เงียบกว่าที่คิดไว้ สายตรงบิ๊กแดง ทบ.แจงความลับ


เพิ่มเพื่อน    

 สายตรง "บิ๊กแดง" เงียบกว่าที่คิด เพราะกำลังพลยังไม่มั่นใจ หวั่นเดือดร้อนภายหลัง ขณะโฆษก ทบ.ยันมีเรื่องร้องเรียน แต่จำนวนเท่าไหร่ค่อนข้างเป็นเรื่องลับ เนื่องจาก ผบ.ทบ.ได้ให้ทีมงานเฉพาะเป็นผู้ดำเนินการ 

    เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีมีการนำข้อมูลปัญหากำลังพลกองทัพบกมีปัญหาเกี่ยวกับการซื้อขายบ้านและที่ดิน มานำเสนอพาดพิงหน่วยงานทำให้เกิดความเสียหายและกระทบภาพลักษณ์ว่า โดยส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ในส่วนของกรมสวัสดิการทหารบก โดยกิจการออมทรัพย์เป็นเพียงสนับสนุนทุนให้กู้ยืม ภายใต้กรอบวงเงินและกฎระเบียบที่กำหนดให้กับบรรดาสมาชิก
    เขากล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เปิดช่องทางเพื่อให้กำลังพลได้สะท้อนปัญหามาที่ส่วนกลาง แต่ยังพบว่ามีกำลังพลบางส่วนที่มีปัญหา แต่อาจยังไม่ได้ใช้ช่องทางนี้ และได้ใช้ช่องทางอื่นที่เสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน  โดยรับฟังมาจากแหล่งข้อมูลด้านเดียว และไม่ตรงข้อเท็จจริงพร้อมทั้งนำไปขยายความผ่านสื่อ ส่งผลให้สังคมเข้าใจตัวองค์กรผิด
    พ.อ.วินธัยกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ออกมาระบุว่าที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร เป็นพื้นที่ของกรมสวัสดิการทหารบกนั้น ขอชี้แจงว่า ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะกรมสวัสดิการทหารบกไม่สามารถดำเนินธุรกิจซื้อขายที่ดินได้ เนื่องจากใม่ใช่บทบาทหน้าที่
    "มีความพยายามบิดเบือนว่ากองทัพบก โดยกรมสวัสดิการทหารบก เป็นผู้ไปซื้อต่อมาจากทรัพย์สินของธนาคาร มาขายให้กำลังพลตามที่ปรากฏเป็นข่าว ใครก็ตามที่ให้ข้อมูลไปลักษณะนี้ถือว่าบิดเบือน ซึ่งเป็นเรื่องของบุคคลที่ฉ้อโกงกัน เหมือนในหลายกรณีที่มีข้อพิพาทเรื่องที่ดินกันของบุคคลทั่วไป ที่สามารถใช้ช่องทางของกฎหมายปกติดำเนินการได้อยู่แล้ว และเชื่อว่าถ้าผู้เกี่ยวข้องเป็นกำลังพลของกองทัพบก ทางหน่วยงานต้นสังกัดคงพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม " 
    พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ไม่อยากให้ใช้กระบวนการอื่นๆ มากดดัน เพราะนอกจากไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาอย่างแท้จริงแล้ว อาจกลายเป็นเพิ่มปัญหาได้ โดยเฉพาะการหมิ่นประมาทกล่าวหาให้ร้ายจนมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร ทั้งๆ ที่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของบุคคลกระทำต่อกันเอง จึงขอสังคมได้โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังเรื่องที่พาดพิงกองทัพบกในช่วงนี้
    มีรายงานข่าวว่า ภายหลัง พล.อ.อภิรัชต์เปิดสายตรงให้กำลังพลร้องเรียนปัญหาหมายเลข 0-2018-7330 ทุกเรื่องคือความลับ ทุกถึงเรื่อง ผบ.ทบ.นั้น ปรากฏว่าไม่มีกำลังพลมาใช้ช่องทางดังกล่าวดังที่ควรจะเป็น โดยเลือกใช้ช่องอื่น เช่น ทนายอัจฉริยะ สื่อ และโซเชียลมีเดีย โดยเกิดจากสาเหตุกำลังพลไม่เชื่อมั่นในช่องทางดังกล่าวว่าหากร้องเรียนแล้วจะได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงานในภายหลัง
    อย่างไรก็ตาม พ.อ.วินธัยยืนยันว่า ขณะนี้มีกำลังพลมาร้องเรียนผ่านช่องทางดังกล่าว แต่จะเป็นจำนวนเท่าไหร่หรือเรื่องอะไรบ้างนั้น ค่อนข้างเป็นเรื่องลับ เนื่องจาก ผบ.ทบ.ได้ให้ทีมงานเฉพาะเป็นผู้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียน และส่งถึง ผบ.ทบ.โดยตรง
    สำหรับกรณีมีกำลังพลร้องเรียนผ่านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กรณีซื้อบ้านในที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร และมีเรื่องขัดแย้งกันอยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องเกิดขึ้นมา 2 สัปดาห์กว่าแล้ว ก่อนที่ ผบ.ทบ.จะเปิดสายตรงให้ร้องเรียนอย่างเป็นทางการ และเชื่อว่ากรณีนี้อาจเป็นเรื่องหนึ่งที่อยู่ในระบบสายตรงของ ผบ.ทบ.แล้ว
    พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกเดินหน้าปรับปรุงและพัฒนางานด้านกิจการสวัสดิการกำลังพลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของผู้บัญชาการทหารบก ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมาปรากฏข่าวเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการและการดำเนินกิจการสวัสดิการของกองทัพบกว่ามีการดำเนินการไม่เหมาะสม กำลังพลบางส่วนได้รับความเดือดร้อน มีการตั้งข้อสังเกตและกล่าวถึงกิจการสวัสดิการในแง่มุมต่างๆ ซึ่งสร้างความสับสน เข้าใจผิดให้กับประชาชนและกำลังพลของกองทัพบกในหลายประเด็น
    ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบกให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ เพื่อให้เกิดความกระจ่างในทุกข้อสงสัย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของกำลังพล ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบให้รองผู้บัญชาการทหารบกลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินกิจการสวัสดิการของ ทบ.” ขึ้น โดยคณะกรรมการฯ มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบกิจการสวัสดิการของกองทัพบกโดยรวม สามารถเรียกบุคคลหรือเอกสารเพื่อตรวจสอบ ส่วนหน่วยทหารต้องให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวกให้ รวมทั้งอาจมีการตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพิ่มเติมได้ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะเสนอแนะแนวทางหรือมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับกิจการสวัสดิการ นำเรียนต่อผู้บัญชาการทหารบกต่อไป
    ทั้งนี้ กองทัพบกให้ความเร่งด่วนกับการตรวจสอบ โครงการบ้านสวัสดิการทุกประเภทที่กำลังเป็นที่สนใจในขณะนี้ โดยเฉพาะโครงการที่กองทัพบกบริหารโครงการเอง โครงการบ้านธนารักษ์ ( ก่อสร้างบ้านในที่ดินราชพัสดุ) นอกจากนี้ยังมีโครงการในลักษณะที่เอกชนบริหารหรือบุคคลภายนอกจัดทำขึ้น แล้วกำลังพลไปซื้อบ้านเอกชน ด้วยการขอกู้เงินจากกิจการออมทรัพย์ของกรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งภายหลังเกิดข้อพิพาทระหว่างกำลังพลกับเอกชน แล้วมีการนำไปร้องเรียนตามช่องทางต่างๆ
    การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯ ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการล่าสุด ที่สอดคล้องกับนโยบายปรับปรุงงานด้านกิจการสวัสดิการกำลังพล ตามที่ผู้บัญชาการทหารบกได้ประกาศไว้ อย่างไรก็ตาม กองทัพบกมีแนวทางชัดเจนในการบริหารจัดการเรื่องสวัสดิการกำลังพล ที่จะต้องดำเนินไปตามระเบียบของทางราชการอย่างถูกต้องโปร่งใส กำลังพลได้รับประโยชน์เต็มที่อย่างแท้จริง และไม่ตกเป็นเครื่องมือ หรือมีการสมยอมในกระบวนการแสวงประโยชน์จากกิจการสวัสดิการใดๆ ทั้งสิ้น.
 


"เคอร์ฟิว"! ตั้งแต่ ๔ ทุ่ม-ตี ๔ "ทั่วประเทศ" ตั้งแต่วันนี้ (๓ เม.ย.) เป็นต้นไป ไปถึงไหน? ถึงเมื่อ คณาจารย์แพทย์ บอกนายกฯ ว่า

เมื่อ 5-12 เข้ามาแทน 7-11
"โรงหมอ-กระทรวง"ร่วมโรค
ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'