เจ๊งเพราะรัฐประหาร 'สุภิญญา'ชี้ต้นเหตุทีวีดิจิทัลขาดทุนซัดคสช.ผลประโยชน์ทับซ้อน


เพิ่มเพื่อน    

    เปิดเวทีถล่มรัฐบาล คสช.เละ  "สุภิญญา​" เอาคืนปม ม.44 ช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ซัด "บิ๊กตู่" ตีเนียนอ้างปัญหามาจาก กสทช. ชี้ตัว คสช.คือต้นเหตุทำรัฐประหารสั่งปิดทีวีทุกช่อง ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ อ้างความมั่นคงจนประชาชนเบื่อดูทีวีหันไปเสพข่าวสารจากมือถือแทน เตือนซ้ำรอยทุจริตเชิงนโยบาย
    เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการ​ญาติ​วีรชนพฤษภา​ 35​และเครือข่ายตรวจสอบ​ภาค​ประชาชน​ จัดเวทีเสวนาตรวจสอบการทุจริต​คอร์รัปชัน​ของนโยบาย​รัฐบาล​ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)      
    โดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เกริ่นนำว่า จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธาน จะมีการพิจารณาออกมาตรา 44 เพื่อพักชำระหนี้ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเป็นเวลา 3 ปี และยืดการชำระค่างวดใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งจ่ายเป็นเวลา 5 ปีนั้น ถือว่าสมเหตุสมผลหรือไม่นั้น ซึ่งตนมองว่าจะต้องเป็นประเด็นที่ประชาชนจะต้องติดตามและตรวจสอบต่อไป 
    น.ส.สุภิญญา​ กลางณรงค์ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช.กลัวในการแก้ปัญหาหรือปรับเปลี่ยนในข้อบังคับ ทั้งที่ กสทช.นั้นมีอำนาจมากกว่าหน่วยงานบางหน่วยงาน แต่ก็ไม่เดินหน้าแก้ไขปัญหาเอง กลับโยนปัญหาดังกล่าวให้ คสช.ออกมาตรา 44 ในการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และช่วยเหลือผู้ประกอบการ 
    เธอมองว่า ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยในการใช้อำนาจรัฐทุจริตในเชิงนโยบายได้ สิ่งที่ กสทช.จะทำได้ในขณะนี้ จะต้องให้ กสทช.เข้าไปช่วยเหลือหรือกำกับการบริการของ กสทช.เอง ไม่ใช่กลับไปแก้ไขสัญญาหรือข้อกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีบทเรียนที่ทำให้รัฐบาลยุคก่อนๆ อยู่ไม่ได้มาแล้ว 
    อดีต กสทช.กล่าวว่า ในส่วนของทีวีดิจิทัลนั้น สาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดคือ การรัฐประหารของ คสช.ที่เข้ามาในช่วงแรกนั้น ก็สั่งปิดทีวีทุกช่อง อีกทั้งเมื่อ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ก็ใช้ช่องทางทีวีดิจิทัลในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ยังไม่รวมถึงการเบียดเบียนช่วงเวลาในทีวีโดยอ้างในนามของความมั่นคง ซึ่งทั้งหมดก็พอจะเป็นเหตุผลได้ที่ว่าทำไม คสช.จะต้องเข้ามาเยียวยาทีวีดิจิทัล 
    "เมื่อรัฐใช้เหตุผลความมั่นคงในการเข้ามาแทรกแซงผู้ประกอบการจนส่งผลให้ผลกำไรทางรายได้นั้นลดลง ทาง คสช.ก็จะต้องเข้ามาเยียวยาโดยที่ปฏิเสธไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากทาง กสทช.ต้องการจะช่วยเหลือจริงๆ นั้น ทาง กสทช.ก็จะต้องปรับในด้านค่าเช่าโครงข่าย ให้ยึดหลักความจริงตามต้นทุนมากกว่าที่จะหวังแต่ผลกำไร"
    น.ส.สุภิญญากล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่คสช.เข้ามานั้น ยังไม่มีการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีที่ได้รับผลกระทบจากการที่ คสช.มาใช้ผลประโยชน์ จนทำให้ช่องทีวีหลายๆ ช่องนั้นถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ส่งผลให้ประชาชนเบื่อหน่ายกับการดูทีวี และหันไปเสพข้อมูลผ่านช่องทางมือถือมากขึ้น 
    "ถือว่าปัญหาการขาดทุนนั้นมาจาก คสช. จึงไม่อยากให้นำปัญหาการขาดทุนของช่องทีวีไปตีเนียนรวมกับการช่วยเหลือค่ายมือถือเอกชนในการยืดระยะเวลาจ่ายค่าสัมปทานออกไปด้วย เพราะมองว่าค่ายมือถือเอกชนนั้นไม่ได้เดือดร้อนจริง แต่กลับเป็นฝ่ายที่ได้กำไร รวมถึงถือว่าเป็นการเอาเปรียบฝั่งทีวีมากกว่า " น.ส.สุภิญญา​กล่าว
    ด้านนายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ตนมองว่าที่ผ่านมา คสช.นั้นเปรียบเหมือนใช้ระบบศาสตราธิปไตย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับระบอบประชาธิปไตย แต่แตกต่างตรงที่ระบอบประชาธิปไตยนั้น อำนาจอยู่ที่ประชาชน แต่ระบบศาสตราธิปไตยนั้น อำนาจอยู่ที่ผู้ถืออาวุธ อาวุธที่ว่านี้คือมาตรา 44 ที่จะทำอะไรก็ได้ อีกทั้งยังอยู่เหนือรัฐธรรมนูญด้วย
    เขากล่าวว่า การที่ คสช.จะใช้อำนาจมาตรา 44 การช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลในการชำระค่าใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลและช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคมนั้น แม้ว่าจะมีเสียงท้วงติงจากหลายฝ่าย แต่ก็ยังมีการพยายามที่จะเดินหน้าต่อไป ซึ่งตนมองว่าการใช้มาตรา 44 ช่วยเหลือประเด็นดังกล่าวนั้น มองแล้วมันขัดแย้งกับวัตถุประสงค์หลักของมาตรา 44 ซึ่งจะก่อให้เกิดการบั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความเหลื่อมล้ำของสังคม 
    "สร้างความขัดแย้งของคนในชาติและยังส่งผลทำให้การบริหารราชการแผ่นดินนั้นสั่นคลอน จนอาจจะทำให้รัฐถูกมองได้ว่ากำลังอุ้มนายทุน ผ่านการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม" นายพิชายกล่าว
    ขณะที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 ช่วยเหลือผู้ประกอบการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ จะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้เอกชนมากกว่า เพราะหากรัฐบาลช่วยเหลือโดยการใช้มาตรา 44 นั้น อาจเข้าข่ายทุจริตเชิงนโยบาย ซึ่งเหตุการณ์นี้จะคล้ายในอดีต 
    อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือทีวีดิจิทัลเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ซึ่งรัฐบาลและ คสช.ต้องวิเคราะห์ให้เกิดข้อเท็จจริง ว่าขาดทุนเพราะอะไร ไม่ใช่ว่าโยนปัญหาให้ กสทช.เป็นแพะเพียงอย่างเดียว พร้อมมองว่าเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทำให้ประชาชนหันมาดูโทรศัพท์มากกว่าโทรทัศน์ จึงเกิดปัญหาค่าโฆษณาที่ส่วนแบ่งเยอะขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้คนดูทีวีก็ลดลงด้วย 
    "ผมยังเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้มาตรา 44 น้อยลง เพราะบางปัญหานั้น มาตรา 44 ไม่สามารถใช้แก้ไขปัญหาในระบอบประชาธิปไตยได้ แต่อยากให้ใช้กฎหมายปกติแก้ไขดีกว่า" นายเจิมศักดิ์ระบุ. 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.