เปิดวิสัยทัศน์ 'หัวหน้าพรรคก้าวไกล' ลั่นประกายไฟแห่งความหวังเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมถูกปลุกขึ้นแล้ว


เพิ่มเพื่อน    

14 มี.ค.63 - นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  กล่าวภายหลังได้รับเลือกเป้ฯหัวหน้าพรรคก้าวไกล ช่วงหนึ่งว่า เป็นเวลากว่า 23 วันแล้วที่พรรคอนาคตใหม่ถูกทำให้หายไปจากการเมืองไทยและ ส.ส. ต้องไร้สังกัดพรรคการเมือง แต่วันนี้เราได้ย้ายเข้าสู่บ้านใหม่อย่างเป็นทางการกับพรรคก้าวไกล ตนต้องขอบคุณกำลังใจจากทุกคนที่เป็นเชื้อไฟให้เราเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่ย่อท้อ 

นายพิธา กล่าวว่า พรรคก้าวไกล คือ บทที่สองของอดีตพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล คือ พรรคที่สืบทอดเจตนารมณ์ อุดมการณ์ และจิตวิญญาณมาจากอดีตพรรคอนาคตใหม่ จะยังเป็นความหวังให้กับคนที่สิ้นหวังในประเทศนี้ ยังขอเป็นปากเสียงให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยในประเทศนี้ พาประเทศไทยกลับไปสู่ประชาธิปไตย เปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย ยุติระบอบรัฐประหาร สถาปนานิติรัฐที่ทุกคนเสมอหน้ากันและเรายังยึดมั่นในนโยบายเดิม 

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่าประเทศไทยยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด เต็มไปด้วยวิกฤติรอบด้านที่แสดงให้เห็นแล้วว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่สามารถนำพาประเทศไปต่อได้และจะทำให้คนทั้งชาติลงเหว ตลอดเวลาที่ผ่านมาชีวิตของประชาชนในประเทศไทยถูกกำหนดโดยอภิสิทธิชน กองทัพ ข้าราชการ และกลุ่มทุนผูกขาด เสียงของประชาชนไม่เคยดังพอที่รัฐบาลจะได้ยินหรือได้ยินก็ทำหูทวนลม สภาพการบริหารงานของประเทศไทยคือสภาพรัฐบาลล้มเหลว ไม่ว่าจะวิกฤติโควิด-19 วิกฤติฝุ่นพิษ PM2.5 วิกฤตเศรษฐกิจที่ตกต่ำที่สุดในประวัติการณ์ วิกฤติการเมืองที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ คสช.ที่ใช้ ส.ว. 250 คนเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ บริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพและขาดเอกภาพ เกิดองค์กรอิสระที่เลือกปฏิบัติและกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน

“วิกฤติเหล่านี้คือเหตุผลว่าทำไมเรายังต้องเดินตามนโยบายของอดีตพรรคอนาคตใหม่ นั่นคือการแก้ไขปัญหาโครงสร้าง เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาสคำสั่ง คสช. เราจะยังเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ที่เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเพื่อนกระดับสิทธิและสวัสดิการให้กับแรงงาน เราจะยังเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า ในการปลดล็อกธุรกิจน้ำเมากว่าแสนล้านบาทจากนายทุนไม่กี่รายให้ไปตกกับผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง และร่างกฎหมายอื่นๆ ที่จะปลดล็อกสังคมไทยออกจากวิกฤติ และสุดท้ายเราจะยังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศมีอำนาจอย่างแท้จริง ให้สถาบันการเมืองจากการเลือกตั้งมีอำนาจเป็นปากเสียงให้กับประชาชน ยกเลิก ส.ว. แต่งตั้ง ยกเลิกยุทธศาสตร์ 20 ปี แก้ที่มาขององค์กรอิสระให้ยึดโยงกับประชาชน”

หัวหน้าพรรคก้าวหน้า กล่าวอีกว่าการเปลี่ยนแปลงในสภาผู้แทนราษฎรอาจจะช้าเกินไป และผู้มีอำนาจพยายามกัดกร่อนให้สภาอ่อนแอ จากสภาเสียงปริ่มน้ำกลายเป็นสภางูเห่า แต่ในความมืดมิดยังมีแสงสว่าง พวกเราเห็นการลุกขึ้นสู้ของเยาวชนในสถานศึกษามากกว่า 40 แห่ง นักเรียน นิสิต นักศึกษาต่างออกมารณรงค์เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการประเทศไทยที่มีอนาคตมากกว่านี้ แม้ต้องเผชิญหน้าจากการขัดขวาง กดดัน ข่มขู่จากผู้ใหญ่ของบ้านเมืองนี้ พวกเรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พวกเราเห็นประกายไฟแห่งความหวังถูกปลุกขึ้น เป็นประกายไฟที่จุดให้ ส.ส. พรรคก้าวไกลก้าวต่อไป ยืนหยัดในรัฐสภาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม ทำให้ประเทศนี้ก้าวไปได้ไกลกว่านี้ พวกเราจะทำงานในสภาอย่างแข็งขันคู่ขนานไปกับความเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชน เพื่อนำพวกเราออกจากวิกฤติและนำประเทศกลับสู่วิถีทางประชาธิปไตย ที่ประชาชนมีอำนาจสูงสุดอีกครั้ง.


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน