พปชร.ดับไฟ! เปิดเวทีรับฟัง ‘นักเรียน-นศ.’


เพิ่มเพื่อน    

  พลังประชารัฐแก้เกมแฟลชม็อบ เปิดเวทีฟังความคิดเห็นนักเรียน นักศึกษา อาทิตย์หน้าดีเดย์ที่ ม.บูรพา ขอนแก่น เชียงใหม่ "จตุพร" ฟันธงสภายิ่งเสื่อม ขบวนการนอกสภายิ่งเติบโต แนะฝ่ายการเมืองอย่าเข้าไปยุ่ง ปล่อยให้พลังคนหนุ่มสาวเป็นขบวนการบริสุทธิ์ 

     เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ เตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทางการเมืองของนักเรียน นักศึกษา สัปดาห์หน้า ที่มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากที่มีนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ออกมาชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างก็ตาม 
    โดยผลการเปิดเวทีทางอนุกรรมาธิการฯ จะรวบรวมเสนอต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาต่อไป โดยการรับฟังความคิดเห็นเปิดกว้างทั้งทางออนไลน์ และการยื่นหนังสือโดยตรงต่อคณะอนุกรรมาธิการฯ ด้วย
        ทั้งนี้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 10 คน รวมรายชื่อเสนอญัตติด่วนเตรียมยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังเปิดสมัยประชุมสภาในเดือนพฤษภาคม เพื่อเสนอให้ที่ประชุมหาแนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป เนื่องจากเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นสถาบันการเมืองที่ต้องให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน
        นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่าการเคลื่อนไหวนอกสภา หรือการเคลื่อนไหวของนักศึกษานั้น เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตยตราบใดที่ไม่ไปกระทบสิทธิคนอื่น แต่อยากจะขอวิงวอนผู้ไม่หวังดีให้หยุดการโพสต์ข้อความและภาพอันเป็นเท็จ ใส่ร้ายแกนนำพรรคพลังประชารัฐว่าพูดข้อความใส่ร้ายนักศึกษาที่ออกมาชุมนุม ยืนยันว่าตนและ ส.ส.พลังประชารัฐไม่เคยกล่าวหานักศึกษาเลย การกระทำดังกล่าวเพื่อหวังให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความเกลียดชัง พวกตนเข้าใจนักศึกษาดีว่าเป็นพลังที่บริสุทธิ์ 
    "อยากให้ระมัดระวังมือที่ 3 ที่จะเข้าไปสร้างสถานการณ์ อีกทั้งวันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบ ต้องการความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อผ่านวิกฤติต่างๆ ของประเทศ จึงอยากขอร้องน้องๆ นักศึกษาว่า อย่าหลงเชื่อข้อมูลบางอย่าง ขอให้ไตร่ตรองให้ดี รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกปัญหา เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน" นายธนกรกล่าว 
    นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า น้องๆ รู้สึกไม่มั่นคง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ออกมาแสดงสิทธิ์ ซึ่งปัญหาของบ้านเมืองถูกส่งต่อให้ประชาชนจนเกิดสถานการณ์ป่าล้อมเมืองนอกสภาผู้แทนราษฎร จากการที่มีกลุ่มคนรุ่นใหม่และประชาชนตื่นรู้ปัญหาของประชาชนมากขึ้น
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า พลังนักศึกษาตื่นขึ้นมาในสมัยนี้ ย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพราะพวกเขาได้รับผลกระทบจากการบริหารประเทศของรัฐบาล รวมทั้งได้รับแรงเหวี่ยงสำคัญจากความเสื่อมในระบบรัฐสภา ซึ่งช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ฝ่ายค้านเกิดความขัดแย้งกันขึ้น มีความบาดหมางทำให้เกิดความเข้าใจถึงเกมหักหลังกัน ยิ่งเพิ่มแรงลุกฮือของขบวนการคนหนุ่มสาวมากขึ้นไปอีก
        “เมื่อสภายิ่งเสื่อม ขบวนการนอกสภายิ่งเติบโต ผมพูดเช่นนี้ ไม่ใช่ต้องการโหนพลังนักศึกษาคนหนุ่มสาว เพราะผมต่อสู้แบบนี้มานาน และผ่านขบวนการเหล่านี้มาแล้ว ผมจึงเข้าใจและดีใจที่เห็นพลังคนหนุ่มสาวมีสำนึกต่อชาติบ้านเมือง แต่พูดเพียงไม่ต้องการเห็นฝ่ายการเมืองเข้าไปพัวพันด้วย ควรปล่อยให้พลังคนหนุ่มสาวเป็นขบวนการบริสุทธิ์ เป็นการเคลื่อนไหวชุมนุมที่สะอาดสวยงาม ได้กล่าวปราศรัยอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งได้ใช้มือถือส่องแสงไฟฉายในยามค่ำคืนเพื่อหาอนาคตของพวกเขา มันช่างเป็นพลังสวยงามของประเทศ”
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ประชาชน คนรุ่นใหม่นั้น รัฐบาลไม่ควรสร้างกรอบแนวคิดที่เป็นการด้อยค่า แพร่มลทิน ว่ามีการยุยง ปลุกปั่นจากกลุ่มคนที่ไม่หวังดี และไม่ควรข่มขู่ คุกคาม หรือ บังคับใช้กฎหมายเกินจากกรอบของกฎหมาย เพื่อการเอาผิดกับการแสดงออกของนิสิตนักศึกษาในทุกกรณี
     “พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นพ้องต้องกันว่า การเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ประชาชน คนรุ่นใหม่ พลังอันบริสุทธิ์ ที่เคลื่อนไหวเพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรถูกบิดเบือนเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ และไม่ควรมีพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองใดๆ เข้าไปยุ่งเกี่ยว รัฐบาลต้องให้ความคุ้มครอง ไม่ให้มีการละเมิดสิทธิ์ในทุกกรณี” นายอนุสรณ์กล่าว           
    วันเดียวกันนี้ ภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตตรัง มีนักศึกษาบางส่วนขึ้นป้ายคัดค้านศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ ด้วยการเขียนข้อความติดตามบอร์ดภายในอาคารเรียนด้วยกระดาษ A4 ซึ่งมีข้อความต่างๆ  อาทิ “อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน…? ไม่ได้ชังชาติ, แต่ชังผู้มีอำนาจผลาญชาติผลาญภาษี, We need decocracy, ตื่นเถิดชาว ม.อ.ตรัง และตุลาการภิวัฒน์จะวิบัติทั้งแผ่นดิน ส่งผลให้นักศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างเงียบๆ
       นายภูตะวัน หนูยิ้มซ้าย รองประธานสภานักศึกษา ม.อ.วิทยาเขตตรัง กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ต้องการให้ทางการเมืองเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่นี่มันก็ดูเหมือนไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิมเลย เศรษฐกิจตอนนี้มันก็แย่ลงเรื่อยๆ จึงอยากเห็นให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นมากกว่า ไม่อยากให้นายกฯ อยู่ต่อ
    ขณะที่นักเรียนโรงเรียนศึกษานารี ย่านฝั่งธนบุรี จำนวนหนึ่ง รวมตัวกันที่สวนหย่อมด้านข้างของโรงเรียน ทำกิจกรรมแฟลชม็อบ ภายใต้ชื่อ กระดุมใหญ่จะไฝว้เผด็จการ เพื่อแสดงออกถึงการเรียกร้องประชาธิปไตยและเรียกร้องสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ซึ่งนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมมีทั้งนักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย
        หนึ่งในคณะแกนนำนักเรียนบอกว่า การออกมาทำกิจกรรมในครั้งนี้ เกิดจากความไม่พอใจรัฐบาลในการบริหารประเทศ รวมถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ก็มองว่าไม่เป็นธรรม แต่ก็ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ หากรัฐบาลแก้ไขปัญหาให้เป็นที่พอใจ และให้ประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ก็พร้อมจะยอมรับได้
        นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดพรรคพลังประชารัฐ พร้อมทีมงานกฎหมาย แจ้งความกับ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และ ร.ต.อ.สุโกศล ทองแกมแก้ว รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. หลังถูกผู้ไม่หวังดีนำภาพตนเองไปเผยแพร่พร้อมใส่ข้อความที่อาจสร้างความแตกแยกกับสังคม
    นายสุภรณ์กล่าวว่า มีบุคคลรายหนึ่งได้นำภาพที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อฯ มาใส่ข้อความว่า “ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือใครที่ออกมาไล่ลุงตู่ ถือเป็นการเนรคุณแผ่นดิน” แล้วเผยแพร่ผ่านไลน์กลุ่มที่มีสมาชิกจำนวนมาก จึงรีบแจ้งทีมงานและแถลงข่าวกับสื่อฯ ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และยังมีขบวนการเฟกนิวส์ แชร์ข่าวปลอมทำลายฝ่ายรัฐบาล ซึ่งพรรค พปชร.ก็มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.เขตฯ กับนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค ที่ถูกใส่ความมาแล้ว ซึ่งคาดว่าทั้งสองท่านก็จะมาแจ้งความภายหลังสำหรับคดีของตน ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าเป็นใครเป็นผู้กระทำ จึงมาแจ้งความที่ บก.ปอท.ให้ดำเนินคดีกับบุคคลรายนี้ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา.


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก