สอบหัวโจกเผาคุก พบคนมีสีเข้าเยี่ยม


เพิ่มเพื่อน    

 

จับแล้ว "ไอ้นพ" นักโทษชายที่แหกคุกเรือนจำบุรีรัมย์รายสุดท้าย ขณะหนีกบดานในป่าใกล้บ้านเกิดในสภาพอิดโรย เผยประวัติเข้า-ออกคุกเป็นว่าเล่น ญาติสุดดีใจเห็นไอ้นพปลอดภัย ขณะตำรวจคุมตัวส่งร้อยเวรดำเนินคดี "รมว.ยธ." เผยหัวโจกปลุกปั่นเผาเรือนจำมีประวัติโชกโชน ทั้งยังมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ระบุมูลค่าเสียหายเรือนจำบุรีรัมย์หลายสิบล้านบาท

    เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ต.อ.อัษฎไนย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง, พ.ต.ท.มานิตย์ สร้อยจิตร รอง ผกก.ป.ฯ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.เมืองบุรีรัมย์, ร.ต.อ.สุวัฒน์ นามมงคล สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดภูธรจังหวัด, สภ.คูเมือง, สภ.เมืองบุรีรัมย์ และฝ่ายปกครอง อ.คูเมือง ได้สนธิกำลังติดตามไล่ล่าจับกุมนักโทษชายธัณยพงศ์ สินพูน หรือนพ อายุ 26 ปี ผู้ต้องขังที่ร่วมกันก่อเหตุจลาจล เผาเรือนจำและหลบหนีออกจากเรือนจำเมื่อช่วงสายของวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
    โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับ น.ช.ธัณยพงศ์ ได้มาอยู่แถวบริเวณป่าใกล้กับลำคลองคูเมืองโบราณของหมู่บ้านโนนเมือง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ น.ช.ธัณยพงศ์ ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังปูพรมค้นหา กระทั่งพบรถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าที่ น.ช.ธัณยพงศ์ได้ขโมยมาจากหอพักใกล้กับเรือนจำ ขณะหลบหนีถอดทิ้งไว้ ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักรอบหมู่บ้านโนนเมืองและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมถึงจัดชุดเดินเท้าสำรวจตามหมู่บ้าน ป่า ทุ่งนา และไร่อ้อยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว
    จนกระทั่งเวลา 01.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ก็พบตัว น.ช.ธัณยพงศ์แอบซุกซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มไม้ริมถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง บ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง ในสภาพอิดโรย จึงเข้าทำการควบคุมตัว ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนและควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของ สภ.คูเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    จากการสอบสวน น.ช.ธัณยพงศ์ ให้การยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนพร้อมกลุ่มนักโทษได้ทุบกำแพงพร้อมตัดกรงเหล็กออกมาจากบริเวณช่องทางเยี่ยมญาติของเรือนจำบุรีรัมย์ แล้วพากันวิ่งหลบหนีข้างกำแพงเรือนจำ วิ่งอ้อมไปทางด้านหลังเรือนจำ พอไปถึงโรงแรมหรือหอพักได้พากันเข้าไปขโมยเสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนี โดยได้แยกย้ายกันหลบหนี
    ระหว่างนั้นตนเองวิ่งตกลงไปในบ่อระเบิดหิน และได้หลบซ่อนตัวอยู่ในนั้น กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนจึงได้ปีนขึ้นมาจากบ่อระเบิดหิน แล้วไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณหอพักของน้องสาวที่หมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ตนได้ฝากไว้ก่อนถูกจับกุม แล้วขี่หลบหนีมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านโนนเมืองซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่า กระทั่งช่วงสายทราบว่าได้มีตำรวจติดตามจับกุมตัว จึงได้จอดรถจักรยานยนต์และถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ ก่อนจะเดินหลบหนีและซุกซ่อนตัวอยู่ตามป่าและทุ่งนาเรื่อยมา จนถึงหมู่บ้านผักกาดหญ้า และมาถูกจับกุมตัวได้
    น.ช.ธัณยพงศ์บอกด้วยว่า เหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ ตนทราบเพียงว่าก่อนหน้านี้ได้มีขาใหญ่ในเรือนจำได้เรียกตัวพ่อบ้านของแต่ละบ้าน คือขาใหญ่ของนักโทษแต่ละอำเภอ ไปพูดพูดคุยกันว่าจะทำการแหกคุกในวันที่ 29 มี.ค.63 โดยระหว่างที่ตนกำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่ ได้เห็นเพื่อนนักโทษลุกฮือก่อเหตุจลาจล ตนจึงได้ไปร่วมกับเพื่อนนักโทษช่วยกันทุบทำลายกำแพงประตู ตัดกรงเหล็กแล้วทำการหลบหนี
    สำหรับ น.ช.ธัณยพงศ์ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจับกุมตัวได้พร้อมกับแฟนสาวที่หมู่บ้านโคกเพชร ต.พรสำราญ อ.คูเมือง พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 1,000 เม็ด ยาไอซ์จำนวนหนึ่ง อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกกว่า 100 นัด โดยขณะทำการจับกุม น.ช.ธัณยพงศ์ได้ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย นอกจากนี้ยังเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว และเพิ่งพ้นโทษมาได้เมื่อประมาณต้นเดือน ม.ค.63 ก่อนจะถูกจับกุมครั้งล่าสุดอีกเมื่อเดือนต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อและแม่ รวมถึงญาติพี่น้องของ น.ช.ธัณยพงศ์ ต่างโผเข้ากอดด้วยความดีใจ ขณะเดินทางมาเยี่ยมระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อฝากขังและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “หลบหนีไปจากเรือนจำระหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาล”
    ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัว น.ช.ธัณยพงศ์ เจ้าหน้าที่ได้นำหน้ากากอนามัยมาให้สวมใส่และพาไปล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และตรวจอุณหภูมิวัดไข้อยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส ก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนและนำตัวเข้าฝากขังต่อไป
    นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุ?จลาจลในเรือนจำบุรีรัมย์ว่า จากการสอบสวนนายทีระชัย ชัยยะบัญชร หัวโจกในเรื่องนี้ที่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดมีโทษจำคุกตลอดชีวิต ตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนจำมีปัญหากับผู้อื่นตลอด มีประวัติตั้งแต่เป็นเยาวชนถูกจับกุมให้อยู่ที่สถานพินิจฯ เคยติดคุกที่เรือนจำภาคเหนือ ก่อนย้ายมาเรือนจำบุรีรัมย์จนได้รับการปล่อยตัว เมื่อออกไปไม่สำนึกยังทำความผิดซ้ำจนกลับมาติดคุกอีกครั้งที่เรือนจำบุรีรัมย์ และศาลได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต
    "ผู้ต้องขังถือเป็นคนสมองดี จึงคิดแผนปลุกปั่นให้ผู้ต้องขังกลัวโควิด-19 จนเกิดเหตุการณ์เผาเรือนจำขึ้น นอกจากนี้ผู้บัญชาการเรือนจำได้จับตามโดยตลอด เพราะพบว่ามีการเยี่ยมญาติถี่ และมีคนมีสีมาเยี่ยมด้วย โดยชื่อจะปรากฏในชั้นสอบสวนต่อไป" นายสมศักดิ์กล่าว และว่า สำหรับมูลค่าการเสียหายอาคารเรือนนอนที่ถูกเผา 3 หลัง ราคาหลังละ 20 ล้านบาท ส่วนจุดอื่นๆ ที่ถูกทำลายประมาณ 10 ล้านบาท
    รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ขณะที่การสอบสวนได้ตั้งคณะกรรมการออกเป็น 2 ชุด คือ 1.สอบผู้ต้องขัง 2.สอบผู้บัญชาการเรือนจำถึงสาเหตุที่เกิด ส่วนญาติพี่น้องที่มีความกังวลในการย้ายผู้ต้องขังว่าไปอยู่ที่ใดบ้าง สามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ หรือติดต่อไปยังเทศบาลจังหวัดบุรีรัมย์ที่เป็นศูนย์แจ้งว่าผู้ต้องขังอยู่ที่ไหนบ้าง และอีกช่องทางหนึ่งคือเฟซบุ๊กของกรมราชทัณฑ์.


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.