‘ทอน’เคลียร์เกาเหลาฝ่ายค้าน


เพิ่มเพื่อน    

 "ชวน" ชี้ช่องเปิดวิสามัญฯ "พีระพันธุ์" เล็งส่ง "วัฒนา" เทียบเชิญแฟลชม็อบคุยแก้ไข รธน. สส.พท.ดักคอ กมธ. ถ้าไม่ใช้โอกาสนี้แก้ไข รธน.ให้เป็น ปชต. ถือว่าจงใจรักษาอำนาจคณะรัฐประหาร "ลุงสมพงษ์" ยัน พท.ไม่แบ่งก๊ก แค่มีใส่ไฟกันเองบ้าง ลั่นไม่ให้เกิดปัญหาอีก ถ้ามีต้องเคลียร์ "เด็กส้มหวาน" ขู่ กกต.ฟันอาญาธนาธรเติมไฟให้ลามทุ่ง "ทอน-ทิม" นำ อนค.เลี้ยงข้าวแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ฝากช่วยสนับสนุน "พิธา" หยอดมุก "เลือกตั้งครั้งหน้าเราเป็นรัฐบาลร่วมกันน่าจะดี” 

     เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้เปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจากการจัดการชุมนุมของนักศึกษาว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 123 เปิดโอกาสให้มีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญได้อยู่แล้ว โดย ส.ส.และ ส.ว.ทั้งสองสภารวมกัน หรือ ส.ส.อย่างเดียวในจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม หรือรัฐบาลจะดำเนินการเองก็ได้ แต่สำหรับประธานสภาฯ แล้วไม่มีสิทธิ์ไปเสนอเรื่องนี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม พร้อมจะทำหน้าที่ประสานงานให้ตามขั้นตอนและกระบวนการ ซึ่งได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาฯ เตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว
     "ดีที่สุดคือให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปหารือกันเพื่อหาทางออก ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในระหว่างสมัยประชุมก็สามารถดำเนินการได้ทันทีทั้งการเสนอญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการหรือเปิดอภิปราย แต่เมื่อตอนนี้ปิดสมัยประชุมแล้วก็จะต้องเปิดวิสามัญแทน ส่วนที่มีการกล่าวว่ามี ส.ส.บางพรรคเสนอเรื่องเข้ามาแล้วนั้น ส่วนตัวเห็นแต่เพียงความคิดเห็นที่แสดงออกมาเท่านั้น" นายชวนกล่าว
    ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนฯกล่าวว่า วันที่ 5 มี.ค. กมธ.จะมีการประชุม โดยตนจะมอบหมายให้นายวัฒนา เมืองสุข ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.ประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไปรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ชุมนุมแฟลชม็อบ เพื่อเชิญตัวแทนของกลุ่มนักศึกษาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน กมธ.วิสามัญฯ เพื่อเปิดพื้นที่และรับฟังความคิดเห็นต่างของคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นความคิดที่ดีและแตกต่างจากความคิดทางการเมืองรุ่นเก่า ตนยินดีอยู่แล้ว เพราะนักศึกษาถือเป็นประชาชนและเป็นอนาคตของชาติ ควรรับฟังเขาด้วย และตนอยากฟังด้วย เพราะอาจจะได้อะไรใหม่ๆ
    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า วันที่ 5 มี.ค.นี้ จะมีการประชุม กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไข รธน. เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาที่ประเทศขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงนั้น เพราะกติกาใน รธน.ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการสืบทอดอำนาจ จนเด็กถอนหงอกจัดแฟลชม็อบทั่วประเทศ จะไปต่อว่าเด็กหรือเยาวชนของชาติที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้คงไม่ได้ เพราะเขาเหล่านั้นเห็นเต็มตาว่าต้องมารับมรดกบ้านเมืองที่ล้มเหลว ยับเยิน จบมาแล้วไม่มีงานทำ ถ้า กมธ.ไม่ใช้โอกาสนี้แก้ รธน.ให้เป็นประชาธิปไตย ถือว่าท่านไม่รู้สถานการณ์บ้านเมือง จงใจรักษาอำนาจของคณะรัฐประหาร สมควรถูกสังคมประณาม แต่ถ้าท่านกล้าหาญ หักธงที่ถูกสั่งการมา ถือเอาประโยชน์ชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้งสุจริต ก็จะเป็นเกราะคุ้มภัยท่าน
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมจะเดินสายอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภาทั่วประเทศว่า รัฐบาลเข้าใจผิดคิดว่าปิดปากผู้อภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาปัญหาก็จบ ภาคประชาสังคมไปไกลเกินกว่ารัฐบาลประเมิน คาดว่าเวทีแรกจะเปิดอภิปรายในประเด็น การทำสงครามข่าวสาร ไอโอ สร้างความเกลียดชัง แบ่งแยกประชาชน แม้แต่ทางกองทัพก็ยอมรับแล้วว่ามีการดำเนินการจริง แต่ยังไม่หยุด พล.อ.ประยุทธ์ยังคงท่องคาถาไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เกี่ยว ปฏิเสธความรับผิดชอบ ทั้งที่คนดีชอบแก้ไข ถ้าเป็นผู้นำในต่างประเทศเขาลาออกไปนานแล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับดื้อตาใส ไม่รู้ร้อนรู้หนาว การเรียกประชุมผู้นำเหล่าทัพ แทนที่จะให้หยุดดำเนินการสงครามไอโอสร้างความแตกแยก แต่กลายเป็นว่าอาจเป็นการประชุมเพื่อให้กองทัพเตรียมรับมือการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศมากกว่า
"ลุงพงษ์"สยบศึกภายในพท.
    นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. กล่าวถึงกรณีภายหลังการประชุมพรรค พท. ที่ปรากฏภาพความขัดแย้งภายใน ว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะภายในพรรคของเราเปิดโอกาสให้ลูกพรรคได้ซักถาม ในความรู้สึกต่างๆ ที่มีหรือบอกข้อสงสัย แต่ครั้งนี้อาจความจงใจของ ส.ส.บางคน ที่อยากให้ข่าวนี้หลุดออกมา แต่ตนไม่ได้คิดอะไรเลย ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีการแบ่งก๊กภายใน มีแต่การแหย่กันไปแหย่กันมา แต่ตราบใดที่ตนยังเป็นหัวหน้าพรรค จะให้มีการแยกกันแบบนี้ไม่ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องจบที่ตัวหัวหน้าพรรค
    เมื่อถามว่า ดูเหมือนว่าพรรค พท.จะมีปัญหาเรื่องความมีเอกภาพ นายสมพงษ์กล่าวว่า มันก็เป็นอย่างนั้น เท่าที่ผ่านมาตั้งแต่ต้น สำหรับตนที่เป็นหัวหน้าพรรค ถ้าเป็นภาษาเหนือก็เรียกว่าละอ่อน ก็ต้องค่อยๆ ไป เพราะอายุยังไม่ครบปี เพราะพรรคเพื่อไทยมีพื้นฐานมาจากพรรคไทยรักไทย หลายๆ ส่วนมารวมกันปัญหาก็ย่อมมี เราก็กำลังทำอยู่ เพียงแต่ภายนอก อาจมีความขัดแย้งและสมาชิกบางคนอาจมีความรู้สึกว่าเขาอาจยังถือข้างใครอยู่ ซึ่งตนไม่ทราบ แต่ตนไม่มีข้าง ไม่มีพรรค ไม่มีพวก 
    "ผมจะไม่ให้เกิดความขัดแย้งในลักษณะนี้ขึ้นอีก ผมรับประกันได้ ถ้ามีก็ต้องมาคุยกัน และผมจะเป็นคนจัดการเอง ในการประชุมเมื่อวานที่เปิดโอกาสให้สมาชิกพูด ผมสังเกตดูแล้ว แต่บางทีการพูดก็เป็นการพูดใส่ความซึ่งกันและกัน เมื่อเราให้เขาพูดแล้วก็ต้องให้เขาพูดแต่ความจริง ไอ้สิ่งเหล่านี้มันไม่มีหรอก อย่าไปโทษว่าให้ชี้แจง บางคนไปฟังคนโน้นคนนี้ มันก็ไม่เป็นจริง" หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวอย่างมีอารมณ์ และว่า ก็มันไม่มีขั้ว ถ้าคนที่พูดแบบนี้ เราก็ต้องรู้ว่าใครพวกใคร ถ้าผมรู้ ผมจะเรียกมาพูด บอกเห้ย ถ้าคุณยังฝักใฝ่อยู่มันไม่ได้
    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสะท้อนปัญหาข้อขัดข้องและเสนอแนะต่างๆ ทั้งเรื่องการอภิปรายและสนับสนุนการอภิปราย ตลอดจนกฎกติกามารยาทของการทำงานร่วมกัน ถือเป็นกระบวนการประชาธิปไตยภายในพรรค พท. ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยรวมกับฝ่ายบริหารที่จะนำข้อมูลข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปปรับปรุงกระบวนการการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการถอดบทเรียนร่วมกันจึงเปรียบเสมือนการระดมสมองเพื่อทำให้การทำงานในครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งหน้าจะอยู่อีกไม่ไกล ขอรับประกันว่าเมื่อถอดบทเรียนและปรับปรุงการทำงานแล้วการอภิปรายของพรรคเพื่อไทยเราจะทำให้ดียิ่งขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ
เตือน กกต.เติมเชื้อไฟ
    นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. อดีตพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาความคืบหน้าในการดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร จากกรณีถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ว่าห้ามเข้าสภาก็แล้ว ยุบพรรคก็แล้ว ตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็แล้ว ดูเหมือนว่า กกต.ยังมีความพยายามดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร ทั้งที่หลักฐานการถือหุ้นบริษัท วี-ลัคฯ ชัดเจนว่าโอนไปหมดแล้ว กกต.รู้หรือไม่ว่าการพยายามดำเนินคดีต่างๆ กับนายธนาธร ไม่ใช่แค่การลงโทษนายธนาธร แต่คือการทำลายความชอบธรรมของตนเอง ทำลายความชอบธรรมของการเมือง ปัจจุบันมีคดีมากมายที่มีหลักฐานชัดเจน กกต.สามารถนำเนินคดีได้ แต่ไม่มีความคืบหน้าหรือทีท่าจะดำเนินคดีกับบุคคลคนนั้นด้วยซ้ำ
    "อยากถามว่า กกต.ออกมาเห็นโลกภายนอกบ้างหรือไม่ ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นเป็นฟางเส้นสุดท้ายให้ความอดทนของประชาชนหมดลงไป ทบทวนตัวเองบ้างหรือไม่ว่านักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวในทุกพื้นที่ขณะนี้ ไม่ใช่เพราะนายธนาธรหรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ แต่ต้นเหตุคือการกดขี่และดูถูกประชาชน ความรู้สึกหมดที่พึ่งขององค์กรนิติบัญญัติในประเทศไทย หาก กกต.ตระหนักสักนิด แล้วกอบกู้ความหน้าเชื่อถือและชอบธรรมให้ตนเองในเวลานี้ คิดว่ายังทัน อย่างน้อยก็ไม่เป็นเชื้อเพลิงเติมไฟให้ลามทุ่งไปมากกว่านี้" นายณัฐชากล่าว
    เมื่อเวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ร้าน Wine & Dine ทองหล่อซอย 13 ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จองพื้นที่ชั้น 2 ของร้าน จำนวน 28 ที่นั่ง เพื่อเลี้ยงขอบคุณพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยแบ่งเป็น 2 โต๊ะ ซึ่งแต่ละที่นั่งมีการระบุชื่อของผู้ที่มาร่วมรับประทานอาหารอย่างชัดเจน
    สำหรับโต๊ะ 18 ที่นั่งมีรายชื่อเรียงกัน ประกอบด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตพรรคอนาคตใหม่, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ พรรคเพื่อไทย, นายชัยธวัช ตุลาธน อนค., นายสุทิน คลังแสง พท.,  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อนค., นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล พท., น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง พรรคเพื่อชาติ (พพช.), นายชำนาญ จันทร์เรือง อนค., น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา สร., นายสุพจน์ อาวาส พรรคประชาชาติ (ปช.), นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ อนค., พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ปช., น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล อนค., นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พท., นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อนค., นายยงยุทธ ติยะไพรัช พพช., น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช พพช. และตัวแทนจากพรรคเสรีรวมไทย (สร.) 
"ทอน"อ้อนฝ่ายค้านช่วย"พิธา"
    ขณะที่อีกโต๊ะประกอบด้วยแกนนำหลัก คือ นายธนาธร, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พท., คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พท.,  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สร., นายนิคม บุญวิเศษ พรรคพลังปวงชนไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ พพช., น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ พท., นายปิยบุตร แสงกนกกุล อนค., นายภูมิธรรม เวชยชัย พท. และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ปช. ทั้งนี้ สำหรับสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านทยอยเดินทางมาที่ร้านตั้งแต่เวลา 17.30 น. โดยมีนายธนาธรและนายพิธาคอยให้การต้อนรับ 
    นายธนาธรได้กล่าวกับผู้มาร่วมรับประทานอาหารว่า ขอขอบคุณพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกท่านที่สละเวลาในค่ำคืนนี้ พรรคอนาคตใหม่มีอายุเพียง 508 วันก็ถูกยุบพรรคไป กก.บห.และ ส.ส.บางส่วนก็ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองในหลายเดือนที่ผ่านมา ในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชิญทุกท่านมาเพื่อกล่าวคำขอบคุณสำหรับความอนุเคราะห์และการสนับสนุน ที่ผ่านมาคิดว่าพี่น้องประชาชนได้เห็นแล้วว่าฝ่ายค้านทำงานอย่างเข้มข้นและจริงจัง เราร้อยรัดกันด้วยอุดมการณ์ ที่ต้องการหยุดยั้ง คสช. และต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และในวันนี้อยากจะขอความสนับสนุนจากทุกท่านให้กับ ส.ส.ที่ได้ไปต่อ
    "อยากให้ทุกท่านให้การสนับสนุนกับพวกเขา เหมือนที่สนับสนุนพวกเรา หวังว่าหลังจากนี้จะไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างผมและทุกท่านจะวิวัฒนาการไปเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่น ยืนยันว่าผม นายปิยบุตร และกรรมการบริหารพรรค จะไม่ท้อถอย และจะไม่เลิกเดินเส้นทางนี้ พวกเราจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อความยุติธรรม การเดินทางของพวกเรายังเดินต่อไป" นายธนาธรกล่าว
    ด้านนายสมพงษ์กล่าวว่า ขอบคุณนายธนาธร ที่ให้โอกาสพบปะกันในวันนี้ เมื่อกี้ตนคุยกับนายพิธาว่าถ้าท่านต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด ขอให้วางใจได้ เราจะยืนหยัดต้องต่อสู้กับเรื่องที่เกี่ยวกับความเป็นประชาธิปไตยต่อไป เราจะทำเต็มที่ทุกสิ่งทุกอย่าง จะคัดหางเสือและทำงานของเราในอนาคต ซึ่งเราเชื่อในความสามารถของน้องคนนี้ น้องพิธา ตนมีความมั่นใจอย่างนั้น ขอให้ท่านมีความตั้งใจในการดำเนินการสิ่งที่ถูกต้องต่อไป
    ด้านนายพิธากล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การเมืองแบบนี้ เราต้องสามัคคีกันให้มาก ซึ่งพวกตนยืนยันว่าเราจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ต่อไป
    ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า เรายังมีกำลังใจของพรรคฝ่ายค้านที่จะทำงานร่วมกันต่อไป แม้ว่านายธนาธรและท่านทั้งหลายจะไม่ได้อยู่ในพรรคการเมือง แต่ก็เป็นความหวังของประชาชน 
    ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนแม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็จะขอทำงานร่วมกับพรรคใหม่ของอนาคตใหม่ ในฐานะที่เราผ่านประสบการณ์มาเยอะ ก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำในบางประการ แต่ในส่วนของพรรค ก็ขอให้ทำงานเต็มที่ และอยู่ด้วยกัน ไปด้วยกัน
    จากนั้นนายธนาธรกล่าวว่า “เลือกตั้งครั้งหน้า เราเป็นรัฐบาลร่วมกันน่าจะดี”. 
     


โทษทีเถอะ.... มัวไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลซะ ๒ วัน เรื่อง "ตำรวจ-อัยการ" สั่งไม่ฟ้อง "นายบอส เรดบูล" เลยเหมือนผม "สับไกค้าง"

ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?