ฝ่ายค้านสาวไส้เละ! กัดฟันปัด‘คุณขอมา’/โหวต‘6รมต.’ฉลุย


เพิ่มเพื่อน    

 

สภาเสียงข้างมากลงมติโหวตไว้วางใจ 6 รมต. ฮือฮา "บิ๊กป้อม" คะแนนสูงสุด 277 "บิ๊กตู่-วิษณุ-ดอน-บิ๊กป๊อก" เท่ากัน  272 "ธรรมนัส" รั้งท้าย 269 พท.-อนค.แต่งชุดดำเข้าสภาก่อนที่ พท.จะวอล์กเอาต์ แต่ อนค.เข้าโหวตไม่ไว้วางใจ ด้านนายกฯ สบายใจหลังผ่านศึกซักฟอก ยันไม่ปรับ ครม.หรือดึง พท.บางส่วนเข้าร่วม "ป้อม" ปัดไม่มีฮั้ว ขณะที่ ส.ส.เพื่อไทยเรียงหน้าแจงไม่มีรายการคุณขอมา ยอมรับเสียใจที่ประเมินเวลาพลาด พร้อมขอโทษ อนค. ขอนัดกินข้าวเคลียร์ใจ 4 มี.ค.นี้ แต่ "เสี่ยไก่" แฉกลับเพื่อนแอบไปคุยกับทหาร สะพัด! เรียก "พี่หนวด" อบรมเหตุทำพท.-อนค.เกิดปัญหา ด้านแกนนำ อนค.ลั่นพรรคใหญ่ต้องให้เกียรติกัน 

    ที่รัฐสภา ช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ปฏิเสธที่จะตอบคำถามในทุกประเด็น 
    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกันระหว่างพรรคเพื่อไทย(พท.) และรัฐบาลเพื่อไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงว่า “ไม่รู้ ไม่ทราบ” เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ ก่อนแหวกวงล้อมสื่อมวลชนเข้าลิฟต์เพื่อไปขึ้นห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรทันที 
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสั้นๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี เมื่อถามว่าพอใจหรือไม่ที่ไม่ถูกอภิปรายว่า “ก็อภิปรายอยู่ ไม่ถูกอภิปรายอะไร โธ่” เมื่อถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตรได้แต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ 
    ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงความมั่นใจในเสียงโหวตของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดย พล.อ.อนุพงษ์มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนขึ้นไปยังห้องประชุมสภา 
    ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ กรณีที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ไม่อภิปรายสรุปญัตติว่า เคยตักเตือนเรื่องการบริหารเวลาไปแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาตอนปลาย แต่สุดท้ายก็ดำเนินการอภิปรายยุติลงได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมลงมติวันนี้ก็เป็นสิทธิของ ส.ส. และการที่ฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงมติในวันนี้ ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ทราบกรณีที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทยฮั้วกับรัฐบาลจึงไม่ได้อภิปราย
    นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า ขอตำหนิการกระทำของกลุ่มการเมืองที่เรียกตัวเองว่าพรรคที่ถูกยุบ ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของรัฐสภา แม้แต่กฎระเบียบเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังแยกไม่ได้ว่าอะไรควร-ไม่ควร ที่ผ่านมาไม่เคยปิดกั้นการแถลงข่าว แต่ก็มีระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาซึ่งวิญญูชนทั้งหลายอ่านแล้วเข้าใจว่าอะไรควรหรือไม่ควรปฏิบัติ เนื่องจากเมื่อคืนเวลาประมาณ 19.00 น. ส.ส.ในกลุ่มนี้มาแถลงข่าวกันหลายคน โดยคนที่ไม่มีโอกาสอภิปรายในสภา แต่กลับมาอภิปรายข้างนอก ซึ่งไม่สมควร ทั้งที่เมื่อวานเจ้าหน้าที่สภาเข้ามาขอร้องแล้ว แต่ก็ไม่ฟัง ใช้เวลา 19.20-21.15 น. ซึ่งไม่เกรงใจใครและพาดพิงถึงผู้อื่น ถือเป็นการผิดระเบียบการรักษามารยาท และการใช้ภาพและเสียงภาพยนตร์ คือการเฟซบุ๊กไลฟ์ตลอดเวลา 
    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวยืนยันว่า ไม่มีดีลการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับ พล.อ.ประวิตร เป็นการคาดการณ์ไปเอง
        ต่อมา เวลา 09.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนายชวนได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้อภิปรายปรึกษาหารือเป็นการทั่วไป 
อนค-พท.แต่งชุดดำไว้ทุกข์ 
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะขอใช้สิทธิไม่ร่วมสังฆกรรม และไม่ขอเข้าร่วมลงมติในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการดำเนินการโดยมิชอบภายหลังผู้เสนอญัตติของฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปญัตติตามข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งถือว่าการอภิปรายยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ   
    ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้สิทธิในการให้ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุปไว้เแล้ว ถ้าไม่ใช้สิทธิดังกล่าวก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเข้ามาร่วมหรือไม่ ก็แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคน 
    นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อยากฝากไปถึงนายกฯ สิ่งที่เปราะบางของประเทศ คือการไม่รักษากติกามารยาทบ้านเมือง มีความเป็นห่วงว่าแม้ว่าเราจะยังไม่มีพรรคอยู่ แต่เรารักษากติกาบ้านเมือง อยากให้รัฐบาลใส่ใจการแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา และอยากฝากให้รัฐบาลระมัดระวังในการใช้อำนาจบริหารประเทศภายหลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมของนักศึกษา 
    "ใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ พรรคผมไม่เคยเล่นการเมืองแบบปาหี่ครับ" นายคารมกล่าว
    ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ส.อดีตพรรค อนค.หลายคนได้พร้อมใจกันแต่งกายในชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ โดยนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า ขอแต่งกายชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ให้กับการประชุมสภาฯ ที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ
    ขณะที่นายชวนกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่กระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด การลงมติครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 
    ต่อมา ที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามลำดับ ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 49 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 277 ต่อ 50 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับความไว้วางใจ 269 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียงจำนวน 7 คน 
นายกฯ สบายใจผ่านศึกได้
    ภายหลังที่ประชุมสภาโหวตลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดเป็นเรื่องของสภา และการประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้ทำตามข้อบังคับ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ ตนต้องขอขอบคุณทุกคนและประชาชนที่ให้กำลังใจกับรัฐบาล ตนจะทำทุกอย่างให้กับทุกคน วันนี้ก็ได้สบายใจไปอีกอย่างหนึ่ง เพราะได้ผ่านพ้นตรงนี้ จะได้ไปทำงานด้านอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลายงานที่รออยู่ และนี่คือความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องทำงานและเตรียมการในด้านงบประมาณ ซึ่งได้มีการประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำไป จะลงไปสู่กลุ่มต่างๆ ให้ครบทุกกลุ่ม 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่พูดกันในสภาที่ระบุว่าตนได้ไปรับปากกับประเทศต่างๆ นั้นไม่จริง เป็นเพียงการไปรับข้อมูลต่างๆ และต้องนำมาพิจารณาภายในประเทศ ซึ่งมีหลายขั้นตอนในทุกๆเรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้าการลงทุน เพราะโลกไร้พรมแดนแล้ว ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างในเรื่องของสินค้าประเทศที่มีการจำกัด ของเราก็มีการห้ามบางอย่าง ยืนยันว่ารัฐบาลคิดในทุกแง่ทุกมุม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ฟังเฉพาะกลุ่มที่เชียร์หรือรัก ยิ่งว่าก็ยิ่งต้องดูว่ามีปัญหาอะไรจะต้องแก้ปัญหาให้เขาด้วย เราต้องพิจารณาตัวเองว่าอะไรยังบกพร่องอยู่หรือยังมีปัญหา 
    นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ถ้าเราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาดูแล สิ่งที่จำเป็นต้องร่วมมือและช่วยกันวันนี้คือ การทำตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่เข้ามาและเจอหน้ากันนั้น เป็นการเชิญมาร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ใช่ไปบอกก่อนว่าเราจะทำอะไร ดังนั้นอย่าคิดว่าอะไรก็เอื้อประโยชน์กันทั้งหมด ประเทศไทยอย่างไร คนไทยก็ต้องลงทุนร่วมกัน แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นขอร้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง เราทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริตทุกประการ 
    "ทุกคนต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ผมก็คงไปบังคับใครไม่ได้ ถ้าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ต้องเริ่มจากที่ตัวเองก่อน รัฐบาลไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เราเผชิญกับความขัดแย้งมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากศักยภาพที่มีอยู่ และขอขอบคุณอีกครั้ง ขอให้ช่วยกันกับผม ถ้าไม่อยากช่วยผมก็ขอให้ช่วยประเทศชาติ ช่วยประชาชนของเรา" นายกฯ กล่าว 
    ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ภายหลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า "ไม่มีการปรับ" เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้โผ ครม.เตรียมพร้อมไว้แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ยังไม่ถึงเวลา"
    เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะมาร่วมด้วย หากเป็นเช่นนั้นต้องเกลี่ยสัดส่วน ครม.ใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า "เอาข่าวมาจากไหน"
    ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่สภาลงมติไว้วางใจมากถึง 277 เสียง รู้สึกสบายใจหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของสภาเขา
พปชร.เย้ยฝ่ายค้านสอบตก
    ผู้สื่อข่าวถามกรณี ส.ส.อดีตพรรค อนค.จะนำข้อมูลอภิปรายนอกสภา ถึงการดำเนินมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เดี๋ยวจะลงรายละเอียดในเว็บไซต์ให้อ่าน ซึ่งไม่มีการเชื่อมโยงกับตน ก็เห็นอยู่แล้วว่าอยู่มาตั้ง 15 ปี ส่วนข้อมูลในการอภิปรายจะถูกนำไปใช้พูดนอกสภาก็ไม่เป็นไร
      นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการวอร์รูมนอกสภาของ พปชร. ที่ได้ติดตามการอภิปรายมาโดยตลอด 4 วัน ขอสรุปยุทธการอรุณรุ่งของฝ่ายค้านว่า สอบตก กลายเป็นอรุณร่วง อรุณรุ่งริ่ง เป็นการแสดงออกแบบท้าทาย เสียดสี ดรามา ท้ายิง ไม่สมเกียรติ ไม่เป็นตัวอย่างแก่เยาวชน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอภิปราย ทั้งยังบริหารเวลาผิดพลาด ทะเลาะกันเองในทั้งฝ่ายค้านทั้งสมาชิกอดีตอนาคตใหม่ ไม่พอใจพรรคเพื่อไทยจนกระทั่งอภิปรายไม่ได้ เป็นความผิดพลาดของฝ่ายค้านเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ขอเรียกร้องนายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ว่าให้ไปตรวจสอบว่าใครที่มีความใกล้ชิดกับรัฐมนตรีช่วยท่านหนึ่งแล้วพานักธุรกิจไปโกงเงินธนาคารอิสลาม 2 หมื่นล้าน
    ทางด้านฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โดยมี 5 พรรคหารือ และมีตัวแทนกลุ่มอนาคตใหม่เข้าไปตอนท้ายว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ทำงานกันเต็มที่ และตั้งใจให้อภิปรายครบทุกคน การอภิปรายเป็นที่น่าพอใจ แม้วันแรกจะไม่พอใจเท่าไร และวางไว้ว่าวันสุดท้ายจะเป็นทีเด็ด แต่เสียดายว่าไปไม่ถึง ขอโทษตัวเองว่าประเมินรัฐบาลผิดพลาด และวันนี้เราเสียใจ ขอโทษประชาชนที่ทำหน้าที่ได้ไม่ครบ เพราะรัฐบาลไม่เอื้ออำนวยให้ทำงาน 
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่วอล์กเอาต์และประกาศไม่ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ เนื่องจากในอดีตไม่มีการใช้เสียงข้างมากมาละเมิดสิทธิ์เสียงข้างน้อยตามหลักประชาธิปไตย พล.อ.อนุพงษ์ยังไม่ถูกอภิปรายเลย ดังนั้นจึงถือว่ายังไม่สิ้นสุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ หมายความว่าญัตติยังไม่สิ้นสุด และหลังปิดการอภิปรายก่อนลงมติต้องมีการอภิปรายสรุป แต่เพื่อไทยยืนยันว่าไม่ใช้สิทธิ์ แต่เป็นมาตรการตอบโต้ของเสียงข้างน้อยที่ดีที่สุด และก็เป็นมติที่ไม่สมบูรณ์ และอันนี้ต้องสู้กันต่อไป 
    นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า วันนี้ตนและเพื่อน ส.ส. จึงใส่ชุดดำมาเพื่อต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ส่วนกลุ่มอนาคตใหม่ที่เข้าร่วมก็ถือเป็นสิทธิ์ตามเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในการลงคะแนน เราไม่มีกิจที่จะไปทำลายทำร้ายพวกเดียวกันเอง เรื่องลงคะแนนกับเรื่องความขัดแย้งถูกจับมาโยงให้เป็นเรื่องเดียวกัน ท้ายที่สุด นพ.ชลน่านกล่าวว่า "คำสั่งที่มีอำนาจสั่งสภาได้ ซึ่งเป็นของผู้ใหญ่ฝั่งรัฐบาล"
พท.-อนค.นัดเคลียร์ใจ 4 มี.ค.
      เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่ตั้งข้อสังเกตมีรายการ ‘คุณขอมา’ นายสุทินกล่าวว่า ถ้าตอบไปก็จะไม่เชื่อ ให้ดูการทำงานดีกว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะถ้ามีแล้วจะคุ้มอะไร จะได้อะไร เสียดายแต่นายรังสิมันต์ ที่ยังไม่ได้อภิปราย ถ้าได้อภิปรายคนสุดท้ายก็จะครบ ตอนนี้จะต้องระวังไอโอ เสี้ยมให้ฝ่ายค้านแตกกัน ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดทานข้าวกัน ไม่ถือว่าประสานรอยร้าว แต่เป็นการปรับความเข้าใจในระยะสั้นๆ 
    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ทรยศต่อฝ่ายค้านและประชาธิปไตย และไม่หักหลัง เข้าใจถึงคนที่เตรียมตัวมา แต่ไม่ได้อภิปราย เพราะตนก็เป็นคนหนึ่งที่เตรียมมา แล้วไม่ได้อภิปรายเช่นกัน ยอมรับว่าต้องมีการเคลียร์ใจกับกลุ่มอดีตพรรคอนาคตใหม่ ตนทำงานกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค อนค. ในคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ แต่ยังติดต่อนายปิยบุตรไม่ได้ ก็ได้ส่งไลน์ไปแล้วว่า ถ้าว่างให้ติดต่อกลับ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะมีกรณีคุณขอมา ไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร เพราะก็มีการใส่ชื่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี รวม 6 คน
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนอกสภาเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ ประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ได้เห็นถึงความพยายามในการชิงรวบรัดตัดสิทธิ์ การอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ใช้พวกมากลากไป ทำตัวเป็นเผด็จการรัฐสภา ปิดกั้นกลไกและกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา จึงเป็นสิทธิ์โดยชอบของผู้ที่ยังไม่ได้อภิปราย 
    ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ต้องขอโทษทีมอนาคตใหม่อย่างจริงใจ เราเสียใจและเข้าใจความรู้สึกของน้องๆ ทุกท่าน ที่มีความตั้งใจและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อการอภิปรายครั้งนี้ เรายอมรับความผิดพลาดเรื่องการไม่สามารถบริหารเวลาอภิปรายของสมาชิกบางท่าน เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นโจทย์ที่ฝ่ายรัฐบาลบีบเรา ด้วยการใช้เสียงข้างมาก เพื่อไม่ให้อภิปรายต่อ ยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่เราจะไปช่วย #เผด็จการ บุคลากรของเราร่วมกันต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาอย่างยาวนานโดยไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาตลอด คนเพื่อไทยขอยืนยันว่าศัตรูของเราคือ #ระบอบเผด็จการ และจะทำทุกอย่างเพื่อถนอมน้ำใจของกันและกันไว้ให้ดีที่สุด เพื่อรวมพลังกันต่อสู้ให้สำเร็จ
    ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าจงใจอภิปรายยืดเยื้อเพื่อให้หมดเวลาอภิปราย พล.อ.ประวิตร ผมไม่โกรธที่เพื่อนกล่าวหาเราแบบนั้น เพียงอยากเตือนสติว่าพรรคเพื่อไทยยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการมาก่อนจะมีพรรค อนค. และเป็นพรรคที่ถูกรังแกจากเผด็จการมากที่สุด ยอมรับว่าคนของพรรคมีส่วนผิดที่คุมเวลาไม่ได้ แต่คนของเพื่อไทยก็เสียสิทธิอภิปรายหลายคนเช่นกัน การจัดลำดับอภิปราย พล.อ.ประวิตรเป็นคนสุดท้าย ก็เป็นมติของพรรคร่วม ดังนั้นข้อกล่าวหาว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อไม่อภิปรายใครจึงเป็นการกล่าวหาลอยๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย วิธีการแบบนี้ผมไม่คุ้น เพราะไม่เคยระแวงหรือกล่าวหาเพื่อนโดยไม่มีหลักฐาน แม้จะมีข่าวว่าเพื่อนแอบไปคุยกับทหารมาก็ตาม
    มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านเกิดปัญหาอุปสรรคต่อเนื่องทุกวัน ทั้งการจัดสรรเวลา สลับสับเปลี่ยนคิวผู้ที่จะอภิปรายแต่ละช่วงเวลา ถูกแทรกแซงจากคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่กลับมีอำนาจตัดสินใจ สั่งการ ในส่วนของการวางคนไม่ถูกกับงาน ไม่รักษาเวลาอภิปรายก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา วันแรก แกนนำพรรค ส.ส.ในพรรคหลายคน ต่างผิดหวังกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ส.ส.เพื่อไทย หลายคนได้รับโทรศัพท์ต่อว่า จากชาวบ้าน ผู้สนับสนุนพรรค ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรม สิ่งที่ทำให้นายยุทธพงศ์อภิปรายผิดฟอร์มว่ามีเหตุผลปัจจัยอื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ 
ซัด อนค.ไม่เข้าใจการเมือง
    ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เดิมได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 2 ชั่วโมง แต่ได้ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ทำให้เวลารวมของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีปัญหา เกิดความระหองระแหงใจกับพรรคอนาคตใหม่ เพราะผู้อภิปรายหลายคนที่เตรียมข้อมูลมาอดอภิปรายเพราะเวลาไม่พอ แม้ขณะอภิปราย แกนนำพรรคจะส่งโน้ตเตือนเป็นระยะๆ ว่าเวลาหมดแล้ว ให้รีบสรุปโดยเร็ว แต่ก็ถูกนายศรัณย์วุฒิขยำทิ้ง และยังกล่าวในที่ประชุมว่าได้รับเวลาอภิปรายอย่างไม่จำกัด ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ แกนนำพรรคจะเรียกนายศรัณย์วุฒิเข้าไปพูดคุย ตักเตือนชี้ให้เห็นผลถึงการกระทำที่สร้างผลกระทบส่งมาถึงพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน 
    ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาโจมตีพรรคเพื่อไทยหลังการอภิปรายนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เมื่อเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันแล้วควรที่จะพูดคุยกันก่อนออกมาให้ความเห็นอะไร มองว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เข้าใจการเมือง ต้องการจะได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะทางการเมืองนั้นไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ เมื่อร่วมมือกันแล้วก็ต้องเอาพรรคพวกไว้ก่อน เพราะถึงอย่างไรก็ต้องเป็นฝ่ายค้านด้วยกันต่อไป ไม่ใช่จะยืนตามแนวทางที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องเท่านั้น
    ทางด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนค.ยืนยันว่า เนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สื่อถึงความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ถึงแม้กระบวนการไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจะไม่ครบทุกคน แต่ต้องขอบคุณประชาชนที่ส่งข้อความให้กำลังใจ และขอให้กลับไปลงมติในสภา วันนี้ทุกคนจึงตั้งใจที่จะมาโหวต โดยคิดว่าที่ผ่านมาทำงานอย่างเต็มที่ ถึงแม้เป็นเสียงข้างน้อย 
    นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น ใน 5 ชั่วโมงสุดท้ายของวันที่ 27 ก.พ. ถ้ารัฐบาลแบ่งเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายฯ โดยไม่ยึดกติกาที่จัดสรรไว้อย่างเดียว บรรยากาศจะดีกว่านี้ แต่เมื่อรัฐบาลเลือกแบบนี้ ทำให้เสียงข้างมากกุมสภา จนไม่สามารถสรุปการอภิปรายได้ ประเด็นต่อมา ส.ส.ที่ทำหน้าที่อภิปรายฯ ถูกข่มขู่ รวมทั้งกรณีของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรค อนค. ที่ใช้สิทธิ์ของประชาชนอภิปรายนอกสภาเรื่อง 1MDB แต่กลับถูกรัฐข่มขู่ ส่วนการทำงานฝ่ายค้านต้องเดินร่วมกันต่อไป แต่ขอร้องพรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรคเพื่อไทยต้องให้เกียรติกัน 
     นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การใช้พื้นที่แถลงข่าวไม่ได้เกิดความเสียหายวุ่นวาย แต่กลับเป็นสิ่งดีให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาของการอภิปราย เนื่องจากเวลาหมด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน แต่เห็นว่าเมื่อมีคนไม่ถูกอภิปราย ก็ยิ่งต้องไปลงมติไม่ไว้วางใจ และประชาชนก็คาดหวังแม้จะอภิปรายรัฐมนตรีได้ไม่ครบทุกคน แต่ก็มีการอภิปรายนอกสภาเพื่อส่งไปยังประชาชนได้
    ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร ที่ได้คะแนนจากการลงมติไว้วางใจสูงที่สุด เพราะตนอาจเปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกได้ ส่วนตัวไม่กลัวการถูกฟ้อง เพราะเคยถูกจำคุกมาแล้ว ยอมรับว่าในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ได้มีการนัดแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอบคุณ และคงใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยทำความเข้าใจกัน.


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก