บุญทาน "คุ้มบ้าน-คุ้มเมือง"


เพิ่มเพื่อน    

                ก็ "จบแบบเจ็บๆ" ของฝ่ายค้าน......

                สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่เริ่มมาแต่ ๒๔ ก.พ.

                แล้วใครชนะ?

                แบบทางการ ต้องรอผลรวมคะแนนที่จะต้องโหวตกันเช้านี้ (๒๘ ก.พ.)

                แบบไม่ทางการ พอปิดอภิปรายเย็นวาน ใครๆ ก็รู้ ฝ่าย "ดับสุริยา" กินขาด ออกหมัดน้อย แต่หนักเนื้อหา

                เพราะอย่างนั้นกระมัง

                ฝ่าย "อรุณรุ่ง" ที่ออกหมัดแบบมวยวัด จึงเล่นบท "แพ้แล้วพาล" ตอน "โพล้เพล้"

                กะทิเทียม ย่อมหา "ความมันแท้" ไม่ได้ ฉันใด ก็ฉันนั้น

                ปลายยกสุดท้าย จึงตบเท้าออกจากที่ประชุม เมื่อขอขยายเวลาชกต่อ แต่ไม่ได้

                เช้านี้ ฝ่ายค้านก็คงตีตั๋วรวนต่อ คือ "ไม่ร่วมโหวต" แล้วอ้าง ถูกเผด็จการประชาธิปไตย "ปิดปาก" ในสภา

                โดยเฉพาะจากพวก ส.ส.สัมภเวสี!

                ฟังประชุมอภิปรายกันมา ๓-๔ วัน ถามว่าได้อะไร?

                สำหรับคนอื่น อาจได้เยอะ แต่สำหรับผม ได้ ๓ เรื่อง

                เรื่องแรก........

                นายกฯ ประยุทธ์ สู่ภาวะ "หลอมเย็น" เพราะเป็น จึงรอด และไปรุ่ง

                เรื่องที่สอง

                ได้รู้ความเป็นมาและที่กำลังพัฒนาปรับเปลี่ยนให้เป็นไป ตรงพื้นที่ ๕๘๐ ไร่ ย่านคลองเตย

                ที่เป็นโรงงานยาสูบ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สวนน้ำ และสวนป่าเบญจกิติปัจจุบัน

                ด้วยอรรถาธิบายเป็นวิทยาทานฝ่ายค้าน จากท่านรองนายกฯ "วิษณุ เครืองาม"

                เรื่องที่สาม.......

                ได้เห็นพัฒนาการการเมืองไทย ระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา อภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ถึงใจ

                ส.ส.ฝ่ายค้านท้านายกฯ "ดวลคนละนัด"

                หน้าวัดพระแก้ว!

                "วัดพระแแก้ว" เมื่อยกพูด ทุกคนพูดในทางกุศล แต่ครั้งนี้แหละ ที่ได้ยินเป็นครั้งแรก ส.ส.ฝ่ายค้าน ยกพระแก้ว พูดในทางอกุศล

                เมื่อตอนเผาบ้าน-เผาเมือง ปี ๕๓ ก็มีคนยิงจรวดหมายไปที่วัดพระแก้วครั้งหนึ่ง

                และการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านเมื่อวาน (๒๗ ก.พ.) ส.ส.ผู้อภิปรายคนหนึ่ง

                จบอภิปรายของเขา ด้วยท้านายกฯ พบกันหน้าวัดพระแก้ว ด้วยกระสุนคนละนัด!?

                ท่านผู้พูด เป็น ส.ส.ผู้อยู่เหนือมนุษย์ทั่วไปที่จะคิดแบบนั้นได้จริงๆ การพูดแบบนั้น สภาคุ้มครองก็จริง

                แต่การเอ่ยถึง "วัดพระแก้ว" ในลักษณะนั้น ก็...ขอให้พระคุ้มครองท่านด้วยละกัน

                จิตใจมนุษย์ เป็นเรื่องสำคัญ พระท่านสอนว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นที่ใจ สำเร็จ-ล้มเหลว ดี-ชั่ว ก็อยู่ที่ใจ

                และท่านสอนว่า........

                "จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติ ปาฏิกังขา"

                เมื่อจิตผ่องใส ไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป

                สุ แปลว่า ดี, งาม

                คติ แปลว่า ที่ไป, ความเป็นไป

                เมื่อรวมเป็น "สุคติ" ก็หมายถึง ถ้าคนเรารักษาจิตใจให้ดีงาม เป็นจิตใจอยู่เหนือโลภ โกรธ หลง จะพูด จะทำอะไร ก็มีสติรู้

                ผลที่จะได้รับ คือที่ไปข้างหน้า ย่อมดีงาม

                ตรงกันข้าม ถ้าจิตใจขุ่นมัว หมกมุ่นในโกรธ เกลียด หลง ในคิดร้ายหมายชั่ว จาก "สุคติ" ก็จะเป็น "ทุคติ"

                ทุ คือ ชั่ว ลำบาก เลวทราม

                รวมความคือ คนที่คิดไม่ดี พูดไม่ดี ไม่มีสติกำกับในการพูด คิด ทำ

                ทางชั่ว ทางลำบาก ทางเลวทราม จะเป็นที่ไปและได้รับในอนาคต

                ไม่ใช่อะไร เห็น ส.ส.ที่ใช้วัดพระแก้วเป็นจุดนัดดวลปืน ดูรูปหน้า โดยเฉพาะลูกตา ก็บ่งบอกลักษณะ "ทางไป" อยู่แล้ว

                และที่พูดก็ "สั่งเป็น-สั่งตาย"

                ไม่อยากเห็น ส.ส.ท่านนั้น เป็นอย่างนั้นเร็วนัก จึงเอาทางพระมาฝาก

                ครับ.......

                ช่วงนี้ ต้องบอกว่า "แรง"!

                ไม่เฉพาะการเมือง นั่นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ผมหมายถึงภาพรวมประเทศทั้งหมด

                ในแรงที่สร้างความเร่าร้อน ผมขอแนะทางดับคลาย

                ว่าง ก็หาโอกาสไปไหว้ "พระแก้วมรกต" ที่วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวังกัน ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่สุด

                เพราะนักท่องเที่ยวน้อย ยิ่งนักท่องเที่ยวจีนต้องอยู่ในที่ตั้ง มาเที่ยวไม่ได้ จึงควรรีบไปกัน

                โล่ง โปร่ง สบาย ดีมากครับ

                ที่พูดนี่ ผมก็ยังไม่ได้ไป หากแต่ไปตอนมกรา.กว่าจะแหวกมหาชนคนท่องเที่ยวเข้าไปได้

                ปลื้มน่ะ..ปลื้ม แต่เหงื่อซกๆ

                เมื่อเข้าไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงที่นั่งไหว้ นั่งกราบ เอาแค่ได้ยืนไหว้เฉยๆ โดยไม่ถูกเบียด ถูกกระแทก ซัก ๒-๓ นาที แค่นั้นก็บุญแล้ว

                ฉะนั้น ตอนนี้ (เข้าใจว่า) โล่งสบาย นั่งไหว้ นั่งกราบ จะสวดมนต์ภาวนา จะนั่งพิศพระพักตร์หลวงพระแก้ว ก็สบาย ไม่มีใครกระแทก หรือมาแย่งที่นั่งแน่

                ไปวัดพระแก้ว อะไรก็งามหมด......

                แต่อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ช่วยคิดหาวิธีเรื่อง "รองเท้า" ซักหน่อย คือที่ให้แต่ละคนถอดรองเท้าใส่ถุงพลาสติกหิ้วเข้าไปด้วยนั้น

                มันขัดๆ ทั้งความรู้สึกและทั้งประดัก-ประเดิดพิกล

                ไหว้พระแก้ว......

                ทั้งที่ถือถุงรองเท้าด้วย ท่านลองหลับตานึกภาพซิ สำหรับต่างชาติ ที่แค่เข้าไปชมแล้วเดินออก ก็แล้วไป

                แต่สำหรับคนที่ไม่ได้แค่มาดู แต่มาด้วยศรัทธา และมาไหว้กราบ การต้องเอารองเท้าเข้าไปด้วยนั้น

                พูดรวมๆ "ไม่งาม" และไม่เหมาะสมมิใช่หรือ!

                ก็เข้าใจ ถอดข้างนอก ออกมาก็หาย ผมยังเคยถูกสลับคู่ไปครั้งหนึ่ง

                แต่มันต้องมีวิธีบริหารดีกว่าให้หิ้วเข้าไปในโบสถ์ด้วยแน่ ถ้าคิดสักหน่อย

                อย่างพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ เช่นที่เมือง "เลนินกราด" ที่เปลี่ยนชื่อเป็น "เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก" หรืออีกหลายแห่งในยุโรป เขาให้ถอดไว้ในที่หนึ่ง

                พูดถึงพระ ถึงศาสนา ก็นึกขึ้นได้.......

                "หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก" วัดป่านาคำน้อย อุดรธานี ศิษย์พระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

                วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคมนี้ ท่านจะลงมาเป็น "เนื้อนาบุญ" ให้ ที่สวนแสงธรรม พุทธมณฑล สาย ๓

                สืบเนื่องจาก ผู้ใคร่ในธรรมและศรัทธาในทาน ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี

                เพื่อสมทบทุนสร้าง...........

                "พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิ์มงคล" หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

                ที่ขณะนี้ ในขั้นตอนก่อสร้าง ใกล้แล้วเสร็จ ณ พื้นที่บริเวณ วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี

                ก็เหมือนอาคารบ้านเรือนแหละครับ ตัวบ้านเสร็จ แต่การเก็บแต่งภายนอก-ภายใน และการจัดหาอุปกรณ์ วัสดุ เครื่องใช้

                จะว่าไปแล้ว ค่าใช้จ่าย พอๆ กับค่าตัวบ้าน หรือบางที ค่าตบแต่งภายนอก-ภายใน จะมากกว่าค่าก่อสร้างด้วยซ้ำ

                พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์นี้ ไม่ได้มีงบหรือทุนจากไหนๆ เป็นก้อนใหญ่โต

                หากแต่เป็นเงินแต่ละบาท แต่ละสตางค์ จากศรัทธาในพระหลวงตามหาบัว ที่ศิษย์พระ ศิษย์ฆราวาส ร่วมกันแต่ละครั้ง แต่ละครา

                ดังเช่น "หลวงพ่ออินทร์ถวาย" ด้วยองค์หนึ่ง ในจำนวนศิษย์หลวงตา ที่เป็นหัวเรี่ยว-หัวแรง เป็นต้นบุญ-ต้นทาน

                ให้ผู้ศรัทธาและเหล่าศิษย์ "ทอดผ้าป่า" สมทบมาเรื่อยๆ ซึ่งวันที่ ๑ มีนานี้ จะเป็นการทอดผ้าป่า ครั้งที่ ๕

                เพื่อทราบทั่วกัน กำหนดการจะเป็น ดังนี้

                เสาร์ที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

                ๐๗.๐๐ น. พระสงฆ์ออกรับบิณฑบาต

                ๑๙.๐๐ น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิภาวนา

                อาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๓

                ๐๗.๓๐ น. พระสงฆ์ออกรับบิณฑบาต

                ๑๐.๐๐ น. พิธีถวายผ้าป่าเพื่อสมทบทุนสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ครั้งที่ ๕

                ร่วมทำบุญได้ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาบ้านผือ

                เลขที่บัญชี 403-601082-3

                ชื่อบัญชี วัดป่านาคำน้อย ร่วมสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ ลต.มหาบัว

                ด้วยบุญทานทำแล้วประเสริฐ ฝากไว้ในพระพุทธศาสนาและแผ่นดินไทย ถวายเป็นสักการะระลึกถึงพระหลวงตามหาบัว พระผู้เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์นี้

                ด้วยบารมีแห่งบุญ.......

                ขอบ้านเมืองและมวลประชาชนชาวไทย พ้นทุกข์ พ้นภัย พ้นวิบัติ สู่ศานติ สุขสมบูรณ์. 


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"