สั่งเด้ง-สอบ7ตร. จับแม่ลูกรีด3แสน


เพิ่มเพื่อน    


    เด้งด่วน 7 ตำรวจแม่อาย หลังเจ้าของร้านอาหารพาเมียเข้าร้อง บช.ภ.5 ถูกรีด 3 แสนข้อหาเป็นต่างด้าวไม่พกบัตร นักการเมืองท้องถิ่นขอเคลียร์จะคืนเงินแลกถอนแจ้งความ แต่สายไป ผบช.ภ.5 ผบก.เชียงใหม่ประสานเสียง ยันผิดจริงฟันทั้งวินัย-ดำเนินคดีอาญา สั่งตั้งกรรมการสอบแล้ว
    ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ TS'Thanaphon Eagleline ได้แชร์คลิปและภาพเอกสารการร้องเรียนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 โดยมีข้อความว่า "เงินเดือนพวกคุณไม่พอใช้หรือครับ? ถึงได้จับเด็กและผู้หญิงมาข่มขู่! รีดไถ เป็นเงินสามแสนบาท สน.แม่อาย ครับ!!!" โดยคลิปดังกล่าวถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งพร้อมรถตำรวจ พูดภาษาเหนือ บอกให้หยุดถ่าย ถ้าถ่ายเดี๋ยวจะไม่ช่วยให้แล้วนะ
    ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ได้เปิดเผยตัวตนคือนายฐานะพล เสาวคนธ์ อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ที่เปิดเผยเรื่องนี้ก็เพื่อระบายความคับแค้นใจที่ถูกระบบราชการทำร้ายครอบครัวอย่างมาก โดยตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอุ้มภรรยาและลูกชายตนเองไปกักขังหน่วงเหนี่ยวและรีดเงินไป 3 แสนบาท หลังเกิดเรื่อง ตนเองและภรรยาได้เดินทางไปร้องเรียนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ก็มีคนในพื้นที่หลายคนเป็นตัวแทนเข้ามาเจรจาขอคืนเงิน และขอให้ไปถอนการร้องเรียนทุกอย่างให้หมด 
    ส่วนนางพิมพ์ชนก ภรรยาวัย 22 ปี กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ศกนี้ ตนได้พาลูกวัย 1 ขวบ 11 เดือนไปงานแต่งงานญาติที่หมู่บ้านโป่งงาย ต.แม่สาว อ.แม่อาย ขากลับได้อาศัยนั่งรถคนในหมู่บ้านกลับ ระหว่างทางมีตำรวจหลายนายได้เข้าตรวจรถและทำการตรวจปัสสาวะ ตรวจบัตรประชาชน ไม่พบสารเสพติด ปรากฏตนเป็นคนต่างด้าว มีบัตรสีชมพู แต่ไม่ได้พกติดตัว จึงถูกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งขับรถพาตนและลูกชาย พร้อมคนในหมู่บ้านอีก 2 คน เด็กสาวอีก 1 คน ขึ้นไปเจรจากันในป่าบนดอย ตนก็โวยวายว่าทำไมไม่พาไปโรงพัก ตำรวจจึงได้นำมาควบคุมไว้ที่ป้อมแม่สาว รวมผู้ใหญ่ 3 คน เด็ก 2 คน แจ้งข้อหาแล้วเรียกเงินจำนวน 1 แสนบาท แต่พอรู้ว่ามีเงินก็เรียกอีกรอบเป็น 5 แสนบาท อ้างว่าเป็นผู้นำพาต่างด้าว ให้ที่ซุกซ่อน ในส่วนของตน สามีได้โอนเงินให้ตำรวจ 2 ครั้ง รวม 3 แสนบาท จึงได้รับการปล่อยตัว
    มีรายงานต่อมาว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคมนี้ นายฐานะพล พร้อม น.ส.พิมพ์ชนก ภรรยาที่ถือบัตรสีชมพู และ ด.ช.อีเกิ้ล ลูกชายอายุ 1 ปี 11 เดือน ได้เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี และขอการคุ้มครองดูแลความปลอดภัยของคนในครอบครัว ซึ่งเบื้องต้นทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ส่งเรื่องไปยังทางกองบังคับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่แล้ว
    พล.ต.ท.ประจวบ วงค์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน และให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมถึงสั่งการให้ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงให้ดูแลความปลอดภัยต่อผู้ร้องเรียนไม่ให้เกิดปัญหาข่มขู่คุกคามด้วย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่นายฐานะพลและภรรยาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอยู่นั้น ได้มีผู้โทรศัพท์ถึงนายฐานะพลหลายครั้ง บอกว่าเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ ขอเป็นตัวแทนตำรวจคู่กรณีเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย โดยเสนอเงินเพื่อแลกกับการถอนคำร้องเรียนทั้งหมด
    ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับการร้องเรียนถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่อาย โดยจากข้อมูลที่ร้องเรียนมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แล้วมีลักษณะกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน แต่เบื้องต้นขอคุยกับผู้เสียหายก่อน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตามแนวทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.5 ได้วางเอาไว้ ถ้าพบว่ากระทำผิดไม่ว่าจะผิดวินัยหรือผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง ไม่มีการช่วยเหลืออยู่แล้ว 
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ว่าได้มีคำสั่งให้ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมให้ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 นาย ไปปฏิบัติราชการยังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส โดยหากผลการสืบสวนข้อเท็จจริงมีมูลว่าได้กระทำความผิด หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ด
    รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินคดีอาญานั้น เบื้องต้นผู้เสียหายจะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย เพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง โดยพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานภายในระยะเวลา 30 วัน แล้วส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ หากผลการสืบสวนข้อเท็จจริง พบว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในทางมิชอบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดในทุกฐานความผิด ลงทัณฑ์ทางวินัยอย่างถึงที่สุด ฟันไม่เลี้ยง ไม่เอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างให้เสียกำลังใจของข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี ประกอบกับได้กำชับดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับประชาชน.


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ