เพื่อไทยชี้หน้ารัฐทิ้งภาคเหนือปล่อยจม'ฝุ่นพิษ-โควิด'


เพิ่มเพื่อน    

22 มี.ค.63 - นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือวิกฤตทั้งปัญหาฝุ่นควัน และการระบาดของโควิด -19 ส่งผลกระทบกับสุขภาพอนามัยของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และเยาวชน บางรายถึงกับไอเป็นเลือดแล้ว รวมทั้งผู้สูงอายุพบว่ามีปัญหากับระบบทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก จากปัญหาที่เกิดขึ้นประชาชนในพื้นที่ต้องอยู่อย่างไร้ทางออก เพราะรัฐไม่แก้ปัญหาเลือกที่จะทิ้งพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งฝุ่นพิษทั้งโควิด-19  กระทบทั้งระบบ สภาพปัจจุบันภาคธุรกิจปิดกิจการเป็นจำนวนมาก 

นายวิสาร ระบุว่า ในขณะเดียวกันการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส.ส.ฝ่ายค้านให้ความร่วมมือกับรัฐบาลมาตลอด ทั้งการหาหน้ากากอนามัยไปแจกให้ประชาชน แต่กลับพบว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่พร้อม รวมทั้งเมื่อบุคลากรทางการแพทย์ออกมาร้องขอทางผู้บริหารกระทรวงก็ออกมาคาดโทษ บรรดาบุคลากรทางการแพทย์ต้องซื้อหน้ากากอนามัยหรือชุดป้องกันมาใช้เอง ทั้งๆที่รัฐต้องจัดหาแต่รัฐไม่แก้

นายวิสาร กล่าวว่า รัฐไม่พูดความจริงกับประชาชน และการตรวจหาเชื้อที่หละหลวม ไม่ละเอียด อาทิ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อไปตรวจก็แพทย์บอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่  ปล่อยกับไปใช้ชีวิตปกติ จนกระทั่งไปตรวจซ้ำพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จนเป็นปัญหาในที่สุด  หรือกรณีนักเสี่ยงโชคจากเชียงราย ที่ไปเล่นพนันที่กัมพูชา ติดเชื้อกลับมาก็ไปตรวจ หมอแจ้งว่าเป็นไข้หวัด ไม่มีการกักตัวปล่อยให้ใช้ชีวิตในสังคม ซึ่งเป็นอันตรายมากเพราะไปตรวจล่าสุดพบว่าติดเชื้อโควิด-19 กรณีแบบนี้จะมีอีกมากแค่ไหน รัฐควรบอกความจริงกับประชาชน 

นายวิสาร กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านยืนยันว่าในสถานการณ์วิกฤตประเทศ พรรคฝ่ายค้านไม่เล่นการเมืองพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลทำงานเพื่อประชาชน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน มีอะไรให้พรรคฝ่ายค้านช่วยก็บอกมาพร้อมให้ความร่วมมือ และอยากให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่าเล่นการเมืองหรือมองข้อเสนอของพรรคฝ่ายค้านเป็นเรื่องการเมือง เพราะทุกคนล้วนหวังดีกับประเทศ.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"