พท.สกรัม'บิ๊กตู่'โง่ไม่แบ่งปัน 


เพิ่มเพื่อน    

     ถูกรุมสกรัมสมใจ เพื่อไทยจัดให้ ถล่ม "บิ๊กตู่" ยึดอำนาจ 4 ปี จะอยู่ต่อ "วัฒนา" อัด โง่ไม่แบ่งปัน ไม่อยากเสวนาเพราะไม่เกิดประโยชน์ทางภูมิปัญญา แต่โพสต์ข้อความด่ายับ ไม่มีน้ำใจนักกีฬา สมคบกันยึดอำนาจ บังอาจอวดรู้ ไม่ให้ใช้คำว่าเล่นการเมือง 
     หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ถูกพรรคการเมืองรุมสกรัม และไม่อยากให้พูดคำว่าเล่นการเมือง เพราะการเมืองไม่ได้มีไว้เล่นนั้น สร้างความไม่พอใจให้กับนักการเมืองที่พากันรุมสกรัมกลับทันที
    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ “โง่ไม่แบ่งปัน” ระบุว่า ผมไม่อยากเสวนากับคนอย่างพลเอกประยุทธ์ เพราะไม่เกิดประโยชน์ทางภูมิปัญญา แต่การที่พลเอกประยุทธ์พูดในรายการคืนวันศุกร์ว่า  คสช.ไม่เคยไปจำกัดสิทธิและเสรีภาพมากเกินไป มีการโจมตีเร่งรัดโรดแมป กดดันมากไปหรือไม่ หรือมีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่ ทำให้ผมจำเป็นต้องชี้แจงกับประชาชน
    พลเอกประยุทธ์ยึดอำนาจประชาชนมาเกือบ 4 ปีทั้งยังแสดงท่าทีว่าจะถ่วงเวลาการเลือกตั้ง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ประชาชนต้องออกมาเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้ง จึงถือเป็นความชอบธรรมทุกประการ แต่การที่ คสช.มาแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนต่างหากที่มีเจตนาอื่นแอบแฝง เพราะเป็นการลุแก่อำนาจและจำกัดเสรีภาพของประชาชน 
    ส่วนที่พาดพิงถึงพรรคการเมืองใหม่ว่าต้องไม่ล้มล้างจารีตประเพณีและวัฒนธรรมไทยนั้น ผมยังไม่เห็นมีพรรคการเมืองแนวทางประชาธิปไตยมีแนวทางแบบที่ท่านว่า ที่คิดจะล้มล้างคือระบอบเผด็จการและเอาเผด็จการเข้าคุกหลังจากประชาชนได้อำนาจคืนแล้วซึ่งผมเห็นด้วย
    ประเด็นสุดท้ายคือ การบังอาจอวดรู้ว่าต้องไม่ใช้คำว่า “เล่น” กับการเมืองนั้น ผมขอให้ความรู้เป็นวิทยาทานว่า “เล่น” เป็นคำกริยาที่ใช้กับอาชีพทุกชนิดที่ถูกจำกัดด้วยระยะเวลาและมีบุคคลอื่นเป็นผู้ตัดสิน เช่น เล่นฟุตบอล เล่นดนตรี เล่นละคร เล่นลิเก รวมถึงเล่นการเมืองที่มีเวลาจำกัดไว้เพียงครั้งละ 4 ปี โดยประชาชนเป็นผู้ตัดสินด้วยการลงคะแนนให้ 
เล่นการเมือง
    "คำว่า “เล่น” หมายถึงเล่นให้สมบทบาท เล่นอย่างมืออาชีพ และเล่นให้มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ใช่แพ้เลือกตั้งแล้วสมคบกันยึดอำนาจแล้วหาเรื่องถ่วงเวลาไม่คืนอำนาจให้ประชาชน จนปัจจุบันผมยังไม่เคยเห็นใครปัญญาอ่อนบอกว่าผมทำงานฟุตบอล หรือทำงานละครเรื่องออเจ้า ต่อไปก่อนจะพูดอะไรหัดศึกษาหาความรู้ อย่าได้แสดงความด้อยปัญญาแบบท่องกลอนสุนทรภู่เป็นจินดามณีอีก หัดอายให้เป็นบ้าง" นายวัฒนาระบุ
    ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเช่นนี้จะหมายความว่าปัญหาทุกอย่างเกิดจากนักการเมือง ที่ทำให้ประเทศเกิดความขัดแย้ง มีการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการรัฐบาล จนทำให้ประเทศติดหล่มใช่หรือไม่ แต่แท้ที่จริงแล้วคนที่ทำให้ประเทศติดหล่มคือรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง บอกว่าจะรีบคืนอำนาจ แต่นี้จะสี่ปีแล้ว การเลือกตั้งจะเกิดเมื่อไหร่ยังไม่ชัดเจน
    เขากล่าวว่า การบริหารราชการก็มีโครงการต่างๆออกมา ซึ่งไม่แตกต่างจากประชานิยม มีการลงพื้นที่ใช้นโยบายหาเสียงที่มากกว่านักการเมืองเสียอีก อีกทั้งยังมีข่าวการทุจริตจำนวนมาก 
    "ถ้ารัฐบาลท่านยิ่งอยู่นานไปการทุจริตก็จะมีเพิ่ม หนี้สินครัวเรือนก็มีสูงขึ้น แบบนี้แล้วท่านจะมีหน้ามาว่านักการเมืองอีกหรือ ทางที่ดีการทำให้ประเทศออกจากหล่ม พล.อ.ประยุทธ์ควรไปพูดคุยกับคนในแม่น้ำห้าสายให้เกิดความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลที่สามารถตรวจสอบได้มาทำหน้าที่เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับมา จะดีกว่ามาพูดให้ร้ายแต่ฝ่ายการเมืองเช่นนี้" นายวรชัยกล่าว
       ด้านนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนช.เข้าชื่อเตรียมยืนตีความ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าไม่รู้สึกแปลกใจท่าทีดังกล่าว เพราะการยื่นตีความจะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป ซึ่งเป็นผลดีกับผู้อยู่ในอำนาจตอนนี้ แต่รู้สึกเสียดายเวลาเพราะท่าที สนช.ก่อนหน้านี้ต่างพูดชัดเจนว่ากฎหมายดังกล่าวไม่มีปัญหาและจะไม่ยื่นตีความ 
    แต่สุดท้ายเมื่อมีคนออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกฎหมายที่ท่านมีมติเห็นชอบ ก็กลับลำมาส่งร่างตีความ โดยอ้างเหตุผลเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย สิ่งที่ต้องถามก็คือ สนช.พิจารณากฎหมายฉบับนี้อย่างรอบคอบจริงหรือไม่ ถ้ามีคนออกมาตั้งข้อสังเกตอะไรอีก จะไม่มีการยื่นตีความอีกใช่หรือไม่ 
    "เรื่องนี้มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเกมการเมือง ต้องการอยู่ในอำนาจต่อไปให้นานที่สุด เพราะหลงในอำนาจและผลประโยชน์ที่มาจากภาษีประชาชน โดยใช้การเลือกตั้งเป็นตัวประกัน" อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าว
เห็นด้วยส่ง กม.ลูกตีความ
    นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ควรยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อมีการจัดการเลือกตั้งที่ต้องใช้งบประมาณมาก อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีการแข่งขันกันสูง หากมีปัญหาในภายหลัง แล้วการเลือกตั้งเป็นโมฆะจะสูญเปล่า 
    ส่วนการยื่นตีความกฎหมายนั้น หากมีผลกระทบโรดแมปเลือกตั้ง จนต้องเสนอให้ กกต.ใช้กรอบเวลา 150 วัน ก็สามารถทำได้ แต่ต้องดูความพร้อมทุกอย่าง ทั้งพรรคการเมืองที่จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพราะประชาชนมุ่งหวังว่าเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 จะมีการเลือกตั้ง
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์เคยยื่นคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ถึงแม้จะเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะส่งเรื่องต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เป็นการลิดรอนสิทธิของสมาชิกพรรค และเพิ่มภาระให้กับสมาชิก มีระยะเวลาดำเนินการกระชั้นชิด เป็นการสร้างภาระให้แก่พรรคการเมืองเกินสมควร  แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินก็สามารถส่งเรื่องให้ คสช. ผู้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เพื่อรับทราบถึงเนื้อหาของคำสั่งที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหลายประการซึ่ง เมื่อ คสช.ทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ก็อาจแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ได้ทันที เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินใช้ช่องทางส่งไปให้ คสช.แก้ไขด้วย ก็จะช่วยทำให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองอย่างถูกต้องต่อไป
    จึงขอฝากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสรุปความเห็นส่งให้ คสช.ที่เป็นผู้ออกคำสั่งด้วย จะช่วยทำให้เกิดความสมบูรณ์ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องไปให้รกศาลรัฐธรรมนูญโดยเปล่าประโยชน์
    นายองอาจกล่าวต่อไปว่า การพิจารณาคำร้องจากพรรคประชาธิปัตย์โดยผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้   มีเพียง สนช.และ กกต.ยื่นคำชี้แจงมายังผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่หัวหน้า คสช.ซึ่งเป็นผู้ออกคำสั่งที่ 53/ 2560 ที่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 25, 26, 27 ประกอบมาตรา 45 กลับไม่ส่งคำชี้แจงไปให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ปชป.พร้อมยืนยันสมาชิก
    อย่างไรก็ดี ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินส่งสรุปความเห็นคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ขัดรัฐธรรมนูญไปให้หัวหน้า คสช. ก็ขอให้หัวหน้า คสช.ปรับปรุงแก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วย ก็จะช่วยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามโรดแมปด้วยความถูกต้องเหมาะสมต่อไป
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวระบุว่า ในวันที่ 1 เม.ย. เป็นวันเริ่มต้นที่กฎหมายพรรคการเมืองให้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคเดิมอยู่แล้ว จะมีโอกาสยืนยันสมาชิกพรรคได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ เปิดให้มีการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคได้ 3 วิธี คือ
       1.มายืนยันด้วยตัวเองที่สำนักงานใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ
        2.ยืนยันด้วยตัวเองที่จุดยืนยันสมาชิกทั่วประเทศ 307 จุด ซึ่งเป็นสาขาพรรคเดิมที่ตั้งเป็นสำนักงาน หรือสำนักงานของอดีต ส.ส.
        3.ใช้แอปพลิเคชันดี คอนเน็ค (D-Connect) ที่สามารถโหลดได้จากเว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ลงสมาร์ทโฟน หรือไอแพด แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์เชื่อมไวไฟ ซึ่งแอปพลิเคชันนี้ ทางพรรคได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการยืนยันการเป็นสมาชิกที่สำนักงานใหญ่ และจุดยืนยันกว่า 300 จุดทั่วประเทศ
         "ขณะนี้อยู่ระหว่างการรออนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้งานได้โดยสมบูรณ์ โดยในการยืนยันตัวตนการเป็นสมาชิกพรรคนั้น ต้องใช้บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมค่าสมาชิก 100 บาท สำหรับสมาชิกรายปี และ 2,000 บาท สำหรับสมาชิกตลอดชีพ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
        นายจุติยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเสนอเรื่องพร้อมความเห็นตามคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีลิดรอนสิทธิและเพิ่มภาระให้พรรคการเมืองเดิมนั้น เรื่องดังกล่าวที่เราทำไปไม่เป็นอุปสรรคต่อการยืนยันตัวตนการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด ส่วนเรื่องคำร้องถึงศาล ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของการพิจารณาวินิจฉัยของศาล
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายจุติได้พาสื่อมวลชนชมศูนย์ลงทะเบียนยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งทางพรรคได้มีการจัดเตรียมสถานที่ โดยมีการตั้งเต็นท์  พร้อมด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องถ่ายเอกสาร และเจ้าหน้าที่ไว้คอยดูแลให้บริการกว่า 100 คน เพื่อรองรับสมาชิกพรรคที่จะเดินทางมายืนยันตัวตนในวันที่ 1 เม.ย.นี้ พร้อมกันนี้ นายจุติยังได้ทดลองระบบที่จะใช้สำหรับการลงทะเบียนด้วย โดยขอให้สมาชิกพรรคที่จะเดินทางมาเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และเงินค่าสมาชิกรายปี 100 บาท หรือตลอดชีพ 2,000 บาท  อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด สามารถยืนยันตัวตนได้ที่สาขาพรรค ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีสมาชิกพรรคประมาณ 80,000 คน และทั่วประเทศมีประมาณ 2 ล้านคน
"เสี่ยหนู" ชิลๆ
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการยืนยันสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคเก่าที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย.ว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ตนไม่ได้กังวลในเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เพราะสมาชิกแต่ละคนก็มีหน้าที่ที่ต้องยืนยันสมาชิกภาพของตนเองอยู่แล้ว เราไปบังคับเขาไม่ได้ และเราไม่ได้ไปตั้งเป้าถึงการมาแสดงสมาชิกภาพของสมาชิกแต่อย่างใด ว่าจะมาแสดงตนด้วยตัวเองหรือยื่นเอกสาร รวมถึงการชำระค่าสมาชิกพรรค ตรงนี้เป็นไปตามกฎหมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเท่าที่ตนได้รับรายงานจากเลขาธิการพรรคและผู้อำนวยการพรรคภูมิใจไทยที่ดูแลเรื่องดังกล่าว ตนก็ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการยื่นสมาชิกภาพของพรรคจะติดขัดในเรื่องใด           
          เมื่อถามถึงการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เรื่องการยืนยันสมาชิกพรรคและการประชุมพรรค นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อยังไม่ชัดเจนทางพรรคก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะวันนี้ก็ยังไม่มีการปลดล็อกพรรคการเมือง และการเลือกตั้งก็ยังไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไหร่ ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยคงต้องชิลๆไปก่อน แต่ยืนยันว่าเรามีบุคลากรที่พร้อมอยู่แล้ว
    "ณ เวลานี้หัวหน้า คสช.ก็ยังยืนยันว่าการดำเนินการยังอยู่ในโรดแมป ดังนั้นหากติดปัญหาตรงไหนค่อยมาพูดคุยกันว่ามีอุปสรรคใดบ้าง ถ้าเริ่มนับหนึ่งวันไหนเราก็เริ่มกันวันนั้น ซึ่งผมเชื่อว่าทุกพรรคมีแผนในการเตรียมรับมืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นแผน 1 แผน 2 หรือแผน 3 ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมทุกแผน แต่จะต้องไม่ทำให้ขัดต่อกฎหมาย เพราะกฎหมายใหม่ที่ออกมาถือว่าน่ากลัวมาก จะเอาแค่ความสะใจของแฟนๆ คงไม่ได้ เพาะบทลงโทษให้เว้นวรรคทางการเมืองไม่น่ากลัวเท่ากับต้องเข้าคุกเข้าตะราง ตรงนี้น่ากลัวกว่าเยอะ ซึ่งผมหวังว่าหลังเลือกตั้งคงจะไม่มีเรื่องของความเกลียดชัง ความขัดแย้ง” นายอนุทินกล่าว
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แกนนำพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า รู้สึกกังวลกับคำสั่ง คสช. จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการยืนยันสมาชิกพรรคการเมืองในระหว่างวันที่ 1-30 เมษายนนี้ แต่ทางพรรคยังคงมีความพร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยจะใช้ช่องทางในสื่อโซเชียลมีเดียทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคที่มีมากกว่า 130,000 คน ให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน
    ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่มีความเห็น เพราะไม่ได้มีความช่ำชองในเรื่องกฎหมาย แต่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่เป็นปัญหา และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการเปิดให้มีการลงทะเบียนยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ที่ให้สมาชิกพรรคมีหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิกต่อพรรคการเมือง และชำระค่าบำรุงพรรคภายใน 30 วัน ตามกำหนดในวันที่ 30 เม.ย. เพราะถึงอย่างไรก็ต้องเดินตามแผนงานเดิม เพราะมีการวางขั้นตอนไว้อยู่แล้ว
    โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า การเปิดให้มีการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคในวันที่ 1 เม.ย.นี้ รัฐบาลไม่ได้สั่งให้มีการจับตาดูพรรคการเมืองเป็นพิเศษ และไม่ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ในเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องของ คสช.ที่จะต้องว่ากันไป ส่วนกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ผู้ตรวจฯ ส่งคำสั่ง คสช.ดังกล่าวให้หัวหน้า คสช.ทบทวนแก้ไขด้วยนั้น ถือเป็นความคิดของพรรคการเมือง ก็แล้วแต่ พรรคการเมืองสามารถแสดงความคิดเห็น.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.