ปชป.ขู่เลือดไหลบี้ถกด่วน


เพิ่มเพื่อน    

 "จุรินทร์” ปัดเคลียร์ใจนายกฯ ปมสมาชิกให้ถอนตัวอ้างเป็นผู้ใหญ่ต้องให้เกียรติกัน ย้ำทุกอย่างขึ้นอยู่กับมติพรรค ยังไม่มีสัญญาณปรับ ครม. "อันวาร์" จี้ หน.ปชป.เปิดประชุมก่อนเลือดไหลอีก "พนิต" ตอกย้ำ ปชป.ยึดเรื่องซื่อสัตย์สุจริตไม่มีวันพายเรือให้โจรนั่ง หน.ประชาธิปไตยใหม่โดดอุ้ม "ธรรมนัส" ตะเพิดปชป.พ้นรัฐบาล ลั่นหากยังวุ่นวายปฏิวัติไปเลย "ป้อม" หย่าศึกภายใน พปชร. "สิระ" ขย่มต่อ ถ้าเป็นผมลาออกไปแล้ว "เพื่อไทย" จี้นายกฯ รับผิดชอบคนใกล้ชิด รมต.กักตุนหน้ากาก เตือนฟางเส้นสุดท้ายใกล้ขาดเต็มที 

     เมื่อวันพุธ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคยื่นขอให้เปิดประชุมพรรคเพื่อขอมติถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล จากกรณีผู้ติดตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พัวพันกับผู้ที่กักตุนหน้ากากอนามัยส่งขายต่างประเทศสูงกว่าราคาควบคุมว่า  เรื่องนี้มอบเลขาธิการพรรคดูแล เพราะเป็นหน้าที่กำหนดนัดหมายการประชุมพรรค ส่วนสถานการณ์ทั้งหมดคิดว่าท่าที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชัดเจนแล้วว่ามีเจตนาอย่างไร ถ้าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เป็นดุลยพินิจของนายกฯ และพรรคแกนนำอย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่วนพรรคปชป.ในฐานะฝ่ายสนับสนุนคงต้องรอดูท่าทีต่อไป
    ส่วนที่มีสมาชิกบางส่วนต้องการให้ร่วมรัฐบาลต่อนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ทราบประเด็นนี้ แต่ในพรรคมักมีความเห็นต่างอยู่เสมอ ทุกอย่างจะยุติด้วยมติพรรค ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบของพรรคชัดเจน เหมือนกับการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ก็ใช้มติเสียงข้างมาก 61 ต่อ 16 เสียง จึงต้องทำตามมติพรรค ดังนั้นหากจะเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้องใช้มติพรรค ถ้าเรายึดระบบประชาธิปัตย์ก็ต้องยึดมติเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยแม้จะสำคัญ แต่ก็ต้องยอมรับ เพราะไม่ว่าองค์กรใดก็ต้องทำเช่นนี้
    เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะเป็นปัญหาภายในพรรคหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า คงต้องไปแก้ไขปัญหากัน ต้องพูดคุยให้เข้าใจ ส่วนจะมีการปรับสัดส่วนรัฐมนตรีภายในพรรค ก็ต้องใช้ความเห็นของกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ภายในพรรค ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งจะมีอำนาจตัดสินใจได้ ส่วนตัวจึงยังไม่สามารถตอบได้ เพราะขึ้นอยู่ที่ประชุมร่วม แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณอะไรจากนายกฯ หรือพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งภายในพรรคก็ไม่บังคับ
    “เมื่อวานไม่ได้เคลียร์ใจกับนายกฯ และผมเองมีความเป็นผู้ใหญ่ มองว่าการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ ในช่วงบ่ายเมื่อวานมีความชัดเจน ผมก็ยอมรับ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน” นายจุรินทร์กล่าว
     ที่รัฐสภา นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และ 1 ใน 17 เสียงข้างน้อยในมติให้ ส.ส.ของพรรคโหวตไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ยื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคเปิดประชุมเพื่อถกปัญหาต่างๆ ภายในพรรคว่า ไม่มีแรงกระเพื่อม และไม่อยากพูดอะไรล่วงหน้า แต่เห็นว่าควรรีบประชุมเพื่อพูดคุยถึงปัญหาในพรรค ส่วนที่อ้างเรื่องไวรัสโควิด-19 เป็นเหตุผลในการเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น อยากถามว่าทำไมพวกเรายังมาประชุมที่สภาได้ ซึ่งมีคนเข้า-ออกจำนวนมาก และพรรคไม่มีการจัดการที่ดีเหมือนกับสภาหรือ ดังนั้นเมื่อยื่นหนังสือไปแล้วคิดว่าการประชุมจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ถ้าเป็นนายจุรินทร์ จะไม่ปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อเช่นนี้ไปอีกนาน
    ส่วนที่มีการเสนอให้ ปชป.ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลจะทำให้บานปลายหรือไม่ นายอันวาร์กล่าวว่า ถ้าไลน์ไม่หลุดก็ไม่มีเรื่อง เพราะเป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งไม่ใช่มติพรรค แต่เป็นการพูดคุยกัน และถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในพรรคการเมืองที่มีความเห็นที่แตกต่างกัน ตนก็ยังอยากให้นายกฯ อยู่แก้ไขปัญหาต่อไป แต่อันไหนที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็ควรต้องคุยกัน และนำข้อเสนอไปถึงนายกฯ ดังนั้นพรรคต้องเปิดประชุม เปิดอกคุยกันต่อหน้าดีกว่าต้องนำ 3 เงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลมาพิจารณา
สส.ปชป.ย้ำไม่พายเรือให้โจรนั่ง
     “สิ่งที่พวกผมออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้เป็นเพราะยังเชื่อมั่นในตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคอยู่ เพราะทุกวันนี้หัวหน้าพรรคคือนายจุรินทร์คนเดียว ที่เสนอประชุมคิดว่าจำเป็นที่เราจะต้องหารือภายในเพื่อป้องกันปัญหาเลือดไหล เพราะทราบว่ายังมีกรรมการบริหารพรรคลาออกอีกหลายคน” นายอันวาร์กล่าว และว่า ที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้อยากเป็นรัฐมนตรี แต่ทำเพื่อพรรคชัดเจน  
    ด้านนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เจ้าของวาทะไม่พายเรือให้โจรนั่ง กล่าวว่า ไม่น่าจะถึงขั้นที่นายจุรินทร์ต้องทบทวนตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะเป็นหัวหน้าพรรคมาไม่ถึงปี และการบริหารบ้านเมือง ผ่านมาเพียง 8-9 เดือน และก็บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรัฐมนตรีของพรรคทุกคนด้วยก็ทำงานอย่างเต็มที่ จึงควรให้นายจุรินทร์ดำเนินการเป็นรูปธรรมก่อน มั่นใจว่าจะพาพรรคผ่านความขัดแย้งนี้ไปได้ และที่ผ่านมาอดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ทุกคนก็ยึดเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นหลัก หากมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เอาผลประโยชน์ของประชาชน จึงไม่ใช่เฉพาะเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัสเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นใครใน ครม.มีพฤติกรรมแบบนี้ เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการ เราไม่มีวันพายเรือให้โจรนั่ง เพราะเราไม่มีผลประโยชน์อะไร
    “เรื่องมติพรรคให้เราโหวตไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้มันมากกว่านั้น เป็นเรื่องของการเอาเปรียบประชาชน กักตุนหน้ากากที่ต้องมีการสอบสวนต่อไป และ รมว.พาณิชย์ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคต้องเข้าไปดู ถ้าเรื่องนี้ชัดเจนและตอบสังคมได้" นายพนิตกล่าว
    เมื่อถามว่าหากยังมี ร.อ.ธรรมนัสร่วมรัฐบาลต่อไป พรรค ปชป.จะมีความชัดเจนอย่างไร นายพนิตกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็มีมาตรฐานของเรา โดยเฉพาะเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและไม่มีการคอร์รัปชัน ถ้ามีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นภายในพรรค จะต้องกำหนดท่าทีที่ชัดเจนและตัดสินใจอีกครั้ง 
     ขณะเดียวกัน นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ อ่านแถลงการณ์ว่า 1.ประกาศสนับสนุนให้รัฐบาลบริหารประเทศ แก้วิกฤติเศรษฐกิจและแก้ปัญหาโรคโควิด-19 2.ให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาประเทศที่รุมเร้าทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ภัยแล้ง เรื่องอื่นๆ 3.ขอให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในการร่วมทำงานแก้ปัญหาของชาติอย่างต่อเนื่อง 4.ขอให้กำลังใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ทำงานรวดเร็ว เสียสละ เข้าถึงปัญหาประชาชนให้กำลังใจต่อสู้ และทำงานต่อไป ให้ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการเพื่อทำงานให้ประเทศได้เต็มที่ 5.พรรคประชาธิปัตย์ชอบใส่ร้ายป้ายสีพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร้เหตุผล ขอให้ลาออกจากการร่วมรัฐบาล ไม่ต้องใช้โวหารพายเรือให้โจรนั่งสร้างความขัดแย้งไม่สิ้นสุด 6.ให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เรียกประชุมสภาฯ วาระพิเศษเร่งด่วน เพื่อนำปัญหาของชา ติโดยเฉพาะไวรัสโควิด-19 และ 7.กรณีการทำผิดกฎหมายกักตุนสินค้าโดยเฉพาะหน้ากากอนามัยให้ดำเนินการตามกฎหมาย
    "รัฐบาลกำลังทำงานเพื่อประเทศ ขอให้ทุกฝ่ายหยุดความขัดแย้งทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง พรรคที่ร่วมรัฐบาลด้วยกันให้เกียรติกัน พรรคไหนที่พูดแล้วว่าจะออกก็ออกไป เชื่อว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้” 
วุ่นวายมากปฏิวัติไปเลย
    เมื่อถามว่าหากพรรค ปชป.ออกจากการร่วมรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลต่อไม่ได้ นายสุรทินตอบว่า รัฐบาลมีเสียงข้างมาก ข้างน้อย ขณะนี้ปิดสมัยประชุมสภา เปิดมาเราก็สามารถตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ ถ้าเป็นไม่ได้ก็ยุบสภา แล้วให้เลือกตั้งใหม่เลย ถ้ายังวุ่นวายอยู่อีกปฏิวัติไปเลย  
    เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าไว้วางใจและสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส กรณีเซ็นตั้งคนใกล้ชิดที่กักตุนหน้ากากอนามัยใช่หรือไม่ นายสุรทินตอบว่า เรื่องนี้สอบสวนอยู่ ยังไม่มีการฟันธงว่าเขาผิด ต้องรอฟังข้อเท็จจริงก่อน ตนกับ ร.อ.ธรรมนัสไม่มีผลประโยชน์ต่อกัน แต่ใครกล่าวหารัฐบาลเป็นโจรก็ควรออกไป
    นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการถอนตัวร่วมรัฐบาลของพรรค ปชป.ว่า ตนเชื่อมั่นว่านายจุรินทร์พูดคุยเอา ส.ส.ของพรรค ปชป.อยู่แน่นอน ความเห็นต่างภายในพรรค ปชป. ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การควบคุมอารมณ์คำพูดของ ส.ส.ปชป.ควรระมัดระวัง เมื่อร่วมหอลงเรือลำเดียวกันแล้วนาวาลำนี้ต้องเดินหน้าสู่คลื่นทะเลด้วยกัน เราต้องรวมพลังสามัคคีของคนในชาติช่วยกันทุกหมู่เหล่า คนไทยต้องไม่ปล่อยให้นักการเมืองบางคนบางพรรคเอาไวรัสโควิด-19 มาเล่นการเมืองเพื่อล้มรัฐบาล ทำลายคนดีๆ ที่เสียสละเพื่อบ้านเมือง จนในที่สุดจะเหลือแต่นักการเมืองคนที่คิดเข้ามาคดโกง กอบโกย โกงกินบ้านเมืองเท่านั้น
     นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่เรียกร้องให้ปรับคณะรัฐมนตรี ตนขอถามกลับว่า ในอดีตเคยมีหน้าห้องรัฐมนตรีคนหนึ่งไปพัวพันเรื่องกัญชา ขณะนี้ลาออกไปแล้วหรือไม่ ส่วนคณะติดตาม ร.อ.ธรรมนัส มีหลายคนเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดทุกคน 
    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงความขัดแย้งกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. และนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ที่ออกมาปกป้อง ร.อ.ธรรมนัส ว่าได้เคลียร์ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่มีแช้ตไลน์หลุดออกมานั้น พล.อ.ประวิตรยืนยันว่าไม่มีอะไร มีแค่สองคน 
     ขณะที่นายสิระยอมรับว่า พล.อ.ประวิตร รองนายกฯ ได้โทรศัพท์มาหา บอกให้ทานข้าวมากๆ และบอกว่าคนในครอบครัวก็คุยกันว่ามีเหตุผลอะไร เมื่อคืนได้มีโอกาสทานข้าวในกลุ่มฝ่ายบู๊ที่ทำงานช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีการส่งสัญญาณอะไรเป็นพิเศษ เป็นเพียงนัดกันล่วงหน้ากันเฉยๆ ณ วันนี้ ตนใช้สิทธิความเป็นประชาชนและ ส.ส.ที่ประชาชนบอกให้มาพูดเรื่องนี้
    "เป็นผมเหรอครับ การลาออกเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ผมออก ถ้าสมมติว่าพิสูจน์แล้วขาวสะอาด ทางผู้ใหญ่อาจจะพิจารณากลับมาเหมือนเดิม ถ้าเป็นผม ผมลาออกนะครับ ส่วนสิทธิของใคร ใครจะคิดอย่างไรเป็นสิทธิส่วนบุคคล" นายสิระกล่าวเมื่อถามว่าถ้ากรณีเกิดขึ้นกับตัวเองจะลาออกหรือไม่ 
     เมื่อถามถึงบทบาทการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อเรื่องนี้ นายสิระ กล่าวว่า ตอนนี้สงสัยว่าคลิปที่ออกมาทำขึ้นมาเพื่อล้อเล่น อยากจะถามว่าหน้ากากอยู่ไหน ถ้ามีการจำหน่ายจะจำหน่ายไปที่ไหน มีการเสียภาษีหรือไม่ ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน และตรวจสอบความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้ติดตามรัฐมนตรีมีพฤติกรรมอย่างไรก็ต้องตรวจสอบ
"สิระ"ขย่มต่ออย่าให้เหลา
    เมื่อถามว่า เคยเห็นพฤติกรรมของผู้ติดตามของ ร.อ.ธรรมนัสบ้างหรือไม่ นายสิระกล่าวว่า "อย่าให้เหลาเลย มันพูดไม่ได้ในที่สาธารณะ พูดไม่ได้ครับ ผมโดนไป 3 คดี" คนที่ให้ข้อมูลตนเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากมีข้อมูลจริง เรื่องนี้จะต้องขอสภาเอากล้องวงจรปิดมาด้วยว่ามีใครเข้า-ออกอย่างไร เห็นเขาว่ามาอย่างนี้ 
    ส.ส.กทม.พรรค พปชร.กล่าวอีกว่า พวกที่คนท้าตนเองให้ลาออกจากการไปแจกหน้ากากไม่มีคุณภาพ อยากบอกว่าเงินก็เป็นเงินของตน มีใจบริสุทธิ์ ใช้เงินภาษีประชาชนไปดูแลประชาชน ถามกลับไปยังคุณไผ่ว่าวิกฤติของประชาชน คุณเป็นผู้แทนราษฎรเหมือนตน คุณก็รับเงินเดือนเหมือนตน คุณทำอะไรให้กับประชาชนบ้างหรือยังจากกรณีไวรัสโควิด  
     ทางด้านนายนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความขัดแย้งกับนายสิระในไลน์กลุ่ม ส.ส.พปชร. ว่า ไม่อยากออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคดูไม่ดี แต่เมื่อเห็นว่านายสิระยังออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อโดยพาดพิงถึงตนจึงต้องออกมาพูด โดยเริ่มจากการที่ตนไปถามในกลุ่มไลน์ว่า การที่ต้องการให้รัฐมนตรีลาออกควรจะมีการพูดกันภายในก่อน แต่หากไม่ได้ตามสิ่งที่ตนเองต้องการค่อยออกมาวิจารณ์ข้างนอกหรือไม่ การออกมาพูดของนายสิระในลักษณะนี้ต้องการเป็นข่าวในสื่อหรือต้องการเหยียบหัวเพื่อนหรือไม่ ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับนายสิระ แต่พูดตามสิ่งที่คิดเช่นนี้มาตลอด  อย่าเอาความขัดแย้งภายในบ้าน เสมือนสามีภรรยา ไม่จำเป็นต้องเอาไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่าทะเลาะอะไรกัน ควรจะคุยกันก่อน 
    นายไผ่กล่าวอีกว่า ส่วนที่กล่าวท้าทายในกลุ่มไลน์ เพราะรู้สึกว่านายสิระ วันแรกก็ให้คนหนึ่งลาออก อีกวันก็บอกให้อีกคนลาออก มันไม่ดีกับพรรค รู้สึกเป็นห่วงพรรค จึงบอกว่า ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแล้ว ก็ลาออกด้วยกันทั้งคู่เลย หากจะกล่าวหาว่า ร.อ.ธรรมนัสทำผิดแล้วต้องลาออก การที่นายสิระแจกหน้ากากก็ผิดเหมือนกัน ต้องลาออกด้วย แม้จะอ้างว่าฟ้องร้องไปแล้ว ทางร.อ.ธรรมนัสก็ฟ้องร้องไปแล้วเหมือนกัน ตนไม่ได้พูดปกป้อง ร.อ.ธรรมนัส แต่พูดความจริง ทั้งนี้ไม่รู้จะเคลียร์อะไร เพราะมันจบแล้ว 
    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขณะนี้สังคมยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าการกักตุนหน้ากากมีจริงหรือไม่ และเส้นทางการกระจายหน้ากากอนามัยเป็นอย่างไร ทำไมยังขาดแคลน หน้ากากหายไปไหน ทำไมไม่ไปถึงมือประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบตรวจสอบและมีคำตอบให้กับประชาชน เพราะสังคมยังมีความเคลือบแคลงสงสัย เพื่อความโปร่งใส วันนี้หน้ากากไม่พอใช้เพราะเหตุใด หายไปไหน ถูกคนใกล้ชิดรัฐบาลนำไปกักตุนไว้ขายต่อใช่หรือไม่ ส่วนกรณีที่มีคำครหาว่าคนใกล้ชิด รมต.ทำการกักตุนหน้ากาก พล.อ.ประยุทธ์ปล่อยปละละเลย ลูบหน้าปะจมูก ในการตรวจสอบความจริงแบบนี้ไม่ได้ 
     นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจกำลังเผชิญกับทางสองแพร่งว่า จะยุบสภาหรือลาออก ท่ามกลางสารพัดปัญหาที่รุมเร้า แต่ยังมองไม่เห็นหนทางว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างไร เสียงสะท้อนจากบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขต่อมาตรการภาครัฐที่ไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหา ปัญหาการกักตุนหน้ากากอนามัย จนหลักฐานมัดคอกรณีผู้ใกล้ชิดกับรัฐบาลเป็นผู้กักตุนหน้ากากอนามัยเสียเอง และยังต้องเผชิญกับการเตรียมถอนตัวของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะไม่พายเรือให้โจรนั่งอีกต่อไป ขนาดเรือแป๊ะยังกลายเป็นเรือโจร กองเชียร์เปลี่ยนเป็นกองแช่ง 
ฟางเส้นสุดท้ายใกล้ขาด
          นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า สถานการณ์นี้ต่อให้ปรับ ครม.ก็ไม่รอด เพราะทุกคนรู้ดีว่าหากไม่แก้ไขทั้งระบบปัญหาก็ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่หากมองถึงข้อเสนอของนักศึกษา 3 ข้อที่เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกหรือยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และเปลี่ยนตัวองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้ง ในระหว่างการรัฐประหาร สถานการณ์ของประเทศต่อไปที่ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องทำมากกว่ามานั่งรำพึงรำพัน จะต้องบริหารการจัดการอย่างมีศักยภาพและโปร่งใสก็จะไม่เกิดปัญหา 
        นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า การจัดการไวรัส Covid-19 ของรัฐบาล สะท้อนถึงการไร้ประสิทธิภาพ และไร้ความสามารถในการบริหารจัดการประเทศ รัฐบาลไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นได้สถานการณ์วันนี้ ต้องให้บุคลากรทางด้านสาธารณสุขเป็นทัพหน้า มิใช่ปล่อยให้แพทย์ พยาบาลต้องออกมาดิ้นรนหาหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองแบบที่เป็นอยู่ ข่าวการกักตุนหน้ากากอนามัยส่งออกไปขายจีน การปล่อยให้คนวงในที่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันกับคนระดับสูงในรัฐบาล ที่มีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ ในการแสวงหาประโยชน์ด้วยความละโมบ หากินบนความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องมีการดำเนินการ เร่งรัดจัดการปัญหาให้เด็ดขาด 
         "Covid-19 กำลังเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ประชาชนจะให้โอกาสรัฐบาล ถ้าไร้ความสามารถ ก็ควรเปิดหนทางให้สังคมไทยและคนไทยมีโอกาสตัดสินใจเลือกอนาคตของเขา ด้วยตัวเขาเอง ได้เวลานายกและกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งหลาย จะแสดงความกล้าหาญและแสดงความรับผิดชอบกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบัน ฟางเส้นสุดท้ายของประชาชนใกล้จะขาดเต็มทีแล้ว" นายภูมิธรรมระบุ
    นายรยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า หากมีรัฐมนตรี ส.ส. หรือผู้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลคนใดมีพฤติกรรมส่อว่ากระทำความผิด หรือไม่สามารถอธิบายให้สังคมหายข้อสงสัยได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องกล้าตัดเนื้อร้ายที่อยู่รอบตัวของท่านเหล่านี้ออกไปให้ได้ ก่อนที่จะทำให้รัฐบาลของท่านต้องพังลง
    ที่ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมด้วยนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ ขอให้ปลด 3 รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลนหน้ากากอนามัย กรณีเพจดังเปิดเผยข้อมูลว่า การกักตุนหน้ากากอนามัย และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพราะมีคนสนิทเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะคนดูแลสถานพยาบาล แต่กลับล้มเหลวในการบริหารจัดการ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะคนดูแลด้านการผลิตและกระจายหน้ากากอนามัย. 


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.