‘คาร์บอมบ์’ยะลาเจ็บอื้อ กอ.รมน.ประณามโจรชั่ว


เพิ่มเพื่อน    

 โจรใต้อำมหิต บึ้มลวงก่อนจุดคาร์บอมบ์หวังสังหารหมู่!  หน้าสำนักงาน ศอ.บต.ยะลา ขณะประชุมแก้โควิด ตร.-ทหาร-นักข่าว-ประชาชนเจ็บระนาว 25 ราย กอ.รมน.ภาค 4 ประณามพฤติกรรมชั่วซ้ำเติมโรคระบาด "จักรทิพย์" บินด่วนตรวจที่เกิดเหตุ นายกฯ แสดงความเสียใจเหยื่อระเบิด สั่งเยียวยาเร่งล่าตัวคนร้าย

    ที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เวลาประมาณ 10.34 น. ร.ต.ท.พชรพล เพชรรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิด 2 ลูกบริเวณหน้าสำนักงานศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หลังเก่า ถ.สุขยางค์ อ.เมืองฯ ตรงข้ามศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา และประสานหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา ชุดพิสูจน์หลักฐาน 10 รวมทั้งหน่วยกู้ภัย
     ที่เกิดเหตุพบเศษซากรถยนต์กระบะที่ประกอบเป็นคาร์บอมบ์น้ำหนักประมาณกว่า 30 กิโลกรัม แต่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ เนื่องจากยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ เหลือแต่แชสซีส์ของรถ และมีชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ รวมทั้งเหล็กเส้นตัดที่เป็นสะเก็ดระเบิด นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้ป้ายของ ศอ.บต.พังทลายลงมา เนื่องจากตัวรถคาร์บอมบ์ได้ถูกนำไปจอดเอาไว้หน้าป้ายของ ศอ.บต.พอดี และตัวอาคารบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะกระจกที่ได้รับแรงอัดจนแตกไปหลายบาน และมีรถของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งเก๋งและกระบะอีกหลายคัน และห่างไปเล็กน้อยพบจุดที่มีการวางระเบิดแสวงเครื่องลูกแรกน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ที่บรรจุเอาไว้ในถุงดำใต้ต้นไม้ริมกำแพง ศอ.บต. ซึ่งเหลือแต่ซากเช่นเดียวกัน
    ทั้งนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เนื่องจากเกิดเหตุในระหว่างที่ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งผู้ว่าราชการการทั้ง 5 จังหวัด และสาธารณสุขจังหวัด เกี่ยวกับการวางมาตรการในการป้องกันและรับมือกับไวรัสโควิด-19 
     โดยผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมดรวม 25 คน แบ่งเป็นตำรวจ ทหาร ผู้สื่อข่าว 5 ราย นอกจากนั้นเป็นผู้เข้าร่วมประชุม และประชาชนในพื้นที่ ดังนี้ 1.น.ส.อริสรา จริงสันเทียะ อายุ 38 ปี บาดเจ็บสาหัส 2.ส.ต.ต.ธีระพล จีนใหม่ อายุ 31 ปี บาดเจ็บสาหัส 3.นายมุกะตา หะไร อายุ 60 ปี บาดเจ็บสาหัส 4.นายธนินสรณ์ พรหมกุล 31 ปี 5.นายอับดุฮาดี เจ๊ะยอ 46 ปี 6.นายนครินทร์ ชินวรโกมล อายุ 46 ปี 7.นายมาวันดี รามันห์สิริวงค์ 30 ปี 8.ร.อ.ฉลอง อนันต์รัตน์มณี 9.น.ส.สายทิตย์ สุคง 10.นายบูดีมัน ซาเฮาะ 11.น.ส.นูรอัฟฟาน รอแม 28 ปี 12.นางจิราภา อุตทิตย์ อายุ 52 ปี 13.นางสุรีรัตน์ แก้วมณีรัตน์ อายุ 43 ปี 14.นายสุชาติ เบ็ญจสรรณ อายุ 37 ปี 15.นายสัลมัน นิเลาะ 16.ส.ท.อัฟฟาน สุดใจ 17.นางปราณี นวลจันทร์ อายุ 58 ปี 18.นายจักรฤษณ์ รัตนพันธ์ อายุ 58 ปี 19.ด.ต.เสรี ศรีนรัตน์ 20.ส.ต.ท.มูหาหมัดฮาซัน รอตันหยง 21.พ.อ.เจษฎา ปิยะสุวรรณ อายุ 44 ปี 22.ยุทธนา จันทร์วิมาน อายุ 39 ปี 23.นายกิตติ ชาญณรงค์ 24.นายสอมรี เดิมตันเตะ และ 25.นายฮาซัน สาแม
    พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 เปิดเผยว่า ภายหลังทราบเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจยะลา (ฉก.ยะลา) เข้าควบคุมสถานการณ์ และบริหารจัดการที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คนร้ายก่อเหตุเพื่อสังหารหมู่ โดยใช้ระเบิดแสวงเครื่องลูกแรกที่ใส่เอาไว้ในถุงดำ เพื่อดึงเจ้าหน้าที่ที่กำลังประชุม และประชาชนออกมาดู แล้วระเบิดซ้ำด้วยรถยนต์ประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ ซึ่งมาจอดทิ้งไว้บริเวณทางเข้า ศอ.บต. ห่างจากจุดแรกเพียงเล็กน้อย และจุดชนวนในเวลาห่างกัน 13 นาที
     "รถยนต์กระบะคันก่อเหตุดัดแปลงเป็นรถบรรทุกไม้ ยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีขาว แบบตอนเดียว เข้าก่อเหตุหวังสังหารหมู่ และทำลายภาพลักษณ์เมืองเศรษฐกิจ ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทุกฝ่ายกำลังมุ่งเน้นแก้ปัญหาภัยโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ จึงสมควรต้องประณามพฤติกรรมชั่วในครั้งนี้กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งขณะนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ ตรวจสอบรถและบุคคลต้องสงสัยและรวบรวมวัตถุพยาน เพื่อขยายผลกับกลุ่มคนร้ายอย่างเร่งด่วนแล้ว" พ.อ.ปราโมทย์ระบุ
     พล.ร.ต.สมเกียรติกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น โดยเหตุเกิดจากผู้ไม่หวังดีมุ่งทำร้ายชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยกัน โดยมีการวางแผนนำรถจักรยานยนต์เข้ามาขว้างระเบิด จากนั้นได้นำรถยนต์ซึ่งประกอบเป็นคาร์บอมบ์มาจอดตามและเกิดระเบิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่จะต้องยืนด้านไหน ในขณะที่อีกด้านเป็นการประชุมเพื่อแก้ปัญหาของโรคโควิด-19 เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยกันป้องกันและดูแลไม่ให้มีการระบาดต่อเนื่อง แต่ในขณะที่คนอีกกลุ่มต้องการทำลายทุกอย่าง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนซ้ำหนักเข้าไปอีก
     ทั้งนี้ มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงว่า รถกระบะคาร์บอมบ์คันนี้เป็นรถบรรทุกไม้ของชาวบ้าน และถูกกลุ่มคนร้ายปล้นเอาไปเมื่อช่วงประมาณ 7 โมงเช้าของวันนี้ ในพื้นที่ อ.เมืองยะลา และมัดตัวเจ้าของรถเอาไว้ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเอาไว้ได้แล้ว ก่อนที่คนร้ายจะนำรถไปประกอบคาร์บอมบ์แบบเร่งด่วน และวางแผนที่จะเข้ามาก่อเหตุคาร์บอมบ์หน้า ศอ.บต. ในช่วงเช้าประมาณ 09.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้บริหารระดับสูงกำลังทยอยกันเดินทางเข้าที่ประชุมเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ทาง ศอ.บต.จัดขึ้น แต่คาดว่าคนขับรถคาร์บอมบ์อาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง จึงทำให้เสียเวลาไปราว 1 ชั่วโมง ซึ่งไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดความสูญเสียมากไปกว่านี้ โดยเฉพาะบุคคลระดับสูง
    ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้อง และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังได้มอบเงินบำรุงขวัญให้แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานในพื้นที่ 
    ทั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นน่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หวังสร้างสถานการณ์และประสงค์ต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ จากการปิดล้อมกดดันจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่ง ผบ.ตร.ได้มีข้อสั่งการให้สถานีตำรวจในพื้นที่เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบของสถานีตำรวจและหน่วยราชการต่างๆ รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้า ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้มทั้งจุดตรวจจุดสกัดในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมายตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน โดยเน้นย้ำว่าหากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งสืบสวนสอบสวน ขยายผล จับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที 
    พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมขอประณามการกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้ซึ่งมนุษยธรรมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้ความรุนแรงลอบวางระเบิดหวังสังหารหมู่ประชาชน นอกจากนั้นยังเป็นการซ้ำเติมความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่จากปัญหาโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจกับประชาชน เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บ โดยได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือทางการแพทย์และเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งกำชับฝ่ายความมั่นคง ให้เร่งติดตามผู้กระทำผิดทั้งหมดมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว.