บทที่สองกำลังเริ่มขึ้น! 'ธนาธร' เปิด 3 ภารกิจ 'คณะอนาคตใหม่' ลั่นบัตรเลือกตั้งแข็งแกร่งกว่ากระสุน


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

7 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  บรรยายพิเศษในหัวข้อ “เมื่อพรรคอนาคตใหม่เป็นอดีต:อะไรจะเกิดขึ้นกับฝ่ายค้านต่อไป” ตอนหนึ่งว่าการตัดสินของศาลบังคับให้พวกเราต้องวิวัฒนาการ พรรคอนาคตใหม่กลายเป็นตัวขับเคลื่อนให้กับคนที่คิดว่า พอกันที และสำหรับคนที่รู้ว่า หากปราศจากการแทรกแซงของพลังอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นในรูปของกองทัพ หรืออะไรก็ตาม ประเทศไทยคงจะดีกว่านี้

นายธนาธร กล่าวต่อว่าสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการต่อสู่กับเผด็จการ เพราะพวกเขารู้ดีว่า อนาคตของลูกหลานนั้น จะถูกกำหนดจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ แม้ว่าพรรคจะถูกยุบ ทำให้ตัวขับเคลื่อนนั้นพังทลาย แต่ผู้คนจะยังคงเดินหน้าต่อไปสู่จุดมุ่งหมายที่เรามีร่วมกัน เราขอประกาศว่าจะไม่ยอมแพ้ พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปแล้ว แต่ประชาชนจะเดินทางต่อไปเพื่อให้ถึงจดมุ่งหมาย เราอยู่ทีนี่และเราจะไม่ยอมแพ้ มันเร็วไปที่จะร้องไห้ หรือยอมแพ้ หลายพรรคการเมืองถูกยุบก่อนที่เราจะโดน 

"พวกเขาคิดว่า การยุบพรรค คือ การทำลายฝ่ายตรงข้ามแต่เราจะพิสูจน์ว่าพวกเขาคิดผิด และช่วงเวลานี่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันไม่ใช่ตอนจบแบบที่พวกเขาต้องการ แต่เป็นเพียง การจบบทแรก และตอนนี้บทที่สอง กำลังเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าว

อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  กล่าวว่าตนไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง และไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนอะไรได้ แต่นั้นก็หมายความว่าก็ไม่มีข้อจำกัดใดๆ ตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากขึ้น เพราะคิดแบบนี้ จึงประกาศตั้ง "คณะอนาคตใหม่"  โดยเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มที่มีอุดมการณ์เดียวกัน มีความยืดหยุ่นสูง ไม่กำหนดตายตัว ไม่ได้เป็นนิติบุคคล เราเริ่มจาก 6,300 จากอดีตสมาชิกรรคอนาคตใหม่จากทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการต่อต้านเผด็จการ และสนับสนุนความเท่าเทียมและความเป็นประชาธิปไตยในสังคม

โดยมี 3 ภารกิจ ได้แก่ 1.สู้ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นเราเชื่อว่า ที่ผ่านมาการเมืองท้องถิ่นไทยถูกผูกขาดโดยกลุ่มครบอครัวที่ใช้เงิน และความรุนแรงในการกินรวบอำนาจของตัวเองในท้องที่ หลายครั้งพบว่าครอบครัวการเมืองเหล่านี้ให้การสนุบสนุนการแทกแซงของทหาร เราเชื่อว่าด้วยนโยบายที่ดี ด้วยความตั้งใจที่แนวแน่  การยืนอยู่ตรงข้ามการซื้อเสียง และการใช้เทคโนโลยีมาช่วย เราจะสามารถเปิดศักราชใหม่ในการเมืองท้องถิ่นได้ แบบที่เราทำมาแล้วในการเมืองระดับชาติ หากเราเพิ่มการแข่งขันในการเมืองท้องิ่นให้เข้มข้นขึ้น จะทำให้นักการเมืองท้องถิ่นต้องปรับวิธีการเล่นการเมือง มิฉะนั้นก็อาจจะแพ้

 2.เพราะเราเชื่อว่า ความคิดแข็งแกร่งกว่าปืน บัตรเลือกตั้งแข็งแกร่งกว่ากระสุน เราจะรณรงค์อย่างหนักหน่วง ไม่หยุดหย่อน เพื่อสนับสนุนแนวคิดเสรีนยิม และแนวคิดแบบประชาธิปไตย เราจะรณรงค์เพื่อสนับสนุน สังคมที่รักสิ่งแวดล้อม และสังคมที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็น ในมหาวิทยาลัย ในชุมชน ในสมาคมการค้าต่างๆ และสมาพันธ์เกษตรกรณ์ ทั้งรุปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยไปด้วยตัวเอง ซึ่งนี่คือการต่อสู้ทางความคิด ทั้งนี้ตนเชื่อว่า หากเราชนะสมรภูมิทางคิดได้ เราจะชนะทุกสมรภูมิ เพื่อจะเขียนประวัติศาสตร์ยุคหลัง พล.อ.ประยุทธ์

ภารกิจสุดท้าย 3.คือสร้างเครือข่ายประชาชนทั้ง 77 จังหวัด เครือข่ายของคนที่ต้องการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตย หากมีสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยสามารถสอนบทเรียนให้โลกได้ นั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับประชาธิปไตยที่มีอยู่ ทำให้เรารู้ว่า เสรีภาพมีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อไม่มีใครยอมจ่ายในส่วนนี้ ทุกคนจึงสูญเสียเสรีภาพ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมีเครือข่ายประชาชน เพื่อต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ นี่คือ 3 ภารกิจของเรา

“สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เราเปิดโปงหลักฐานที่ว่า กองทัพไทย มีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อโจมตีพรรคฝ่ายค้าน และบุคคลที่ต่อต้านเผด็จการ โดยหลักแล้ว เป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุน โดยมีจุดมุ่หมายเพื่อสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม โดยใช้ข้อมูล และข่าวปลอม จากการคำนวณคร่าวๆพบว่า มีเจ้าหน้าที่ในกองทัพหลายพันนาย ทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อส่งข่าวปลอมและวาทะที่สร้างความเกลียดชังทั่วสังคมออนไลน์ เพื่อดิสเครดิตพวกเรา และนี่ทำให้เราได้คำตอบว่า ทำไมคนไทยที่มีความคิดทางการเมืองต่างกัน ถึงมีความเกลียดชังกันนัก เป็นเพราะว่า ความเกลียดชังไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่เกิดจากการผลิตขึ้นมาอย่างเป็นระบบ และอย่างตั้งใจ”นายธนาธร กล่าวและว่า พวกเขาต้องการให้เราเชื่อว่าประชาธิปไตยและการแตกแยกทางคิดทางการเมืองเป็นปัญหา และประชาธิปไตยไม่เหมาะกับประเทศไทย ดังนั้น การแทรกแซงของอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นและทหาร คือ พระเอกขี่ม้าขาว นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ

เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวของคณะอนาคตใหม่  ว่าจากนี้มีแนวทางอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า การเคลื่อนไหวจากนี้คือการพยายามเข้าถึงคนรากหญ้า เป็นฐานเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่น และเน้นการทำการเมืองท้องถิ่น เพะราการเมืองท้องถิ่น คือสิ่งที่ใกล้ตัวคนที่สุด ขณะที่ในสภาเป็นแค่เพียงการผ่านกฎหมาย พวกเราต้องการพิสูจน์ให้คนเห็นว่า เราสามารถมีการเมืองที่ดีจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยการเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับคนระดับรากหญ้า โดยตรง

“ผมขอยกตัวอย่าง จ.เชียงใหม่ ที่ไม่เคยมีการดีเบตระหว่างผู้สมัครนายกเทศมนตรี เมืองเชียงใหม่มาก่อน ว่าเขาต้องการเห็นเมืองเชียงใหม่ในอีก 20 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร ผมต้องการที่จะสร้างการเมืองที่เข้มแข็งและสร้างสรรค์ ต้องการเพิ่มการแข่งขันให้เกิดขึ้นในการเมืองระดับท้องถิ่น” นายธนาธร กล่าวและว่า แม้ว่าตนจะไม่สามารถส่งคนลงเลือกตั้งได้ด้วยตนเอง แต่ตนช่วยรณรงค์หาเสียง ผู้สมัครที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเดียวกันได้.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"