น่าห่วง!บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 6 ราย


เพิ่มเพื่อน    

29 มี.ค.63- นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 143 ราย โดยสัดส่วนยังพบในพื้นที่กทม.มากที่สุด ทั้งนี้ในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ มาจาก 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้รวม 70 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 5 ราย, กลุ่มสถานบันเทิง 15 ราย, กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 49 ราย และผู้ร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 1 ราย

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ 43 ราย ได้แก่ กลุ่มที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงทั้งคนไทยและคนต่างชาติ 22 ราย, กลุ่มผู้ทำงาน/อาศัย และเดินทางไปในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมากหรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 8 ราย กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เดิม 2 ราย วันนี้มีอีก 6 ราย รวมมีผู้ป่วยติดเชื้อ 8 ราย โดยติดจากผู้ป่วย 6 ราย ติดจากแหล่งอื่น 1 ราย อีก 1 รายอยู่ระหว่างการสอบสวน ถามว่าเป็นสัดส่วนมากหรือยัง ส่วนตัวไม่อยากให้มีบุคลากรติดแม้แต่คนเดียว เพราะต้องดูแลผู้ป่วยอีกเยอะ ดังนั้นนอกจากการป้องกันตัวระหว่างปฏิบัติงานแล้วขอให้ระมัดระวังเมื่อนอกรพ.ด้วย, และกลุ่มอื่นๆ ตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ 5 ราย และ กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อแต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 30 ราย สรุปวันนี้ มีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 111 ราย รักษาในโรงพยาบาล 1,270 ราย เสียชีวิต 7 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 1,388 ราย

นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า สำหรับผู้เสียชีวิต 1 ราย นั้นเป็นชายไทยอายุ 68 ปี มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน มีอาการเหนื่อยหอบ เข้ารักษาที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ตรวจพบปอดอักเสบ และภาวะวิกฤติระบบทางเดินหายใจ จึงส่งต่อไปที่รพ.พระนั่งเกล้า อาการไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตวันที่ 26 มี.ค. ส่วนผู้ป่วยอาการหนัก 17 ราย โดย 50% เป็นผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคเรื้อรังประจำตัว อย่างไรก็ตาม ใน 17 รายนี้ มีอาการปอดอักเสบ ใส่เครื่องช่วยหายใจและเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด ในจำนวนนี้ 1 ราย ใช้เครื่องพยุงการทำงานของปอด (ECMO) อาการอยู่ในภาวะวิกฤต

นพ.ธนรักษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กราฟผู้ป่วยในไทยเพิ่มขึ้นในแนวเส้นตรง พบผู้ป่วยมากในกลุ่มอายุ 20-59 ปี ส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เจอน้อยแต่มีความสำคัญ เพราะเสี่ยงที่อาการรุนแรงและเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ในไทยตอนนี้มี 59 จังหวัดที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ แต่สถานการณ์แตกต่างกัน ดังนั้นลักษณะการดำเนินมาตรการควบคุมโรคจึงต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 1.กทม.มีผู้ป่วยมาก ต้องมีมาตรการอย่างเข้มข้นเรื่องค้นหาผู้ป่วย และคนสัมผัสให้เร็วและเว้นระยะห่างทางสังคม

2.กลุ่มจังหวัดที่มีผู้ป่วยมาก เช่น สุรินทร์ อุดรธานี กาญจนบุรี บุรีรัมย์ นครราชสีมา จะต้องดำเนินมาตรการเช่นเดียวกับกทม. 3. กลุ่มจังหวัดที่มีผู้ป่วยไม่มาก 1-3 คน ต้องตะครุบผู้ป่วย ตามผู้สัมผัสให้เร็ว และเฝ้าระวังคนที่มาจากต่างพื้นที่ให้เร็วด้วย และ 4. กลุ่มจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วย ต้องจับตาคนที่เดินทางจากต่างพื้นที่ให้เร็ว และให้เข้าสู่ระบบการเฝ้าระวัง ทั้งนี้การมีจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยเลยจำนวนมากจะส่งผลดีต่อการควบคุมโรคของจังหวัดใกล้เคียงด้วย สำหรับเรื่องอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอนั้น ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน ใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม เพราะทั่วโลกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และตนพยากรณ์ล่วงหน้าได้เลยว่าหากสถานการณ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายๆ อย่างจะค่อยๆ ขาดแคลน เพราะกำลังการผลิตทั้งในโลกเป็นไปตามสถานการณ์ปกติ ไม่ได้ทำไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อถามผลการสอบสวนโรคกรณีผู้เสียชีวิตรายที่ 7 เนื่องจากมีรายงานว่าไม่ใช่ผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ตั้งแต่แรก จึงให้กลับบ้าน มีการสอบสวนผู้สัมผัสมากน้อยเพียงใด นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เคสนี้จัดเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง เนื่องจากผู้ป่วยไม่ได้ให้ประวัติเรื่องการเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ตอนนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ กรณีการไม่ยอมประวัติทำให้ยากต่อการควบคุมป้องกันโรค และการรักษา ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาเยอะเหมือนกัน อย่างกรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็มาจากการปกปิดข้อมูลเช่นกัน ดังนั้นต้องขอความร่วมมือประชาชนอย่าปกปิดข้อมูล ขอให้บอกทุกอย่างตามความจริงด้วย.


บอกก่อน.....ผมไม่รู้จริงๆ ว่า "พรรคพลังประชารัฐ" เขาเล่นอะไรกัน?รัฐบาลกำลังไปได้ดีจู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ "หัวหน้าพรรค" โดย กก.บห. "เกินกึ่งหนึ่ง" รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิ.ย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค "พ้นตำแหน่ง" ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้ง กก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!

"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'