ซาอุดีอาระเบียจับเจ้าชาย 3 องค์ เชื่อมีแผนจ้องยึดอำนาจ


เพิ่มเพื่อน    

ความขัดแย้งภายในราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียถูกจับตาอีกครั้ง แหล่งข่าวเผยกับเอเอฟพีว่า ราชองครักษ์จับกุมเจ้าชาย 3 พระองค์ซึ่งรวมถึงพระอนุชาและพระนัดดาของกษัตริย์ซัลมานเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากำลังวางแผนรัฐประหารยึดอำนาจ

แฟ้มภาพ วันที่ 14 ธันวาคม 2559  เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (ซ้าย) และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคมกล่าวว่า การจับกุมเจ้าชายที่ทรงอิทธิพลทั้ง 3 พระองค์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาส่งสัญญาณว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซึ่งเป็นประมุขของราชอาณาจักรแห่งนี้โดยพฤตินัย ทรงกระชับอำนาจของพระองค์ให้เข้มแข็งมากขึ้นด้วยการกำจัดผู้ที่อาจเป็นเสี้ยนหนามที่หลงเหลืออยู่

    เจ้าหน้าที่ของชาติอาหรับและชาติตะวันตกบอกกับเอเอฟพีว่า หน่วยราชองครักษ์จับกุมเจ้าชายอาเหม็ด บิน อับดูลาซิซ อัลซาอุด พระราชอนุชาของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ พระราชนัดดา เมื่อวันศุกร์ หลังจากทั้งสองพระองค์ถูกกล่าวหาว่ากำลังวางแผนยึดอำนาจในวงเพื่อโค่นล้มเจ้าชายโมฮัมเหม็ดลงจากบัลลังก์รัชทายาท เจ้าชายอีกพระองค์ที่โดนจับกุมด้วยคือเจ้าชายนาวาฟ บิน นาเยฟ พระอนุชาของเจ้าชายนาเยฟ

    แหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตะวันตกยังอ้างแหล่งข่าวภายในรัฐบาลซาอุฯ ด้วยว่า ยังมีทหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยอีกหลายคนที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนแผนรัฐประหารนี้ โดนจับกุมด้วย "ด้วยการล้างบางครั้งนี้ ก็ไม่หลงเหลือคู่แข่งที่จะมาหยุดยั้งการสืบราชสมบัติของมกุฎราชกุมาร" เขากล่าวกับเอเอฟพี

    ก่อนหน้านี้เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงลงโทษพวกนักเคลื่อนไหว, นักการศาสนาที่มีชื่อเสียง, เจ้าชาย และนักธุรกิจหลายรายที่ต่อต้านพระองค์ เจ้าชายยังถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสังหารจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ที่วิจารณ์พระองค์ ซึ่งโดนฆ่าตายที่สถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561

    การจับกุมครั้งล่าสุดนี้ยังทำให้เกิดการคาดเดาเกี่ยวกับพระพลานามัยของกษัตริย์ซัลมานซึ่งมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา รวมถึงข้อสงสัยว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดกำลังจะได้ขึ้นครองราชย์ในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ แต่เอเอฟพีอ้างแหล่งข่าวอีกรายที่ใกล้ชิดชนชั้นนำของซาอุฯ ว่ากษัตริย์ซัลมานยังทรงแข็งแรง และการควบคุมตัวครั้งนี้มีเจตนาเพื่อทำให้สมาชิกในราชวงศ์อยู่ในระเบียบวินัย

    ในวันอาทิตย์ เพื่อสยบข่าวลือ สำนักข่าวซาอุดีเพรสยังเผยแพร่ภาพถ่ายที่กษัตริย์ซัลมานทรงเป็นประธานพิธีถวายสัตย์รับตราตั้งของเอกอัครราชทูตซาอุฯ คนใหม่ประจำยูเครนและอุรุกวัย

    หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ซึ่งรายงานข่าวเรื่องนี้เป็นฉบับแรก กล่าวว่า เจ้าชายอาเหม็ดและเจ้าชายนาเยฟ ซึ่งต่างเคยอยู่ในลำดับที่อาจได้สืบทอดราชบัลลังก์ อาจโดนลงโทษคุมขังตลอดชีวิตหรือถึงขั้นประหารชีวิต

    เจ้าชายนาเยฟเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยและเคยเป็นมกุฎราชกุมาร แต่กษัตริย์ซัลมานทรงปลดและแต่งตั้งเจ้าชายโมฮัมเหม็ดขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารแทนเมื่อปี 2560 ช่วงเวลานั้น สถานีโทรทัศน์ซาอุฯ ยังเผยแพร่ภาพที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงจุมพิตพระหัตถ์เจ้าชายนาเยฟและทรงคุกพระชงค์เบื้องหน้าพระปิตุลา เพื่อแสดงความเคารพ

    เวลาต่อมา สื่อตะวันตกรายงานว่า เจ้าชายนาเยฟทรงถูกกักบริเวณในตำหนัก แต่ทางการซาอุฯ ปฏิเสธข่าวนี้

    ส่วนเจ้าชายอาเหม็ด ที่เชื่อว่ามีพระชันษาในวัยราว 70 ปี ภายหลังกลับจากลอนดอนมาอยู่ซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ก็ไม่ทำองค์ให้เป็นที่โดดเด่น หลังจากเคยตกเป็นข่าวตรัสถ้อยคำเหน็บแนมกษัตริย์และมกุฎราชกุมารต่อหน้าผู้ประท้วงในกรุงลอนดอน ว่ากษัตริย์และเจ้าชายทำให้ทั้งราชวงศ์เดือดร้อน เพราะนำซาอุฯ เข้าไปแทรกแซงความขัดแย้งในเยเมน แต่ต่อมาเจ้าชายอาเหม็ดชี้แจงว่าเป็นการแปลความหมายถ้อยคำของพระองค์อย่างผิดเพี้ยน.


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'