สาวตุ๋น31ล้านมอบตัว


เพิ่มเพื่อน    

 จับผัวเมียลวงชาวบ้านลงทุนซื้อลอตเตอรี่ราคาถูก อ้างได้เงินปันผลงาม ก่อนเชิดเงินหนี 7 รายเข้าแจ้งตำรวจสูญ 7 ล้าน ส่วนอีกนับสิบรายยังไม่ได้แจ้งความ ที่นครพนม ซาปั๊วดอดมอบตัวหลังโดนแจ้งจับตุ๋นผู้ค้ารายย่อย 31 ล้าน รับเอาเงินไปใช้หนี้ยี่ปั๊วจนเกิดปัญหา

    เมื่อวันที่ 25 มีนาคมนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., ร.ต.อ.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายทนงศักดิ์ หรือโก้ หนูพิทักษ์ อายุ 32 ปี และ น.ส.ภัทรา หรืออีฟ โตจอ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลแขวงราชบุรี ที่ 24-25/ 2563 ลงวันที่ 27 ก.พ.2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” และมีหมายจับข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” อีก 4 หมาย โดยจับกุมได้หน้าห้องเช่าไม่มีเลขที่ ม.5 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
    ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.ย.2562 นายทนงศักดิ์ และ น.ส.ภัทรา สองสามีภรรยา ได้ชักชวนชาวบ้านใน จ.ราชบุรี ร่วมลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยสลาก 1 ชุด จำนวน 5 เล่ม ใช้เงินลงทุน 35,200 บาท จะได้รับเงินกำไรปันผลตั้งแต่ 14,000-30,000 บาท ไม่กำหนดตายตัว แล้วแต่ผลประกอบการ โดยจะจ่ายเงินปันผลทุกวันที่ 1 และ 15 ของเดือน ผู้เสียหายหลายรายต่างหลงเชื่อ เนื่องจากเห็นว่าทางครอบครัวของ น.ส.ภัทราได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่ของ อ.บางแพ และใน จ.ราชบุรี 
    ต่อมาผู้เสียหายได้นำเงินมาลงทุนกับผู้ต้องหา ช่วงแรกๆ ก็ได้รับเงินปันผลตามที่ผู้ต้องหารับปาก จึงลงทุนเพิ่มและชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนเพื่อหวังเปอร์เซ็นต์ กระทั่งเมื่อเดือน ก.ย.2562 ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้ปิดโทรศัพท์หลบหนีไป ผู้เสียหายจำนวน 7 คน จึงรวมตัวไปแจ้งความดำเนินคดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 7 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้เสียหายไม่ได้มาแจ้งความอีกนับสิบราย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้นำชุมชนและผู้มีฐานะดี 
    จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันโกงเงินผู้เสียหายจริง โดยเอาเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่น ไม่ได้ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้กับผู้เสียหายตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้หมุนเงินไม่ทัน จากนั้นจึงพากันหลบหนีมาเช่าห้องพักที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กระทั่งถูกตำรวจกองปราบฯ จับกุมได้ดังกล่าว 
    นครพนม เมื่อวันที่ 25 มีนาคมนี้ กลุ่มคนขายสลากกินแบ่งรัฐบาลไปรวมตัวกันที่ สภ.เมืองนครพนม หลังทราบข่าวว่านางวรรณดี จันลุน อายุ 43 ปี จะเข้าพบตำรวจกรณีถูกจับแจ้โกงเงินสลาก
    ทั้งนี้ กลุ่มผู้ค้าสลากในพื้นที่จังหวัดนครพนมได้เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองนครพนม เพื่อเอาผิดกับนางวรรณดี ซึ่งเป็นซาปั๊ว อ้างว่ามีความสนิทสนมกับยี่ปั๊วย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี สามารถซื้อสลากกินแบ่งได้ในราคาที่ถูกกว่าแหล่งอื่น ประมาณใบละ 70-75 บาท เพราะโดยปกติคนขายสลากจะรับมาในราคาใบละ 80-85 บาท จึงลงขันซื้อติดต่อกันมาหลายงวด กระทั่งต่อมาไม่ได้รับสลากตามที่ตกลงกัน ต่างสูญเงินรายละ 1 แสนบาทถึง 10 ล้านบาท รวมแล้วถึงขณะนี้มีจำนวน 18 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 31 ล้านบาท 
    นางรัตนาภรณ์ เหง้าโอสา อายุ 40 ปี ผู้โอนเงินเข้าบัญชีนางวรรณดีสูงถึง 10 ล้านบาท เปิดเผยว่า ตนเสมือนตัวแทนของคนขายสลากรายย่อย ที่รวบรวมเงินส่งให้นางวรรณดี โดยโอนผ่านบัญชีของนางวรรณดีบ้าง หรือบัญชีของนายประมูลบ้าง และอีกบัญชีเป็นของหลานชายของนางวรรณดี ร่วมทำธุรกิจนี้มากว่าสองปี ที่ผ่านมาไม่เคยเจอปัญหามาก่อน จึงอยากให้นางวรรณดีออกมาพบกับพวกตน เพราะเงินที่โอนให้นั้นเป็นเงินที่กู้หนี้ยืมสินมาทั้งสิ้น 
     ต่อมาพนักงานสอบสวนแจ้งว่า นางวรรณดีขอเลื่อนการให้ปากคำ ทำให้กลุ่มผู้ค้าสลากต่างผิดหวังไปตามๆ กัน นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ประสานไปยังสถาบันการเงิน เพื่อขอตรวจสอบบัญชีของนางวรรณดีและอายัด ปรากฏว่าเงินที่โอนมาถูกถอนออกไปหมด เหลืออยู่ในบัญชีเพียง 115 บาทเท่านั้น ไม่ต่างจากบัญชีของสามีและหลานชายที่มียอดเงินเพียงกว่าร้อยบาท
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยเดินทางกลับ นางวรรณดีก็เข้าพบกับพนักงานสอบสวน อ้างว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีตนมียอดเพียง 23 ล้านบาท และได้นำเงินทั้งหมดส่งให้ยี่ปั๊วไปแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป
    จากนั้น เพียงชั่วเวลาไม่นาน ข่าวก็ไปถึงหูกลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อย พากันเดินทางกลับมาที่ สภ.เมืองนครพนม เพื่อเผชิญหน้ากับนางวรรณดี ขณะที่ผู้ต้องหาให้การว่าไม่มีเจตนาโกง แต่เอาเงินไปใช้หนี้ยี่ปั๊ว และจะหามาชดใช้ภายหลัง ตำรวจจึงได้คุมตัวนำไปขออำนาจศาลจังหวัดนครพนมขออนุมัติฝากขัง จากการตรวจสอบ พบว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่กำลังรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความเพิ่มเติม คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 50 ราย วงเงินไม่ต่ำกว่า 60-70 ล้านบาท บางรายพบว่ามียอดความเสียหายมากกว่า 10-15 ล้านบาท.
 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน