“สรรพสามิต”ลุยเว้นภาษีนำเอทานอลไปผลิตเจลล้างมือยันมีเพียงพอความต้องการ


เพิ่มเพื่อน    

10 มี.ค.2563 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้ออกประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการขอใช้สิทธิเสียภาษีในอัตราภาษีศูนย์ สำหรับสุราสามทับ (แอลกอฮอล์) ที่นำไปทำการแปลงสภาพ เพื่อใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบที่มิได้ทำขึ้นเพื่อการจำหน่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ ซึ่งมี 3 กลุ่ม คือ องค์การสุรา ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสุราสามทับเพื่อส่งออก และกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรามเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ให้เสียภาษีแอลกอฮอล์ในอัตรา 0 บาทต่อลิตร พร้อมทั้งลดเงื่อนไข และข้อจำกัดต่าง ๆ ในการปฏิบัติเพื่อให้ง่ายและทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยประกาศดังกล่าวจะมีผลถึงวันที่ 30 ก.ย. 2563 แต่หากสถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ หรือยังมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ก็จะพิจารณาขยายเวลาตามความจำเป็น

 “ขณะนี้มีความต้องการใช้แอลกอฮอล์มากขึ้น ภายหลังจากมีการออกประกาศของกระทรวงสาธารสุขกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตราย ดังนั้น กรมฯ ในฐานะเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้าสุรา ซึ่งรวมถึงแอลกอฮอล์ เพราะเป็นสินค้าที่กำหนดในบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต จึงมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แอลกอฮอล์ โดยหากนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ จะต้องเสียภาษีในอัตรา 0 บาทต่อลิตร เพื่อเป็นการลดตนทุนทางภาษีและเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว” นายพชร กล่าว

นอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบการยังได้บริจาคแอลกอฮอล์ จำนวน 3 แสนลิตร ให้กับกรมสรรพสามิต เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนทั่วประเทศ ผ่านสรรพสามิตจังหวัด เฉลี่ยวันละ 100 ลิตร เป็นเวลา 30 วัน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มแจกจ่ายได้ภายในเดือน มี.ค. นี้ ในรูปของแอลกอฮอล์แบบน้ำ โดยจะให้ประชาชนนำภาชนะมาใส่ได้รายละไม่เกิน 1 ลิตร เพื่อใช้ในการทำความสะอาดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ ยืนยันว่าแอลกอฮอล์ ที่จะนำไปผลิตในรูปแบบของเจลล้างมือ และรูปแบบต่าง ๆ สำหรับฆ่าเชื้อโรคยังมีเพียงพอกับความต้องการของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากปัจจุบันมีโรงงานเอทานอล 26 โรงงาน กำลังการผลิต 7 ล้านลิตรต่อวัน ในส่วนนี้เป็นปริมาณการใช้ด้านพลังงานเพียง 4 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนอีกประมาณ 3 ล้านลิตรต่อวัน จะสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้

“การดำเนินการทั้งหมด เป็นเพียงมาตรการเพื่อรองรับความต้องการใช้ของประชาชนเท่านั้น และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกดดันด้านราคาในตลาดในอนาคต โดยสถานการณ์เจลล้างมือตอนนี้ยังมีเพียงพอ และไม่มีการกักตุนแต่อย่างใด” นายพชร กล่าว
 


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.