คุมเข้มบก-น้ำ-ราง-อากาศสกัดโควิด


เพิ่มเพื่อน    

                               

         ยังถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดสำหรับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่นับวันยังหามาตรการสกัดเชื้อตัวนี้ไม่ได้เลย ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะก็เป็นหนึ่งจุดที่ต้องมีการเฝ้าระวังเนื่องจากในแต่ละวันมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รมว.คมนาคม ในฐานะเจ้ากระทรวง มีหน่วยงานด้านระบบขนส่งในหลายรูปแบบ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศนั้น จึงได้มีนโยบายสั่งการเพิ่มเติมจากเดิมที่ได้เคยสั่งการไปก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์เกิดขึ้น

                เบื้องต้นได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเพิ่มมาตรการคัดกรอง ในกรณีที่มีประชาชน หรือผู้ปฏิบัติงาน จะเข้าไปในสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ รวมถึงยานพาหนะของแต่ละหน่วยงาน ให้ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิตรวจก่อนที่จะอนุญาตให้ประชาชน หรือเจ้าหน้าที่เข้าไปในบริเวณต่างๆ

                กรณีหากพบผู้ที่มีอาการป่วย หรือมีอุณหภูมิร่างกายเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้ประสานงานส่งตัวให้โรงพยาบาล, กระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ให้จัดเตรียมเครื่องวัดอุณหภูมิ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้เพียงพอ และมีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน โดยให้เริ่มปฏิบัติตามข้อสั่งการดังกล่าวข้างต้น ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลายขึ้น  ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้หน่วยงานฯ รายงานผลการปฏิบัติให้กระทรวงคมนาคมรับทราบทุกวันด้วย

                ในส่วนของรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)  ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง มีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชน และตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้บูรณาการร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT เพิ่มมาตรการด้านสุขภาพอนามัย และคัดกรองผู้โดยสารภายในพื้นที่ระบบรถไฟฟ้า โดยจัดเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบมือถือ (Hand Held Thermometer) วัดอุณหภูมิคัดกรองผู้โดยสาร บริเวณจุดตรวจสัมภาระทางเข้าสถานี MRT

                ทั้งนี้ รฟม.ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 อาทิ  การเพิ่มความถี่การทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี การเพิ่มการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในขบวนรถไฟฟ้า หลังปิดให้บริการและก่อนเปิดให้บริการทุกวัน และเน้นการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่ผู้โดยสารต้องสัมผัส เช่น เครื่องออกตั๋วโดยสาร ราวจับบันได บันไดเลื่อนราวกันตก ประตูเก็บค่าโดยสาร ลิฟต์โดยสาร ราวจับภายในขบวนรถ เก้าอี้นั่ง เป็นต้น การจัดให้มีจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณจุดตรวจสัมภาระและห้องออกบัตรโดยสารในสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานี

                ขณะที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ  ทอท. และสนามบินภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ทั่วประเทศ 28 แห่ง เข้มงวดในมาตรการ พร้อมยกระดับการคัดกรองที่มาเดินทางเข้าออกสนามบินอยู่แล้ว แต่ในส่วนของผีน้อยที่จะมาจากเกาหลีนั้น ทางรัฐบาลไทยจะใช้มาตรฐานการคัดกรองเช่นเดียวกับกรณีเที่ยวบินที่มาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เมื่อคัดกรองแล้วหากผู้โดยสารคนใดมีไข้สูง สุ่มเสี่ยง จะถูกส่งไปที่สถาบันบำราศนราดูรเพื่อรักษาทันที

                ด้านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้มอบถุงมือแพทย์ให้กับพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารทุกคน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคโควิด-19 และได้ติดตั้งขวดเจลแอลกอฮอล์บนรถโดยสารทุกคัน เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการล้างทำความสะอาดมือ ขณะใช้บริการรถโดยสาร พร้อมทั้งให้พนักงานประจำรถใช้ทำความสะอาดพื้นรถ เสา ราวจับเบาะที่นั่ง และอุปกรณ์ส่วนควบ ภายในรถโดยสารทุกคัน ก่อนออกวิ่งให้บริการประชาชนในทุกเที่ยววิ่ง และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ในการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง

                ในส่วนของกรมเจ้าท่า (จท.) ได้สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกรมเจ้าท่า คุมเข้มมาตรการป้องกัน ควบคุม เฝ้าระวังการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามข้อสั่งการของนาย "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" เกี่ยวกับการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้มีความห่วงใยประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการการเดินทางทางน้ำทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

                จากมาตรการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสระบาด โควิด-19  หลายหน่วยงานต่างร่วมมือร่วมใจและตระหนักตื่นตัวในการป้องกันเชื้อโรคดังกล่าว จะเรียกได้ว่าครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติก็ว่าได้ เนื่องจากกระทบทั้งเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในประเทศ ที่สุดแล้วทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกันจับมือฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้.

กัลยา  ยืนยง


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้