โกรธสิระ จะไปเสียใจเรื่องอะไรกับปิยบุตรพ้น ส.ส. เรื่องคนมีความรู้ไม่เถียง แต่คนมีความรู้แล้วยังจะทำผิดกฎหมายคือไร ส่วนการทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการก็ไม่เหมาะสม เพราะมีผู้ที่เหมาะสมมากกว่ามากมาย และปิยบุตรเองถูกกล่าวหาคดีอาญามากมาย ทำผิดกฎหมายถูกยุบพรรค จะไปยุติธรรมอะไรกับใครเล่า วันนี้สัมมนาที่พัทยา 2 วัน ลาร่วมกิจกรรมในพื้นที่อาทิตย์นี้นะคะ
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีอะไรเป็นพิเศษกับพรรคอนาคตใหม่ จะมีความผูกพันกันบ้างก็เฉพาะกับนายปิยบุตร ซึ่งเป็นเพื่อนกับน้องสาวคนเล็ก คุณจริยา เสนพงศ์ ผู้นำกลุ่มกรีนพีซ สมัยเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเมื่อนายปิยบุตรเข้ามาเป็น ส.ส.ในสภา ก็ได้รู้จักคุ้นเคยกัน และได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งพบว่าเป็นนักการเมืองที่มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ 1.เป็นคนรุ่นใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่ที่ไฟแรง มุ่งมั่นทำงานการเมืองอย่างแน่วแน่  2.เป็นนักอภิปรายในสภาที่มีข้อมูล เนื้อหาสาระ และท่วงทำนองการอภิปรายที่น่าฟังคนหนึ่ง 3.เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่มีผลงานมากที่สุด ได้นำเสนอผลงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ต่อสภาผู้แทนราษฎรหลายเรื่อง จึงน่าเสียดายที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไป 
    "พรรคอนาคตใหม่คงขาดผู้นำพรรคที่เข้มแข็งในสภา ทำให้การทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลมีผลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.นี้ ขอให้กำลังใจสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ในการต่อสู้ทางการเมืองต่อไป หากเห็นว่ากฎหมายพรรคการเมือง ไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความชัดเจนในข้อกฎหมาย ก็สามารถใช้สิทธิ์ ส.ส.ที่ยังเหลืออยู่อีก 65 คน เสนอแก้ไขต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ ผมคนหนึ่งที่พร้อมจะร่วมเสนอแก้ไขด้วย เพราะกฎหมายพรรคการเมืองยังมีข้อบกพร่องที่จะต้องแก้ไขในหลายประเด็น เช่น เงินบริจาคหรือรายได้ของพรรค การเก็บค่าสมาชิกพรรค การจัดตั้งสาขาพรรค และการไพรมารีโหวต ฯลฯ จึงขอสนับสนุนให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ต่อสู้ทางการเมืองต่อไป ขอให้เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เพราะการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือคำตอบบ้านเมือง และเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในโลก" นายเทพไทกล่าว
หวั่นส้มหวานลงถนน
    นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดเป็นห่วงไม่ได้ ไม่อยากให้สถานการณ์บานปลายไปสู่การชุมนุมทางการเมือง ลงถนนสร้างความวุ่นวายจนเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงอยากให้แกนนำพรรคอนาคตใหม่เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาได้บริหารงานทางการเมืองผิดพลาดจนนำไปสู่การยุบพรรคเอง ดังนั้นจึงอยากให้แกนนำพรรคอนาคตใหม่ใช้กรณีนี้เป็นบทเรียน แล้วอดทนรอเพื่อกลับมาทำงานทางการเมืองร่วมกันอีกครั้ง เหมือนกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับกรรมการบริหารพรรคอื่นๆ ที่ถูกคำสั่งยุบพรรคก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักไทย หรือพรรคพลังประชาชน เป็นต้น 
    "ในระหว่างนี้ก็ปล่อยให้สมาชิกพรรคที่ยังมีสถานะเป็น ส.ส.อยู่ใช้ช่องทางในสภาเพื่อสานต่ออุดมการณ์และนโยบายสำคัญๆ ที่พรรคอนาคตใหม่ได้หาเสียงไว้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปเคลื่อนไหวนอกสภาอย่างที่ประกาศไว้" ส.ส.ราชบุรีแนะ
    นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผยว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะนี่มันคือสงคราม ประชาธิปไตยกับเผด็จการ องคาพยพฝ่ายเผด็จการทรราช มีสรรพกำลังพร้อมสรรพ ทั้งนายทุน ขุนศึก ศักดินา อำมาตย์ ข้าราชการระดับสูง องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม พรรคการเมืองบางพรรค นักการเมืองหลายกลุ่ม หลายคน การจัดกระบวนทัพเป็นระบบ มีรูปแบบ มีพิมพ์เขียว จากคณะเสนาธิการ ทุกก้าวย่างและการกระทำออกมาจากวอร์รูมของมันสมองชั้นเลิศ
         ฝ่ายประชาธิปไตย 7 พรรคฝ่ายค้านและมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย แม้จะมีมากกว่าฝ่ายเผด็จการ 3 ใน 4 ส่วน แต่ขาดการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างมีเอกภาพ ไม่มีวอร์รูม ต่างคนต่างทำ ต่างพรรคต่างขับเคลื่อน จึงไร้พลังที่จะต่อกรกับฝ่ายเผด็จการ หากไม่เปลี่ยนแปลงแนวรบ เปลี่ยนวิธีการต่อสู้ ยังคงสู้ในกรอบและวิธีการแบบเดิมๆ ในกฎโจรกบฏ เช่นที่เป็นอยู่ นอกจากจะไม่มีวันชนะเผด็จการซ่อนรูปได้แล้ว ฝ่ายประชาธิปไตยและแกนนำฝ่ายประชาธิปไตยจะค่อยๆ ถูกกำจัดออกไปทีละพรรค ทีละคน จนไม่มีทางชนะเผด็จการได้อีกต่อไป ผลลัพธ์คือ คนไทย ประเทศไทย จะถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการฟาสซิสต์ ถูกกดขี่ ข่มเหง ให้เป็นทาส ไพร่ ชั่วลูกชั่วหลานตลอดไป
         "การยุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และยุบพรรคอนาคตใหม่วันนี้ พอหรือยังกับบทสรุปแห่งสงคราม ที่มีแต่คนโง่ เท่านั้นที่สู้แบบเดิมๆ ในกฎ กติกาของโจรกบฏแบบเดิมๆ รู้ว่าแพ้และจะแพ้ซ้ำซากเช่นนี้ต่อไป     ฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรค และอนาคตใหม่ที่พึ่งถูกยุบ อย่าท้อแท้ อย่าหวั่นไหว อย่าหวาดกลัว จงรีบสรุปบทเรียนแห่งสงคราม"
แฟลชม็อบมาไวไปไว
     เขาเชิญชวนเหล่านักสู้ เหล่าผู้กล้า ฝ่ายประชาธิปไตยทุกท่านจงหลอมรวมจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตย รวมพลังเป็นหนึ่ง ลุกขึ้นสู้กับระบอบเผด็จการอย่างทระนง ไม่ยอมก้มหน้ารอรับความปรานีจากเผด็จการ ช่วยกันและกันล้างมรดกบาปแผ่นดินให้สิ้น ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย สร้างโครงสร้างของประเทศใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย นำมาซึ่งสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพให้บ้านเมืองของเรา เพื่อลูกหลานของเราทุกคนเถิด
    เย็นวันเดียวกันนี้ ?ที่ลานโพธิ์? มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์? ท่าพระจันทร์? สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ( สนท.)นำโดย น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานฯ รวมตัวกันจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ "ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม แฟลชม็อบ" บริเวณลานปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการทวงคืนความยุติธรรม หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่กรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี
    โดยมีมวลชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมกัน และร่วมกันเขียนข้อความแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ? และไม่เห็นด้วยต่อการยุบพรรคอนาคตใหม่ ?ผ่านป้ายผ้าที่ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งแต่ละคนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ต่างแต่งกายหลากหลาย โดยมีบางรายสวมใส่เสื้อที่สัญลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่ 
    อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ของกิจกรรมในวันนี้? มีการสลับกันปราศรัยของตัวแทนนักศึกษา?หลายคน ทั้งประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และกล่าวถึงการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่? ที่มองว่าไม่ยุติธรรม รวมทั้งถูกลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ จากนั้นได้ร่วมกันจุดเทียนเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการทวงคืนความยุติธรรมด้วย 
    ขณะที่การดูแลความสงบเรียบร้อย พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้มีการจัดกำลังเป็นพิเศษในการดูแล เพราะเป็นการจัดภายในสถานที่ส่วนบุคคล แต่ก็จะเฝ้าระวังโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์แล้วน่าจะยังไม่มีอะไรน่าห่วง และเบื้องต้นจะไม่มีการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่ 
    ทั้งนี้ บรรยากาศของการจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนที่จะยุติการจัดกิจกรรมในเวลา 19.00 น.


คนร่วมชุมนุม "ม็อบสามสัส" ระยะหลังดูจะออกอาการเซ็งๆ เห็นโพสต์บ่น....ไรวะ"เย็นนัดชุมนุม-ค่ำให้กลับไปกินนมนอน"!แบบนี้ มันคงจบหรอกนะ ที่ "รุ่นเรา" น่ะมันน่าจะไปจบที่ "คุก" ซะก่อนมากกว่า!

ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'