จ่อฟัน'2บิ๊กพม.'! โกงอีสานพุ่ง 20จ.


เพิ่มเพื่อน    

    ป.ป.ท.เผยผลสอบโกงเงินคนจนพบรวม 53 จังหวัด วงเงิน 107 ล้านบาท อีสานมากถึง 20 จังหวัด ขณะที่ "อนันตพร" ฟันปลัด-รองปลัด พม. ตั้งกก.สอบวินัย 29 มี.ค. ส่วนข้าราชการซี 7-8 อีก 5 คนโดนแน่ ส่วนโกงกองทุนเสมาฯ หมอธีร์ยันไม่เกินสงกรานต์นี้จบ ขณะที่เงินทอนวัดล็อต 3 สัปดาห์หน้าผอ.พศ.เข้าร้องทุกข์ ยกแก๊ง มีทั้งพระ ฆราวาส ข้าราชการ พศ.
    พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท. วันที่ 29 มี.ค.นี้ สำนักงานป.ป.ท.เตรียมเสนอสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พร้อมแผนประทุษกรรมที่ตรวจสอบพบให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาเพื่อลงมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับผู้อำนวยการศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างน้อย 5-10 จังหวัด
        สำหรับภาพการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ.2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง 76  แห่ง วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 123,159,000 บาท พบความผิดปกติจำนวน 53 จังหวัด งบประมาณ 107,049,000 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 87 ของงบประมาณศูนย์คุ้มครองฯ ในภาพรวมภาคอีสาน 20 จังหวัด พบหลักฐานส่อทุจริตครบทั้ง 20 จังหวัด
         ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนแล้วจำนวน 9 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน เชียงราย อุบลราชธานี อยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวน 23 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ13 ของงบประมาณศูนย์คุ้มครองฯ
         พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่า ในส่วนการสืบข้อเท็จจริงนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม. และนายณรงค์ คงคำ รองปลัดพม. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ นั้น คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมี พ.ต.ท.เธียรรัตน์ วิเชียรสรรค์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ได้รายงานผลสอบมาถึงตนแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียดที่ส่งมา ทั้งนี้หากพบว่ามีมูลความผิด จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงปลัดและรองปลัด พม.ทันที โดยสามารถเซ็นคำสั่งได้เลย เพื่อให้คณะกรรมการฯ เริ่มประชุมได้ทันทีในวันที่ 29 มี.ค.
    รมว.พม.กล่าวว่า ส่วนข้าราชการระดับซี 7-8 ที่พบมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตมีประมาณ 4-5 คนนั้น เป็นคนจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่ปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อช่วงแรกๆ ทั้งนี้ คงต้องรอนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ที่ติดราชการที่ต่างประเทศ ซึ่งจะกลับมาวันที่ 29 มี.ค. เพื่อจะได้พิจารณามีคำสั่งลงโทษอย่างไร ตนคงไม่สามารถไปแทรกแซงได้ เพราะเป็นอำนาจของ พส.
         ผู้สื่อข่าวถามถึงการทุจริตของแต่ละศูนย์ฯ เชื่อมโยงไปถึงปลัดและรองปลัด พม.ที่ถูกสอบสวนหรือไม่ พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า “ก็ต้องมีส่วน เพราะจำนวนเงินมันเยอะ ใครจะทำได้คนเดียว วิเคราะห์จากหลักฐานนะว่าจะทำได้อย่างไร เนื่องจากเงินเยอะขนาดนี้ ทำไมจะไม่เชื่อมโยง” 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมผู้บริหารพม.เสร็จ พ.ต.ท.เธียรรัตน์ได้หอบเอกสารแฟ้มใหญ่มารอเข้าพบ พล.อ.อนันตพร ที่ห้องทำงาน รมว.พม.ชั้น 9 นอกจากนี้ยังพบว่ามีคณะกรรมการคนอื่นๆ ร่วมเข้าพบด้วย และภายหลัง พล.อ.อนันตพรให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเสร็จ ก็ได้เข้าพบคณะกรรมการฯ ทั้งหมดทันที
    นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ รองอธิบดี พส. แถลงว่า ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบหน่วยงานสังกัดไปทั้งสิ้น 59 แห่ง ในจำนวนนี้ไม่พบการทุจริต 8 แห่ง คือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สิงห์บุรี สมุทรสงคราม ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สกลนคร แพร่ ชัยนาท และนิคมสร้างตนเองลำน้ำอูน จ.สกลนคร นอกจากนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง 30 แห่ง และพบอีก 21 แห่ง ที่มีข้อสังเกตว่าอาจปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบ เป็นศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 7 แห่ง, นิคมสร้างตนเอง 12 แห่ง, ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 1 แห่ง และโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ 1 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในเกณฑ์ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 6 แห่ง
        ส่วนการสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น จะทราบผลการพิจารณาโทษวินัยวันที่ 31 มี.ค. และ เม.ย.จะมีความชัดเจนในการกำหนดบทลงโทษ ส่วนการสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ศูนย์ฯเชียงใหม่ คาดว่า เม.ย.จะอยู่ในช่วงสรุปพยานหลักฐาน และจะพิจารณาบทลงโทษ ถือเป็นขั้นตอนที่ พส.ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม
    วันเดียวกันนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้เรียกนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงมารายงานความคืบหน้า ซึ่งพบว่าการสืบข้อเท็จจริงมีความคืบหน้าไปมาก แต่การที่นางรจนาไม่ซัดทอดใครเลย ทำให้ต้องหาหลักฐานว่ามีการเชื่อมโยงถึงใครมากน้อยแค่ไหน ซึ่งยังสรุปไม่ได้ แต่เห็นความหละหลวมของระบบชัดเจน บางครั้งบางปีนางรจนาให้ปลัด ศธ.เซ็นโดยตรง บางครั้งผ่านตามขั้นตอน และเงินที่ส่งไปโดยเฉพาะในระยะหลังไม่มีชื่อบัญชี แต่ใช้ระบบ GFMIS ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในหน่วยงานราชการ
    "การชงเรื่องเข้าคณะกรรมการบริหารกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ปลัดแต่ละคนก็เซ็นไม่เหมือนกัน มีความหลากหลายของวิธีปฏิบัติ และคนรับผิดชอบก็เปลี่ยน ภายใน 10 ปีมีหลายคน การจะผูกว่าเชื่อมโยงจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าอยู่กับคนเดิมนานๆ แม้ไม่ซัดทอดก็อาจจะเห็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมการสืบสวนฯ ยืนยันว่าไม่เกินสงกรานต์นี้จะสรุปได้"
    นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า การเอาผิดทางละเมิดจะไปถึงธนาคารด้วยหรือไม่นั้น กฎหมายนี้จะใช้กับธนาคารไม่ได้ เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถ้าคิดว่าธนาคารมีส่วนรู้เห็นในการกระทำ ก็ต้องไปดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งทราบว่าทางนายอรรถพลกำลังประสานอยู่ ส่วนที่ว่ามีเงินหายอีก 30 ล้านบาทนั้น เรื่องจำนวนเงินอย่าเพิ่งปักใจ เพราะยังไม่แน่นอน เนื่องจากมีการหมุนเงิน เมื่อมีการตามทวงนางรจนาก็ได้โอนเงินโปะไปให้ ดังนั้นตัวเลขจึงยังไม่นิ่ง รอให้การสืบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ตนให้ความมั่นใจได้ คือจะทำตามมติ ครม.ที่เห็นชอบเรื่องมาตรการปราบปรามการทุจริตของ คสช.อย่างเคร่งครัด โดยต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
    ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ได้เข้ารายงานถึงขั้นตอนการปฏิบัติการ กรณีการทุจริตภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ครั้งที่ 3 กับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.
    พล.ต.ต.กมลเปิดเผยหลังการหารือว่า ในการหารือครั้งนี้ เพื่อขอให้ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง ปปป.กับ พศ. เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่ร่วมกระทำความผิดเงินทอนวัดล็อต 3 ได้รายงานให้ พล.ต.ท.ฐิติราชรับทราบแล้วว่ามีบุคคลใดบ้าง ซึ่งสัปดาห์หน้าจะเชิญ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) ให้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนที่ปปป. เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์  ฆราวาส ข้าราชการสำนักพุทธฯ ที่ยังไม่เคยถูกดำเนินคดี บางส่วนถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ยังไม่ยึดทรัพย์ โดยเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มผู้ต้องหาล็อตที่ 1 และ 2 และบุคคลที่เป็นเครือข่ายและพลเรือน ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีแล้ว และถูกดำเนินคดีใหม่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 10 คน กระทำความผิดใน 10 วัด มีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด วงเงินกว่า 100 ล้านบาท
    ผบก.ปปป.กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้ต้องหาล็อตที่ 1 และล็อตที่ 2 ได้สรุปสำนวนให้ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการอายัดทรัพย์
    ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดซื้อเครื่องกรองน้ำพลังงานในราคาแพง และไม่ตอบโจทย์ประชาชนในการใช้งาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า  เรื่องนี้หากมีประเด็นการร้องเรียนในกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ จะมีเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นกรอบงานที่เกี่ยวข้องกับ ศอ.บต. แต่ในกรณีนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยัง กอ.รมน.ให้ส่งทีมงานลงไปตรวจสอบเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องทุจริตในทุกเรื่อง ซึ่งทาง กอ.รมน.ส่งสำนักงานจเร กอ.รมน.ร่วม ป.ป.ท.จัดส่งทีมลงไป เพื่อทำรายละเอียดในเรื่องนี้ 2-3 วันนี้ ซึ่งอาจจะรวมเรื่อง เครื่องกรองน้ำนี้ไปด้วย 
    "ในเวลานี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำมากเรื่องของการทุจริต หากมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ต้องลงไปตรวจสอบทันที" พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เกือบ 4 ปีที่ไม่มีนักการเมือง  แต่การทุจริต ตรวจที่ไหน เจอที่นั่น โกงแม้กระทั่งวัด โกงนักเรียน โกงคนไร้ที่พึ่ง โกงผู้ป่วยเอดส์ โกงชาวเขา วัคซีนฉีดหมายังโกงหรือไม่ ไหนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง แต่ทำไมโกงไม่ลด กลับมีแต่เพิ่มหรือไม่ ประชาชนถึงอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะถ้าพบโกงหนักขนาดนี้ แล้วไม่มีฝ่ายค้านในสภา ไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ มาช่วยกันตรวจสอบ จะไม่สามารถยับยั้งการโกงได้ การพบโกงเยอะๆ เพราะกลไกตรวจสอบมีปัญหาหรือไม่.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"