"เจเค"ยิ้มรับหงส์แรงจ่อทุบสถิติเพิ่ม


เพิ่มเพื่อน    

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยอมรับว่า มาตรฐานของทีมตนอยู่ในระดับที่เหลือเชื่อเกินกว่าคาดไว้ หลังทาบสถิติเดิมของสโมสรที่ชนะคู่แข่งติดต่อกันสูงสุดได้สำเร็จแล้ว ด้วยการคว่ำ เวสต์แฮม ได้ เมื่อคืนวันจันทร์ จากนี้ขอชนะอีกไม่เกิน 4 นัด ก็จะได้ฉลองแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษสมัยแรกในรอบ 30 ปีทันที
    ชัยชนะในลีกที่แอนฟิลด์ติดต่อกันเป็นนัดที่ 21 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ ลิเวอร์พูล ทำสถิติเทียบเท่ากับของเดิมที่เคยทำไว้ ระหว่าง มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 1972 ขณะที่เดียวกันนัดนี้ถือว่าเป็นชัยชนะนัดที่ 18 ติดต่อกันรวมในบ้านนอกบ้าน เวลานี้ เท่ากับ สถิติเดิมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยทำไว้เมื่อปี 2017
    ลิเวอร์พูล ใกล้ที่จะได้ฉลองแชมป์ที่พวกเขารอคอยมาถึง 3 ทศวรรษ หลังจากที่ทำแต้มหลุดมือไปเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้นนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา ซึ่งแม้แต่ คล็อปป์ ที่ปกติจะเก็บอาการ ก็ยังอดแสดงท่าทางดีใจออกมาไม่ได้
    "เมื่อราว 2 ปีก่อน อาจจะ 3 หรือ 4 ช่วงเริ่มต้น ผมเคยบอกว่าเราต้องเขียนสตอรี่ของเราเอง เราต้องการสร้างประวัติศาสตร์ของเราเอง"
    "แน่นอนว่าเด็กของเราทุกคนจริงจังมากกับสิ่งที่ผมพูดไปตอนนั้น และผมว่ามันเยี่ยมาก แต่ยังไม่ได้สำคัญที่สุดในตอนนี้"
    "มันเป็นอะไรที่พิเศษมากจริง ตัวเลขที่ปรากฎมันช่างเหลือเชื่อ มันยากมากที่จะทำได้ เราเคยบอกไปแล้ว 2-3 ครั้ง เราพูดกันถึงเกมหลายๆเกมที่ช่างมหัศจรรย์ เกมที่สุดยอดในหลายนัด เราคุยกันถึงเกมที่หนัก เกมที่เราต้องลำบาก"
    "ค่ำคืนนี้ แน่นอนว่ามันเป็นเกมที่ยากอีกนัด ดังนั้นจำนวนนัดที่เราชนะคุณจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อปิดเกมเหล่านี้ทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ง่าย หรือยาก"
    "เราทุกคนรู้ว่ามันเป็นความสำเร็จที่แสนวิเศษและพิเศษมาก แต่ในตอนนี้ เรายังอยู่ในสถานการณ์ของการลุ้นแชมป์อยู่ เราต้องฟื้นร่างกายกลับมา และเตรียมพร้อมสำหรับเกมนัดต่อไป"
    "คู่แข่งนัดต่อไป กำลังรอคอยเราอยู่อย่างใจจดจ่อ และต้องการที่จะหยุดเราให้ได้ ผมเห็นเด็กๆในค่ำคืนี้ พวกเขาพร้อมที่จะสู้ และตราบใดที่เราพร้อมจะสู้จริงๆอย่างนี้ ก็ไม่มีใครควรต้องเป็นห่วงอีก แต่เรายังคงมีงานต้องทำอีกมาก"
    อีกสถิติหนึ่งที่ถูกทำได้เทียบเท่าอีกในค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา คือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ กลายเป็นกองหลังที่ทำแอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 12 ครั้งอีกแล้ว หลังจากเป็นคนครอสบอลให้ จอร์จินิโอ ไวย์นัลดุม เบิกสกอร์แรก และ ซาดิโอ มาเน่ พังประตูชัย
    เกมนี้ ประตูของ อิสซา ดิอ็อป กับ ปาโบล ฟอร์นัลส์ เกือบช่วยทีมอันดับ 18 ของตาราง ช็อคจ่าฝูงและว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกให้ถูกหยุดสถิติไร้พ่ายได้ ก่อนที่จะความผิดพลาดของ ลูคัส ฟาเบียนสกี ผู้รักษาประตูจะช่วยให้ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ พังประตูตีเสมอ 2-2 ก่อนมาถึงประตูชัยของ มาเน่
    "ผมคิดว่าเราผ่านช่วงเวลาที่เราเห็น อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ เป็นเด็กน้อยไปแล้ว เขาในตอนนี้ คือสมาชิกตัวหลักของทีมอย่างเต็มตัว" คล็อปป์ กล่าว
    "ทุกคนต้องทุ่มเทและสร้างผลงานให้กับทีม ทุกคนต้องทำในสิ่งที่พวกเขาทำได้ให้เห็นในสนามแข่งขัน"
    ในขณะเดียวกัน สตีเวน เจอร์ราร์ด นักเตะระดับตำนานของสโมสร กล่าวว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้เล่นสำคํญอย่างมากจริงๆในห้องเครื่องของ ลิเวอร์พูล เห็นได้จากการที่ขาดเขาไปในเกมนี้ มีผลอย่างมาก
    เจอร์เกน คล้อปป์ ยังได้กล่าวถึงการเสริมทัพในอนาคต โดยยอมรับว่า ความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ จะทำให้การซื้อตัวนักเตะง่ายขึ้นเพราะไม่ว่าใครก็อยากจะย้ายมาร่วมล่าความสำเร็จที่แอนฟิลด์ แต่ก็จะไม่รีบตัดสินใจเซ็นสัญญาใครเข้ามา เพราะต้องการนักเตะที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น

 


ในความเห็นผมนะ กรณี ทหารอียิปต์ "ติดเชื้อโควิด" เข้าพักโรงแรมที่ระยอง และเข้าห้าง ไล่เลียงตามตารางเวลาแล้ว วิตกได้........

บันทึก 'มหาประชายินดี' ไทย
'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ