'ณัฐวุฒิ' เหน็บ ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด ไม่น่ากลัวเท่า เราตายกันหมดแล้วผู้นำยังโง่อยู่


เพิ่มเพื่อน    

13 มี.ค.63 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด ไม่น่ากลัวเท่า เราตายกันหมดแล้วผู้นำยังโง่อยู่ สถานการณ์โควิด-19 มาถึงขั้นที่องค์การอนามัยโลก(WHO)ประกาศเป็นโรคระบาดระดับโลก ประเทศไทยแม้หน่วยงานต่างๆ กำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์ แต่รัฐบาลกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นทุกที หลายคนในรัฐบาลเรียกร้องฝ่ายค้านและส่วนต่างๆ ไม่ให้นำไปเป็นประเด็นทางการเมือง แต่รัฐบาลในฐานะผู้มีอำนาจทางการเมืองต่างหากที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเป้าถูกวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีความเชื่อมั่น และไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่นายกฯ ลงมา ล้วนมีปัญหาตั้งแต่การสั่งการ การตัดสินใจ การปฏิบัติการ และการสื่อสารกับประชาชน ทั้งนี้ ในวิกฤตที่ประชาชนต้องการการแก้ปัญหาที่คมชัด แต่กลับเห็นการชักเข้าชักออกของรัฐบาลตลอดเวลา คนเล่นหมากรุก หมากฮอส สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เลยก็คือ เมื่อเดินแล้วส่งเสียงเฮ้ยๆ โทษที เอาใหม่ แต่โควิด-19 คือเรื่องความเป็นความตายของผู้คน รัฐบาลประกาศมาตรการ แถลงข้อมูลอะไรไปแล้ว จะบอกเฮ้ยๆ โทษที เอาใหม่อยู่เรื่อยไม่ได้ เล่นแบบนี้จะไม่มีใครเชื่ออีกต่อไป คำถามคือ ถ้าฝ่ายบริหารทำงานแบบนี้ประชาชนจะพึ่งใคร วันนี้ที่ยึดกุมเป็นที่พึ่งได้คือข้อมูลจากฝ่ายแพทย์ แต่สำหรับหน่วยงานต่างๆ แถลงอะไรออกมาวันนี้ประชาชนไม่กล้าเชื่อ เพราะไม่รู้หน่วยงานอื่นจะมาโต้แย้งอีกเมื่อไหร่ และไม่รู้จะมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการอีกหรือไม่

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน การตั้งคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจึงเกิดขึ้นได้ ในวิกฤตขนาดนี้รัฐบาลต้องแสดงความสามารถนำพาประชาชนผ่านพ้นไปโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องเก่งถึงขนาดพลิกวิกฤตเป็นโอกาส แค่ขออย่าแปรวิกฤตเป็นอุบาทว์ก็พอ ทั้งนี้ หน้ากากอนามัยที่ขาดแคลนกลายเป็นมีข่าวคนใกล้ชิดรัฐมนตรีพัวพันกับขบวนการกักตุนเก็งกำไร ถามก็ตอบไม่ชัด หน้ากากที่คนเห็นทั้งประเทศ อยู่ในคลิปก็หาไม่ได้ ความจริงที่ประชาชนค้นหาไม่มีคำตอบที่ตรงไปตรงมามอบให้ มีแต่ข่าวแจ้งจับกันไปกันมา ถ้าจะมีใครเอาการเมืองมาเกี่ยวกับโควิด-19 คำตอบคือ รัฐบาลนั่นแหละที่ทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ ไม่ไว้วางใจในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ก็ชัดเจนมาตลอด เชื่อขนมกินได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องประกาศอย่างเด็ดขาดร่วมรัฐบาลต่อไปแน่นอน ข้ออ้างที่ประกาศอย่างหนักแน่นก็คือ พรรคไม่ได้เป็นรัฐอิสระ ทุกอย่างต้องเดินตามมติพรรค เสียงข้างมากที่เป็นมติพรรคสามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องยึดอุดมการณ์พรรค ไม่แคร์หลักประชาธิปไตย ไม่สนใจความรู้สึกประชาชน 

คดีอาญากำลังติดตามนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และคณะอย่างกระชั้นชิด ต้องประเมินกันดีๆ จัดระยะห่างระหว่างคณะอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกลให้รอบคอบรัดกุม งานนี้เผลอๆ มีกิน 3 ต่อ กินธนาธรด้วยคดีอาญา กินพรรคก้าวไกลด้วยคดียุบพรรคข้อหาครอบงำ และกินสมาชิกที่เหลือในสภาพผึ้งแตกรัง ทั้งนี้ สำหรับพลังนิสิตนักศึกษาที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะค่อยๆ มอดลง ตนไม่เห็นอย่างนั้น พลังนี้เกิดแล้วและยังอยู่ จะมีพัฒนาการต่อไปข้างหน้าแน่ๆ เพราะนักศึกษาแต่ละสถาบันเห็นพลังของตัวเอง และเห็นพลังของกันและกัน เพียงแต่สถานการณ์วันนี้ยังไม่เอื้อสำหรับการขับเคลื่อนมวลชนขนาดใหญ่ หรือขยับความเข้มข้นของการเรียกร้องแต่อย่างใด พลังที่เกิดขึ้นแล้วของคนหนุ่มสาว จะไม่หยุด ไม่ถอยลงไปง่ายๆ แน่ๆ.


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.