'ช่อ'ลั่นอย่าคิดว่าลงถนนเป็นเรื่องเลวร้ายมั่นใจ65ส.ส.ไม่ทิ้งอุดมการณ์


เพิ่มเพื่อน    

23 ก.พ.63-น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตส.ส.บัญชีรายขื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่  กล่าวถึงการย้ยายพรรคของ 65 ส.ส.อดีตพรรค อนค.ว่า ในฐานะที่ตนถูกตัดสิทธิไปด้วยแล้วหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรค คงไม่สามารถพูดแทน ส.ส.ซึ่งเคยเป็น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้ ผู้แทนราษฎรของพรรคคงต้องตัดสินใจกันยังจะเดินไปด้วยกันสู่พรรคไหนอย่างไร ในฐานะอดีตกรรมการบริหารพรรคเราได้พูดกันมาหลายครั้งแล้วว่าเราหวังว่าผู้แทนราษฎรของเราจะยังเดินไปเป็นกลุ่มก้อนอุดมการณ์เดียวกัน แต่แน่นอนว่าการตัดสินใจก็เป็นของผู้แทนราษฎรของพรรคเอง เราก็ได้แต่เชื่อมั่นและหวังว่าพวกเขาจะเดินไปร่วมกันเพราะฉะนั้นเรื่องไปอยู่พรรคไหน อย่างไร ต้องไปถามแต่ละคน

ถามถึงการทำงานของอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า การทำงานของคณะอนาคตใหม่ก็อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว อนาคตใหม่เคยประกาศไว้ว่าเราไม่ได้ต้องการแค่ชนะเลือกตั้ง แต่ว่าต้องการปักธงทางความคิดด้วย ในเมื่อพรรคถูกยุบไปเหลือเพียงกลุ่มเป็นคณะอนาคตใหม่ การทำงานทางความคิดยังจะเดินหน้าต่อไป การรณรงค์เพื่อให้นโยบายที่เราเคยหาเสียงไว้ในฐานะอนาคตใหม่เป็นจริงเราก็ยังคงดำเนินการต่อไปแต่ทำในนามของประชาชนทั่วไปที่ย่อมมีความคาดหวังทางการเมืองเหมือนๆ กับคนอื่นที่มีความคิดเหมือนกันก็มารวมตัวกันก็รณรงค์ร่วมกันไป รวมถึงเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นด้วยคณะอนาคตใหม่ก็จะผลักดันต่อไป  โดยการทำกิจกรรมและรณรงค์ของคณอนาคตใหม่ก็ยังคงเน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่เหมือนที่พรรคอนาคตใหม่เคยทำและเคยพิสูจน์แล้วว่าไม่ว่าจะคนอายุ 18 หรือ 80 ปีหากแนวคิดตรงกันก็สามารถมาร่วมกันได้ เราทำงานเรื่องแนวความคิดไม่ใช่ว่าจะทำงานเฉพาะกับเด็ก หรือวัยรุ่นแต่จะรณรงค์ทางความคิดกับคนทุกกลุ่มทุกวัย

เมื่อถามถึงความชัดเจนของการทำงานคณะอนาคตใหม่  น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ต้องหาเวลาคุยกันตอนนี้ยังมีงานธุรการต้องจัดการหลังจากมีคำสั่งให้ยุบพรรค หลังจากนั้นจึงจะมานั่งคุยกันจริงจังวางแผนของคณะอนาคตใหม่ว่าช่วงปีที่เหลือจะทำอะไรบ้าง

ซักถึงแนวคิดจะมีรวมตัวลงถนนหรือไม่  น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พูดกันหลายครั้งแล้วว่าสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้การรับรองรามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเวลาที่พูดว่าจะลงถนนหรือไม่ก็ไม่อยากให้คิดว่าเป็นเรื่องเลวร้าย หรือจะเป็นเรื่องป่วนเมือง ที่ผ่านมามีการแสดงออกโดยการชุมนุมหลายครั้ง ทุกครั้งก็เห็นว่าสงบเรียบร้อยไม่ได้ก่อให้เกิดความเดิอดร้อนสังคมโดยรวม ดังนั้นคิดว่าการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อสภาพการณ์ในสังคม ต่อรัฐบาล ตราบใดที่ยังอยู่ในขอบเขตของกฎหมายประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการใช้สิทธินั้นในฐานะพลเมือง
 


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"