ล่าสาวใจทมิฬ สาดน้ำกรดพี่ กับหลาน2คน


เพิ่มเพื่อน    

 

ตำรวจจ่อขอหมายจับสาววัย 31 ปี สาดน้ำกรดใส่พี่สาวและหลานวัย 10 ขวบกับ 6 ขวบ อาการสาหัส แม่เผยปมร้าวฉานมีมาตั้งแต่เด็ก พี่เอาหม้อตีหัวน้องจนไม่พูดกัน และน้องหนีออกจากบ้าน กระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อนขอมานอนด้วยก่อนก่อเหตุกลางดึก
    เมื่อวันที่ 8 มีนาคมนี้ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 และตำรวจ สน.ร่มเกล้า พร้อมนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นำพยานซึ่งเป็นแม่ของหญิงสาวอายุ 33 ปี ที่ถูกน้องสาวบุกสาดน้ำกรด เข้าชี้จุดเกิดเหตุภายในห้องพักเลขที่ 330/28 ย่านร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. โดยยังมีร่องรอยคราบสารเคมีทั้งที่พื้นห้องและผ้าห่ม 
    ก่อนหน้านี้ นางศรี (นามสมมุติ) ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ณ สำนักงาน ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขอให้ช่วยเหลือลูกสาวคือ น.ส.บาย (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี พร้อม ด.ช.ที (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี และ ด.ญ.บี อายุ 6 ปี (นามสมมุติ) ที่ถูกลูกสาวคนที่สองของตนสาดน้ำกรดเมื่อกลางดึกวันที่ 4 มี.ค.63 โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ขณะนี้ทั้ง 3 คนเข้ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสิรินธร อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ส่วนตัวของผู้กระทำ หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป
    นางศรีเล่าว่า ห้องที่เกิดเหตุอาศัยอยู่ 4 คน มีตน ลูกสาวคนโตและหลานอายุ 10 และ 6 ปี ส่วนลูกสาวคนรองที่ก่อเหตุหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่อายุ 18 ปี และไม่ได้ติดต่อกัน กระทั่งอายุ 21 ปีจึงติดต่อกลับมา จากนั้นก็มีการติดต่อกันบ้าง กระทั่ง 15 วันก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวคนรองมาขอพักอยู่ด้วย บอกจะมาหางานทำ ต่อมากลางดึกวันที่ 4 มี.ค. ได้ยินเสียงลูกสาวคนโตและหลานอีกสองคนกรีดร้อง จึงตื่นมาดู พบว่าทั้งสามคนถูกสาดด้วยน้ำกรดตามร่างกายและใบหน้า จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล 
    จากการซักถามลูกสาวทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือน้องสาว โดยช่วงหัวค่ำเห็นถือขวดแก้วคล้ายขวดนมเปรี้ยว และขนมเข้ามาในห้อง ยอมรับว่าลูกสาวมีปัญหากัน ไม่พูดกันมาตั้งแต่เด็ก เพิ่งรู้สาเหตุมาจากลูกสาวคนโตเอาหม้อไปตีหัวลูกสาวคนรอง ทำให้ทะเลาะกัน ไม่พูดกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นสาเหตุให้ลูกสาวคนรองก่อเหตุสาดน้ำกรดหรือไม่ พร้อมขอตำรวจช่วยตามจับลูกสาวคนรอง เพราะอยากรู้สาเหตุและรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว 
    นางปวีณาและ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ยังได้เข้าเยี่ยมและสอบปากคำหญิงอายุ 33 ปี ถูกน้องสาวสาดน้ำกรดด้วย 
    นางปวีณาเปิดเผยว่า หลังนางศรีเข้าร้องขอความช่วยเหลือ ทางมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจคนในครอบครัว และกระทรวงยุติธรรม ช่วยดูแลเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม รวมถึงเร่งรัดให้ตำรวจติดตามตัวผู้ประทำผิดมาดำเนินคดี ส่วนอาการของหญิงอายุ 33 ปี ขณะนี้ยังสาหัส แผลจากการถูกสาดน้ำกรดตามร่างกายยังแฉะ ยังกังวลแผลที่ตาข้างซ้าย ส่วนลูกอีก 2 คน วัย 10 ปี อาการดีขึ้น ส่วนอายุ 6 ขวบยังสาหัส
    ด้าน พ.ต.อ.รัฐศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้บาดเจ็บ แพทย์ พยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอศาลอนุมัติออกหมายจับนางสาวธนพร อายุ 31 ปี ผู้ก่อเหตุ ในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากสภาพบาดแผลรุนแรง ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว.
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.