คอยมาแล้ว 30 ปี รอต่ออีกนิดจะเป็นไร


เพิ่มเพื่อน    

จะมีทีมไหนจะมาหยุด ลิเวอร์พูล จากการคว้าแชมป์ในปีนี้ได้ คงไม่มี แต่ที่โดนติดเบรกหน้าทิ่มตอนนี้ เห็นทีต้องยอมจริงๆ เพราะมันหมายถึงชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะนักฟุตบอล โค้ช สตาฟ หรือ แฟนบอล แต่สำหรับคนที่รอคอยมา 30 ปี อย่าง รอย อีแวนส์ อดีตโค้ชจากทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งสุดท้าย บอกรอมาตั้ง 3 ทศวรรษแล้ว ให้รอต่ออีก 2-3 เดือน ไม่มีปัญหา
    รอย อีแวนส์ อดีตผู้เล่น อดีตผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล  เมื่อเร็วนี้ ให้สัมภาษณ์กับทาง สปอร์ตเมล์ ถึง ลิเวอร์พูล ทีมเก่าที่เขาเคยคุมทีม และยังทำงานให้อยู่ในปัจจุบัน เชื่อว่า แฟนๆ สามารถรอการฉลองถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดออกไปอีกนิดได้หลังจากรอคอยมานานถึง 30 ปีแล้ว หลังเกิดการระบาดอย่างหนักของ โคโรน่าไวรัส ซึ่งทำให้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกต้องยกเลิกการแข่งขันไปจนถึง 30 เมษายน
    คงมีไม่กี่อย่าง ใน เมอร์ซีย์ไซด์ ที่ยังไม่เคยผ่านตาของ รอย อีแวนส์ และ สโมสรฟุตบอลแห่งนี้ ก็คือบ้านหลังที่สองของเขามาเป็นเวลา 33 ปี  อดีตบอสลิเวอร์พูล เคยเล่นให้ทีมตอนยังหนุ่มแน่นก่อนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสตาฟโค้ช
    จากนั้นก็ค่อยๆขยับ ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมสำรอง โค้ชทีมชุดใหญ่ บางครั้งก็ไปทำหน้าที่นักกายภาพของสโมสร จนในที่สุด ก็ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในแบ็ครูมสตาฟ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์รายการเมเจอร์ไปถึง 22 ครั้ง
    แปลกแต่จริง ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ทั้งที่ ต้องมามีอุปสรรค เกิดอาเพศ หรืออย่างไร สโมสรดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ ลิเวอร์พูล กลับมาครองแชมป์ได้ทันทีทันใด หลังฟุตบอลกลับมาเตะใหม่หลังสงครามโลกครั้งแรก ครองแชมป์ดิวิชั่นสูงสุดไปในปี 1922 และ 23 จากนั้นฤดูกาลแรกหลังจบ สงครามโลก ครั้งที่ สอง ก็เป็น ลิเวอร์พูล อีกที่ได้แชมป์ในปี 1947
    ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น โอกาสที่จะได้ฉลองแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีอยู่แค่เอื้อม ให้ฟอร์มเละเทะแพ้ไปบ้าง ก็ยังน่าจะเข้าป้ายได้แบบหายห่วง จนหลายคนพูดกันว่า คงมีแต่สงครามโลกครั้งที่สามเท่านั้นที่จะหยุด ทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ จากการคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้
    พูดกันขำๆ และตอนนี้ดันเกิดโรคระบาดร้ายแรงไปทั่วโลก หรือ ไวรัส ที่กำลังก่อสงครามกับมนุษย์ คือ เวิลด์วอร์ทรี ที่อำกันเล่นๆแล้วดันเกิดขึ้นจริง
    ที่เคยสรวลเสเฮฮา เรื่องการคว้าแชมป์รพีเมียร์ลีก ก็กลายเป็นสิ่งที่ แฟนๆไม่พูดถึงกันอีกแล้ว แต่ในใจก็ยังลุ้นๆอยู่ว่า ทางพรีเมียร์ลีก จะมีทางออกอย่างไร ยกแชมป์ให้เลย หรือให้การแข่งขันในฤดูกาลนี้เป็นโมฆะ
    สำหรับคนรุ่นเก่า เคยเจอเหตุการณ์ใหญ่ที่มาขัดจังหวะการแข่งขันจนต้องยกเลิกฤดูกาลฟาดแข้งกันมาแล้ว นอกจากคุ้นเคยแล้วบางคนอาจบอกว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพียงแต่คงต้องให้สถานการณ์นี้ผ่านไปก่อน  
    "คุณต้องการเป็นทีมระดับท็อป และ เจอร์เกน คล็อปป์ พาเรากลับขึ้นมาเป็นทีมสโมสรที่ดีที่สุดในโลก" อีแวนส์ กล่าว
    "ปีนี้พวกเขาทำได้อย่างเหลือเชื่อมาก ในแง่ทั้ง ผลการแข่งขัน และสไตล์การเล่น ทุกอย่างดูออกมาแทบจะเพอร์เฟกต์ในหลายๆครั้ง"
    "ลืมเรื่องฟุตบอลยูโรเปี้ยน กับ ทุกอย่างไปให้หมดก่อนในตอนนี้" อีแวนส์ กล่าว "สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราเสมอมาคือการคว้าแชมป์ลีก บิลล์ แชงค์ลี่ เคยบอกว่า มันคือถ้วยหลักของเรา และผมเชื่อว่ามันควรต้องเป็นอย่างนั้นเสมอ ความพ่ายแพ้แต่ละครั้งคุณต้องจริงจังปล่อยผ่านไม่ได้ เชื่อผม ชัยชนะคุณอาจให้มันแล้วไปได้ อย่างน้อยก็เพราะคุณชนะบ่อยจนชินชา ตอนนี้ก็เป็นมาช่วงหนึ่งแล้วใช่มั๊ยล่ะ"
    ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ ในปี 1990 เป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 8 ในรอบ 12 ปี เป็นยุคทองของเครื่องจักรสีแดงอย่างแท้จริง แต่ครั้งนั้นคือครั้งสุดท้าย ปีที่ เคนนี่ ดัลกลิช เป็นผู้จัดการทีม  
    "เคนนี่ เป็นบอสในตอนนั้น แต่ยุคนั้น รอนนี่ โมแรน (โค้ชของลิเวอร์พูล) เป็นคนเอาเหรียญรางวัลมาแจก" อีแวนส์ กล่าวยิ้มๆ "ไม่มีการมอบรางวัลในสนาม ไม่มีปาร์ตี้ เขาแค่เดินแจกจ่ายไปทั่วในห้องแต่งตัว เหรียญก็มาแบบ อยู่ในกล่องกระดาษ เอามายื่นให้แล้วก็บอกว่าให้ลืมๆไปซะแล้วคิดถึงฤดูกาลหน้าดีกว่า รอนนี่ โผล่มาก่อนที่เราจะได้เบียร์มาฉลองเสียอีก ตอนนั้นเราสุดยอดมาก รู้สึกกว่าชนะได้เป็นเรื่องปกติเรื่องธรรมดา"
    ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ที่พวกเขารอคอยในปีนี้หรือไม่ ยังต้องลุ้นกันต่อ หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 เวลานี้ศูนย์กลางการแพร่ระบาดอยู่ที่ยุโรปแล้ว และถ้วยแชมป์ที่พวกเขาบอกว่าได้แน่นอนอยู่แล้ว ก็อาจไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วในตอนนี้
    "เราคุยกันเรื่อง่่การใช้ชีวิตของแต่ละคนในตอนนี้ นั้่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว พวกเขาทำถูกต้องที่ยุติการแข่งขันในซีซั่นนี้ไปก่อน และคงจะให้กลับมาเตะไม่ได้จนกว่าจะสถานการณ์จะปลอดภัยแล้วจริงๆ ไปๆมา นี่มันก็แค่ฟุตบอลเท่านั้น แต่ผมหวังว่าเราจะได้แชมป์จริงๆอย่างที่หวัง ผมหวังว่าเราจะได้กลับมาเตะในเกมที่เหลือ หลังจากรอมา 30 ปีแล้ว อีกแค่ 2-3 เดือน เรารอได้ถ้าเราจำเป็นต้องรอ"
    "ผมต้องบอกว่า ถ้ามีใครมาบอกผมในวันนั้นเมื่อปี 1990 ว่าเราจะไม่ได้แชมป์ลีกอีกเป็นเวลาถึง 3 ทศวรรษ ผมคงขำแล้วบอกว่าเจอกันในฤดูกาลหน้า การจะไม่ได้แชมป์ลีกยาวนานขนาดนั้น มันไม่มีทาง ผมไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด"
    "เกมการเล่นในตอนนี้แตกต่างจากเดิมมาก แต่บางทีตัวบุคคลไม่ได้เป็นอย่างนั้น คล็อปป์ ดูจะไม่เคยวิจารณ์ลูกทีมออกสื่อเลย และการเล่นฟุตบอลของทีมของเขา ก็ไม่ได้ซับซ้อนมากไป"
    อย่างที่ เพสลีย์ เคยพูดไว้ "มันอยู่ที่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับทีมคู่แข่ง" อีแวนส์ บอกว่า "แม้เกมสมัยใหม่จะแตกต่างไปจากเดิม แต่สิ่งที่แทบไม่เปลี่ยนที่ ลิเวอร์พูล คือ เราไม่เคยไปโฟกัสเรื่องแท็คติกมากจนเกินไป ให้คิดถึงแต่เรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของพวกเขา นักเตะที่ดีจะตัดสินใจเองในสนาม ใช่ เรามีสไตล์การเล่นของเราอยู่ และเรารู้ว่าเราต้องทำอะไรเมื่อเราเสียบอล แต่ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับตัวนักเตะเอง และมันก็เป็นเช่นนั้นเสมอมา"
    "โม ซาลาห์ เป็นตัวอย่างที่เยี่ยม เขาทำประตูได้มากมาย แต่ก็ยังกลับมาช่วยทีมด้วยเมื่อตกเป็นฝ่ายรับ เหมือนกับ เอียน รัช เป๊ะ เขามักจะอยู่ห่างๆ แต่ห่างพอที่จะทำในสิ่งต่อไปที่เขาจะทำ ให้คู่แข่งคิดว่าเขามีพื้นที่มากพอที่จะเล่น แต่คุณคอนโทรลบอลไม่ได้ดี เขามาถึงแน่ แล้วก็เรียบร้อย"
    อีแวนส์ ลา แอนฟิลด์ ในเดือน พฤศจิกายน ปี 1998 หลังร่วมงานกับ เฌราร์ อูลลิเยร์ แล้วรู้สึกว่าไม่เวิร์ค
    "มันเป็นการตัดสินใจของผม แต่ผมเสียใจมาก ผมถึงกับร้องไห้ในวันนั้น"
    "อีแวนส์ ได้เป็นผู้จัดการทีม นับจาก มกราคม 1994 กระทั่งซัมเมอร์ 1998 ที่ ทางสโมสร ดึง อูลลิเยร์ เข้ามา
    4 ฤดูกาลแรกที่เขาคุม ลิเวอร์พูล แบบเต็มซีซั่น ทีมของเขา ไม่เคยจบอันดับนอกท็อปโฟร์ และยังพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพ และมีที่เข้าไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มี เอริค ก็องโตนา ในนัดชิงฯ เอฟเอ คัพ
    แต่ในฤดูกาล 1996-97 เป็นฤดูกาลที่เขาจะไม่มีวันลืมได้ ลิเวอร์พูล ยังถูกยกย่องให้เป็นทีมที่ดีที่สุดของอังกฤษอยู่ในตอนนั้น พวกเขาทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งได้ 5 แต้มตอนปีใหม่ แต่สุดท้ายเป็น ยูไนเต็ด ที่ฟาดแชมป์ปีนั้นไปครอง
    การแพ้คาบ้านต่อทีมท้ายตารางอย่าง โคเวนที กับ ยูไนเต็ด ในช่วงรันอิน ทำให้ ทีมของ อีแวนส์ พลาดแชมป์ในปีนั้น เป็นสิ่งที่ยังคงเสียใจจนทุกวันนี้
    "ใช่ ผมยังคิดถึงตอนนั้นอยู่" อีแวนส์ พูดพร้อมกับเป่าปาก "คุณบอกว่าเราเป็นทีมที่ดีที่สุดในตอนนั้น ฟังแล้วผมรู้สึกบางอย่าง ถ้าคุณเป็นทีมที่ดีที่สุด แต่กลับไม่ได้แชมป์ มันบอกบางอย่างถึงตัวคุณ ลิเวอร์พูล ต้องการได้แชมป์ลีกอย่างมากในตอนั้น และผมทำให้พวกเขาไม่ได้ มันทำให้ผมเสียใจมาก"
    หลังการไปของเขา อีแวนส์ ไม่ได้กลับไปที่ แอนฟิลด์ นานถึง 18 เดือน หลังพอจะลืมมันไปได้ เขาต้องแปลกใจอีกว่าทำไมเขาถึงได้ตั๋วเมนสแตนด์ ในขณะที่อดีตผู้เล่นที่ลงสนามให้ทีมไปแค่ราว 50 นัด กับม่ชื่อได้เข้าไปในไดเรกเตอร์ บ็อกซ์
    แต่ตอนนี้ทุกอย่างแฮ็ปปี้แล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใต้เจ้าของสโมสรคนปัจจุบัน "พวกเขาให้ทั้งอดีตผู้เล่นและโค้ชเข้ามาในเลานจ์ เพื่อพบปะทักทาย ซึ่งถือว่าดีมาก" อีแวนส์ กล่าว
    "คุณได้เจอเพื่อนเก่า และได้ชมเกมการแข่งขัน มันคือ วิน-วิน สำหรับผม"
    มีอยู่วันหนึ่งเมื่อไม่นานนัก อีแวนส์ มาอยู่ที่ สนามซ้อม เมลวู้ด ของ ลิเวอร์พูล แล้วมีแฟนบอลบางคนเข้ามาขอเซลฟี่ และขอลายเซ็น
    "ผมไม่แน่ใจว่า เจอร์เกน จะรู้หรือเปล่าว่า ผมเป็นใคร หรือ ทำไม มีคนเข้ามารุมผมตอนนั้น" เขาหัวเราะ "แต่พอเข้ารู้แล้วเขาเข้ามาหาผม และเราเลยได้พูดคุยกัน เขาพูดกับผมดีมาก"
    "ตอนนี้ทุกทีมจะพยายามโค่นเราลงจากบัลลังก์ให้ได้ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเราคือทีมที่ดีที่สุด ผมว่าไม่มีปัญหา เจอร์เกน คล็อปป์ จะต้องพร้อมแน่ แต่ ใช่ การคว้าแชมป์แรกจะมอบความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับคุณว่ารคุณทำได้ หากเราได้แชมป์พรีเมียร์ลีกหนนี้ ใครจะรู้ว่ามันจะพาเราไปสู่จุดไหน แน่นอน เจอร์เกน มีความสำคัญต่อทีมมาก แต่ผมมไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลใดที่เขาต้องไปจากที่นี่ ในขณะที่เราเล่นได้ขนาดนี้ จะต้องไปเสียเวลาคิดเรื่องนั้นทำไม"
    อีแวนส์ เกิดที่ บูเทิ้ล และเป็นแฟนลิเวอร์พูล ตั้งแต่เด็ก และตอนอายุ 13 ก็เคยเห็นทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 เมื่อปี 1962 เขาวิ่งลงสนามในวันนั้น ซึ่งเขายังรู้สึกประทับใจไม่รู้ลืม ทั้งเมืองเหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นมา ที่เราเป็นเดอะเบสท์อีกครั้ง
    "หากพวกเขาทำได้อีก เราก็จะกลับมามีความรู้สึกที่สุดยอดแบบนั้นอีก นี่คือ พรีเมียร์ลีก สิ่งเดียวที่เรายังไม่เคยทำได้ และสำหรับผม สำหรับแฟนลิเวอร์พูลทั้งหมด มันจะมีความหมายมากที่สุดในโลก"


    
   


คนกรุงโปรดทราบ........ กทม.ยกเลิกคำสั่ง "ครึ่งปิด-ครึ่งเปิด" กรุงเทพฯ ๒๒ วัน จาก ๒๑ มี.ค.-๑๒ เม.ย.แล้วนะ แต่ อ๊ะ..อ๊ะ ฟังก่อน อย่าเพิ่งซ่า!

'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'
'ปิดประเทศ' แล้วยังไม่รู้ตัว?