ชงติด‘วงจรปิด’ บ้านผูพิ้พากษา หวั่นมีอันตราย


เพิ่มเพื่อน    

 กก.ปฏิรูปประเทศด้านยุติธรรมโว ทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจ 150 แห่ง ให้คำปรึกษา ปชช.-ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้รับการตอบรับอย่างดี จ่อขยายเพิ่ม หวังพัฒนาเป็นทนายความสาธารณะ ประธานศาลฎีกาเสนอโครงการติดกล้องวงจรปิดบ้านพักผู้พิพากษา หลังมีรายงานคนแปลกหน้าเข้าไปสังเกตการณ์ 

     ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ บางเขน วันที่ 10 มีนาคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ร่วมกับสภาทนายความฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน กรรมการปฏิรูปประเทศฯ, ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ และกรรมการปฏิรูปประเทศฯ, นายวันชัย รุจนวงศ์ กรรมการปฏิรูปประเทศฯ, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, นายอนุพร อรุณรัตน์ ที่ปรึกษานายกสภาทนายความ และตัวแทนอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจ ร่วมแถลงข่าวโครงการทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน ได้รับการช่วยเหลือและคำแนะนำด้านกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างเสมอภาค สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 258 ง (1)
    โดย พล.ต.ท.อำนวยกล่าวว่า ทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจจะมีบทบาทหน้าที่ 1.ให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาทั้งกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่ง 2.ให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการแจ้งสิทธิตามกฎหมายของผู้ต้องหา, ผู้เสียหาย หรือประชาชน 3.ให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ 4.ไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาท โดยที่ผ่านมาเริ่มโครงการตั้งแต่เดือน ส.ค.2562 ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการมาต้องบอกว่าไม่มีตรงไหนเลยที่ไม่ดี ไม่มีตรงไหนเลยที่ประชาชนได้รับความเสียหาย นอกจากจะได้รับประโยชน์ ในส่วนของการเดินหน้าโครงการต่อไปก็จะต่อเนื่องปี 2564
    ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์กล่าวว่า ในส่วนของสภาทนายความเองก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการจัดหาและอบรมทนายความประจำสถานีตำรวจ ขณะนี้ก็ได้ประจำอยู่ใน 150 สถานีทั่วประเทศ โดยการที่มีทนายความประจำสถานีตำรวจก็ช่วยแบ่งเบาภาระของตำรวจ และได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทนายความที่เราอบรมสำหรับการประจำสถานีตำรวจนั้นก็ต้องมีประสบการณ์มาหลายปี
    ด้านนายวันชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวได้เริ่มนำร่องไปแล้ว 150 สถานีทั่วประเทศ ได้รับผลตอบรับดี ก็จะขยายให้มีทนายประจำสถานีตำรวจทั่วพื้นที่ แต่อาจไม่ใช่ประจำทุกโรงพัก เพราะโรงพักบางแห่งมีเหตุมาปรึกษาน้อยก็จะไม่คุ้มค่าในแง่การนั่งประจำโรงพัก แต่ในส่วนนี้เราจะใช้วิธีให้มีทนายประจำจุดโรงพักแห่งหนึ่ง แล้วในโรงพักพื้นที่ใกล้เคียงก็ใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์แทน เพื่อให้เป็นการเข้าถึงโรงพักทั่วประเทศ
    ขณะที่ พล.ต.ต.สุคุณกล่าวว่า โครงการนี้ได้รับการตอบรับจากภาคประชาชนเป็นอย่างดี ประชาชนที่มาสถานีก็มีความจำเป็นในเรื่องการขอคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งบางเรื่องที่ในการสอบสวนจะต้องใช้ทนายความที่จะดำเนินการทางกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้เราเคยมีปัญหาในการจัดหาทนายความ แต่วันนี้เมื่อมีโครงการทนายความประจำโรงพักแล้ว ก็สามารถให้บริการประชาชนทั้งในส่วนของผู้เสียหายและผู้ต้องหา ซึ่งเราก็มีการสำรวจความพึงพอใจกับผู้มาใช้บริการทนายความประจำสถานีตำรวจ ก็พบว่ามีประมาณเฉลี่ย 4-5 รายต่อวัน ขณะที่พนักงานสอบสวนเองที่ต้องทำการสอบสวน ก็ได้รับความร่วมมือจากทนายความอย่างดี โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะขยายโครงการในสถานีตำรวจอีกหลายแห่งตามที่สภาทนายความฯ แจ้งไว้  
    ส่วนนายอนุพรกล่าวว่า ทนายความประจำสถานีตำรวจนี้อยากจะให้พัฒนาเป็นนิติสาธารณะ หรือทนายความสาธารณะ ไม่ใช่เพียงที่เรียกทนายอาสา ในฐานะทนายความ ยินดีจะเป็นส่วนช่วยเกื้อกูลงานของตำรวจและดูแลสารทุกข์สุกดิบประชาชน ที่ผ่านมา ต่อไปคาดหวังว่าจะพัฒนาเป็นทนายความสาธารณะ ที่ให้มีจิตสาธารณะเน้นแสวงหาข้อเท็จจริงขึ้นสู่การพิจารณา
    ภายหลังแถลงข่าวแล้วคณะกรรมการปฏิรูปประเทศฯ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจบางเขนเพื่อดูงาน ซึ่งเป็น 1 ในพื้นที่นำร่องของทนายความประจำสถานีตำรวจพื้นที่นครบาล 35 สถานี
     มีความคืบหน้ากรณีที่ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมในพื้นที่ภาค 8 มีข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยในส่วนของบ้านพักข้าราชการตุลาการ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการจัดสรร รปภ.ไปรักษาความปลอดภัย แต่ช่วง 1-2 ปีหลังนั้น ปรากฏว่ามีการตัดงบส่วนนี้ออกไป สร้างความกังวลให้ผู้พิพากษา เนื่องจากเคยมีคนแปลกหน้าเข้าไปในบริเวณที่พักดังกล่าว จึงเสนอควรติดกล้องวงจรปิดหรือสัญญาณกันขโมยนั้น
    โดยนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวว่า เห็นด้วยในเรื่องกล้องวงจรปิด ถ้างบประมาณที่ได้สนับสนุนมายังไม่เพียงพอจะเสนอให้ทำเป็นโครงการนำร่อง แล้วค่อยขยายผลไปเรื่อยๆ เราควรจะเริ่มต้นติดตั้งปีนี้ เราทำได้เท่าไหร่ให้ทำไปก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มทำโครงการระยะยาวให้ทั่วถึง อย่างน้อยสุดตอนนี้ก็ต้องสร้างความมั่นใจ เพราะเวลาคนร้ายจะลงมือจะไม่มาครั้งเดียวแล้วลงมือ คนร้ายจะมาดูสถานที่ก่อน ถ้าเรามีกล้องวงจรปิด แม้คนร้ายจะทำการบ้าน แต่เราก็ได้ทำการบ้าน มีโอกาสตรวจพบร่องรอยและระมัดระวังมากขึ้น ตนขอเสนอไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมให้ช่วยทำโครงการนำร่อง ปีนี้ทำได้แค่ไหนให้เริ่มลงมือทำไปก่อน อาจจะเลือกศาลที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเดี๋ยวนี้เหตุความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะข้างนอกอีกแล้ว กำลังเกิดขึ้นในบ้านของเราเอง เราเป็นผู้พิพากษาที่มีหน้าที่ตัดสินคดีสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชนด้วยสันติวิธี
    “สถานการณ์ต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามการใช้อำนาจของผู้พิพากษาในกรณีที่ทำหน้าที่พิจารณาคดี บอกให้รู้ว่าเราต้องทำงานอย่างมืออาชีพ และเป็นหนึ่งเดียวกัน ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ใครก็ตามที่มาขู่ศาลภายใต้การกำกับดูแลของผมจะทำไม่ได้ เพราะถ้าเมื่อไหร่ผู้พิพากษาเกิดความหวาดกลัวหวั่นไหวต่อการทำหน้าที่ เราจะอยู่ไม่ได้ เราต้องทำงานด้วยความกล้าหาญ ระบบเราต้องอำนวยให้เกิดความปลอดภัยกับพวกเรา ผมขอให้ความมั่นใจ” ประธานศาลฎีกากล่าว
    ด้านนายภพ เอครพานิช รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำหรับงบประมาณในการจ้าง รปภ.จากองค์การทหารผ่านศึกมาดูแลรักษาความปลอดภัย ที่เราเปิดศาลก็จะเน้นในส่วนอาคารศาล แต่ในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา ทางสำนักงานศาลยุติธรรมโดยดำริของประธานศาลฎีกา ก็เน้นในเรื่องรักษาความปลอดภัย เราก็มีการแปรญัตติเพิ่มเติม ก็ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมในส่วน รปภ.มาบางส่วน เราก็ต้องมาจัดสรรด้วย ในเรื่องระบบกล้องวงจรปิดที่เราขอแปรญัตติมา 900 ล้านบาท จะมีทั้งเรื่อง รปภ.และกล้องวงจรปิด ส่วนนี้ยังไปไม่ถึงบ้านพักผู้พิพากษา เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลหรือสำนักงบประมาณมีการมองว่าให้จัดเน้นไปที่อาคารสถานที่ศาลก่อน ซึ่งเราก็พยายามอธิบายในเรื่องความปลอดภัยของผู้พิพากษาไป 
    อีกทั้งในส่วนงบที่แปรญัตติมาจะต้องถูกนำไปใช้ในเรื่องอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาล ที่ตอนนี้มี 35 คน ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เราจะต้องมีรับโอนเพิ่มอีก 63 คน บรรจุใหม่อีก 209 อัตรา จะต้องมีเรื่องการฝึกอบรมเข้ามาอีก เมื่อฝึกอบรมเสร็จจะมีการกระจายกำลังไปไว้ตามภาค ตรงนี้เจ้าพนักงานตำรวจศาลจะเป็นหน่วยงานสนับสนุนหรือดูแลเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่า รปภ.เดิมได้ เพราะเจ้าพนักงานตำรวจศาลอาจจะไปนั่งเป็นหัวหน้าทีมแต่ละภาค หรือเรียกว่าเข้าไปดูแลในระบบ.


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'