แอร์พอร์ตลิ้งจับมือศิริราชต้านสกัดCOVIC-19


เพิ่มเพื่อน    

9 มี.ค.63-นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอรพอร์ต เรล ลิ้งก์ เปิดเผยว่า จากที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มากจนทำให้คนแตกตื่นและระมัดระวังในการใช้บริการของระบบขนส่งมวลชนกันอย่างมากนั้น ประกอบกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ได้มีการให้บริการที่เชื่อมต่อจากสนามบิน ล่าสุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนคนไทย ทางโรงพยาบาลศิริราช ได้ประสานมายัง รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.เพื่อร่วมมือกันในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคบนขบวนรถไฟฟ้า โดยใช้มาตรฐานการฆ่าเชื้อในห้องผ่าตัดมาทำความสะอาดขบวนรถไฟฟ้า เบื้องต้นทางศิริราชได้เข้ามาขอเก็บตัวอย่างเชื้อโรคทุกประเภทที่ีติดอยู่ในขบวนรถไฟฟ้านำร่องก่อน 1ขบวน ไม่ว่าจะเป็นที่ราวจับ พนักเก้าอี้ หูจับ ราวจับ ประตู ไปตรวจ และผลการตรวจจะออกมาเป็นอย่างทางการภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการขยายผลไปยังรถไฟฟ้าทั้ง 9 ขบวนต่อไป

ทั้งนี้การเข้ามาร่วมมือของศิริราชพยาบาล กับ แอร์พอร์ตลิ้งก์ นั้น จะช่วยให้ความคลางแคลงใจของประชาชนในการให้บริการระบบขนส่งมวลชนทางรางหมดไป เพราะนอกจากการเข้ามาเก็บเชื้อในขบวนรถไฟฟ้าไปตรวจแล้วยังพบว่ามีแนวโน้มในทางที่ดีว่าผลการตรวจจะไม่พบเชื้อที่อาจจะเป็นอันตรายและแพร่ระบาดได้อย่างที่เป็นข่าวตามที่หลายคนวิตกกังวลในขบวนรถ ซึ่งนอกจากการเก็บตัวอย่างเชื้อโรคไปเพาะเชื่อแล้ว ทางศิริราชพยาบาลจะเข้ามาทำความสะอาดในขบวนรถแบบทุกซอกทุกมุมตามขั้นตอนเช่นเดียวกับการทำความสะอาดในห้องผ่าตัด โดยใช้ระบบ ไฮโดรเจนไดออกไซค์ไอออร์ไนซ์

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า จากความร่วมมือกันระหว่างศิริราชพยาบาลกับ แอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ ถือเป็นความร่วมมือกันในเบื้องต้น หากผลการดำเนินการร่วมกันเป็นไปแนวทางที่ดี ทางกรมการขนส่งทางราง จะนำความร่วมมือกันนี้ไปสานต่อขอความร่วมมือจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ,บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ,บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส ,ให้มีการตรวจคัดกรองเชื้อในรถไฟฟ้า เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริการ เพราะนอกจากการมาคัดกรองนำเชื้อไปตรวจแลเว ทางศิริราชยังได้นำระบบการฆ่าเชื้อมาช่วยดำเนินการด้วย ซึ่งระบบการฆ่าเชื้อถือได้ว่ามาตรฐานที่สูงมากๆ


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"