ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย


เพิ่มเพื่อน    

             ไม่อยากใช้คำว่า "เคยบอกไปแล้ว" ในการเขียนหนังสือ

                แต่วันนี้ "จำเป็น" ขออนุญาตซักครั้ง

                คือหลังจากเหตุ "ผีน้อย" เกิดเป็น "กรณีศึกษา" ขึ้นแล้ว

                ผมเคยเตือนให้เตรียมหามาตรการรองรับ "ผีใหญ่" คือคนไทยในยุโรป-สหรัฐที่จะ "หนีตาย" กลับเข้ามาด้วย

                เพราะจะไม่ใช่ระดับร้อย แต่จะเป็นพันหรือถึงขั้นหมื่น

                แล้วจะรับมือและกักตัวกันยังไง ก็ควรรีบเตรียมการ ขนาดผีน้อยยังสำแดงฤทธิ์ต่อต้านขนาดนั้น

                แล้วระดับผีใหญ่จะขนาดไหน?

                ยิ่งบางกลุ่ม-บางพวก เป็นลูกท่านหลานเธอ ลูกเสี่ย-ลูกเทพ อภิสิทธิ์ชน

                บางคนยืดคอ อยู่นอกไม่ต่างขยะ กลับเมืองไทย เบ่งพองเป็นไฮโซ แต่โลซกทางคิด  ก็จะดัดจริต-ดีดดิ้น แผลงฤทธิ์ให้ปวดหัวกันอีก

                แต่นั่นเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่มีวุฒิภาวะทางคิด จะให้ความร่วมมือกับมาตรการกักตัวเฝ้าดูอาการ ๑๔ วันอยู่แล้ว

                แต่ "คนดี-มีความคิด-มีวินัย" มักไม่เป็นข่าว

                เพราะประเภท "ตะกั่วชุบทอง" ความคิดต่ำ แต่กระแดะว่ารสนิยมสูง ดูถูก-ดูแคลน บ้านเมืองตัวเอง

                มาม่าก็กินไม่ได้.........

                อาหารทางการจัดให้ กินแล้วก็จะอ้วก โพสต์ว่านั่น-ด่านี่ จนประชาคมโซเชียลบอก อยู่ใกล้ๆ อยากเสิร์ฟบั้นท้ายเท้าชุบแป้งทอดประเคนให้ สงสัยจะถูกปาก

                ถนิมสร้อย-ร้อยจริต พวกนี้แหละ จะเป็นข่าวประโคม

                เพราะต้องรสนิยมชาวบ้าน มันขายได้ สื่อทุกแขนง ไม่รีรอสรรเสนอสนอง ตามนิยาม "ข่าวร้ายลงฟรี-ข่าวดีต้องเสียตังค์"!

                นี่แหละ....

                มันจะเป็นขยะภาระรกงานหลักของรัฐบาล ทั้งทอนกำลังกาย-กำลังใจ แพทย์-พยาบาล-บุคลากร ที่เข้ามาทำงานในทุกภาคส่วน

                "ข้างในประเทศ" ตอนนี้ การแพร่ระบาดพอจะคุมได้แล้ว แทนที่จะนั่งถอนหายใจได้บ้าง

                พอคลื่นมนุษย์ "ผีใหญ่" ทะลัก-ทลายเข้ามาเท่านั้น ที่ผ่อนหายใจ ต้องเฮือกๆ อีก

                ทุกคนที่เข้ามา ไม่มีใครบอกหรอกว่าติดเชื้อหรือตัวเขาอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทุกคนจะบอก ไม่ติดเชื้อ แพทย์ (ฝรั่ง) รับรอง ทั้งนั้น

                หลุด "กักตัว" ออกไปคนเดียว ก็ "เสียว" ทั้งหมู่บ้านและจังหวัด และอาจลามทั้งประเทศ!

                นี่ก็เห็นแล้ว มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชน ออกจากสนามบินกลับบ้านได้ อ้างว่า "ไปเก็บตัวที่บ้าน"

                ถ้าทุกคนอ้างอย่างนี้บ้าง แล้วจะทำไง?

                ผมถึงบอก คำสั่ง-มาตรการน่ะ จะออกขนาดไหนก็ได้ แต่แผนรองรับที่เป็นรูปธรรม มีมั้ย เตรียมไว้พร้อมหรือยัง

                และคนรับคำสั่งไปปฏิบัติน่ะ ซักซ้อมพร้อมตามแผน ด้วยคุณภาพขนาดไหน?

                แรกๆ คงเห็นว่า กลับกันมาไม่เท่าไหร่กระมัง จึงไม่จริงจังในแผนรับมือ?

                ก็ตอนปลายกุมภา.-มีนา.ยุโรป-สหรัฐยังลั้ลลา เป็นอินทรีผยองอยู่ ช่วงนั้นโควิดส่วนหน้า หลังจากดินเนอร์ปอดคนจีน/ญี่ปุ่น/เกาหลีแล้ว

                เพิ่งไปถึง....

                ไปจองโต๊ะแพร่ในยุโรป-สหรัฐ เป็นออร์เดิร์ฟ

                พวกฝรั่งยังยักไหล่ ยังเช็กแฮนด์ จูบปาก จมูกไถแก้ม เฮฮาปาร์ตี้กันเหมือนปกติ

                แถมวิพากษ์-วิจารณ์ เย้ยเยาะพวกเอเชียผิวเหลืองว่าซกมกโรคระบาด ไม่เหมือนผิวขาวพวกเขา เจริญล้ำหน้าโควิดศักดินาไม่ถึง

                พูดไปก็เขิน (ปิดปากขำนิด)

                ขนาด WHO "องค์การอนามัยโลก" ยังบอกว่า ไม่ต้องเอาอะไรปิดปาก-ปิดจมูก เราชาวฝรั่ง ไม่ป่วย-ไม่ปิด การปิดผิดหลักอนามัย WHO

                เชิด-เริ่ด-หยิ่ง กันใหญ่

                เห็นคนเอเชียใส่ ก็ไล่ด่า-ไล่กระทืบ ไทยในยุโรป-สหรัฐ ฝรั่งคือพระเจ้าอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นภัย ไม่คิดจะกลับไทย ลั้ลลาตามฝรั่งไปเรื่อยๆ

                ก็ขนาด WHO ยังไม่แคร์แดมน์ แล้วเทวดาฝรั่งจะแคร์ได้อย่างไร?

                ตอนนี้ เทวดาฝรั่ง ถูกงั่งประทับทรง ตายกันจนต่อโลงไม่ทัน สหรัฐนั้น America First ของทรัมป์ ตายเฟิสต์ทะลุเป้าไปแล้ว!

                ขนาด WHO ยังพลาด ให้คำแนะนำผิดๆ จนฝรั่งตกเหวตอนนี้ WHO เกิดดวงตาเห็นธรรมตามเอเชียผิวเหลืองแล้ว

                ออกคำแนะนำใหม่.......

                ให้ฝรั่ง "สวมหน้ากากอนามัย" โควิดจะได้ไม่กินปอด!

                กว่าจะสำนึก เปลี่ยนหัวเราะเยาะคนเอเชียเป็นร้อง Let me cry ของ มารี เอนน์ พอดีโควิด "ชุดใหญ่" ไปถึง เข้ารุมกินโต๊ะจอง

                ดินเนอร์ปอดคนยุโรป-สหรัฐ "เต็มรูปแบบ" คนไทยในยุโรป-สหรัฐที่อิ่งอ้อยต้อยติ่ง จึงเกิดมรณานุสติ

                จากเบะปาก......

                ดูแคลนบ้านตัวเองว่าโควิดระบาด ไม่เอาละ..ไม่กลับ อยู่นี่ปลอดภัยกว่า

                เมื่อเห็นฝรั่งร่วงผล็อย รัฐบาลทำอะไรไม่ถูก ปล่อยตายต่อหน้า-ต่อตา สุมกันเป็นกองแอปเปิลเน่า

                ผวาล่ะซี....

                พุทธังเมืองไทย ธัมมังเมืองไทย สังฆังเมืองไทย ที่ไหนจะปลอดภัยเท่าเมืองไทยบ้านเกิดเมืองนอน (ที่ฉันดูแคลน) ไม่มีอีกแล้ว!

                พ่อ-แม่ ญาติพี่น้องทางนี้ เห็นข่าวฝรั่งเป็นใบไม้ร่วง ลูกใคร-หลานใคร ก็เร่งให้กลับเถอะ กลับด่วนจี๋

                นี่...มันเป็นทำนองนี้

                ที่ไม่ทยอยกลับกันแต่แรก ส่วนหนึ่ง "ติดเรียน" แต่อีกหลายส่วน โดยเฉพาะในสหรัฐไม่ใช่ คนเคยไปอยู่ย่อมรู้ดี

                ก็สิทธิมนุษยชนของเขา ไม่เอา...เราไม่ก้าวก่าย

                เดี๋ยว "แซง-ฌุสต์" เมืองไทยเค้าโกรธ!

                ตอนนี้ จึงเหมือน "ป่าช้าแตก" ทุกคนบ่ายหน้าหนีโควิดยังบ้าน-ยังเมือง

                ตอนมีข่าวไทยติดโควิดต่อจากจีน คิกคัก..คิกคัก ว่าเละแน่ แต่ ๒ เดือนกว่า ที่อื่น ยอดป่วยเป็นแสน ยอดศพเป็นพัน-เป็นหมื่น

                แต่ไทย ตายแค่ ๒๓ (ส่วนมากด้วยโรคประจำตัว) ป่วยสะสมแค่ ๒ พันกว่า รักษาหายตั้ง ๖๐ กว่า

                เอ๊ะ ทำไง ไทยปกปิดตัวเลขมั้ง?     

                ว่าเข้านั่น...........

                ไทยไม่มีอะไรดีเลยซักอย่างในสายตาคนไทยบางจำพวก แต่สายตาคนทั้งโลกมีแต่อิจฉา

                และทึ่งฝีมือ "แพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์" ของไทย

                และรัฐบาล "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ที่มีแต่หมาเท่านั้นเห่า ส่วนคนมีแต่ชื่นชม รับมือสงครามล้างโลกได้ขนาดนี้ พี่เบิ้มทั้งหลายยังต้องส่ายเศียร!

                มีข่าวดีจะบอก......

                ในความมืดมนคนทั้งโลก ด้วยยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-๑๙ ได้

                ไทยเรา ตอนนี้พบแสงสว่างในทางบรรเทารักษาคนป่วยโควิดแล้ว

                ปรบมือให้ "สภากาชาดไทย" ของเราซีครับ!

                เมื่อวาน (๕ เม.ย.) รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า

                ในขณะที่ "การผลิตวัคซีน" ยังอยู่ในกระบวนการพัฒนาและวิจัยเร่งด่วน แต่ยังมีวิธีรักษาผู้ป่วยโควิด ที่สามารถทำได้ทันทีอีกวิธีหนึ่ง คือ

                "การนำพลาสมาจากผู้ป่วย COVID-19 ที่หายแล้ว นำไปใช้รักษาผู้ป่วยอาการรุนแรงได้"

                ดังนั้น........

                "ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย"

                ซึ่งทำหน้าที่รับบริจาคพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ อยู่แล้ว

                จึงขอรับบริจาคพลาสมาจากผู้ป่วยโรค COVID-19

                ที่ "หายป่วย" ดีแล้ว

                เพื่อนำไปช่วยรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 ต่อไป"

                น่าตื่นเต้นมากนะครับ.......

                พลาสมา คืออะไร?

                พลาสมา คือ "ส่วนประกอบของเลือด มีลักษณะเป็นของเหลวค่อนข้างใส สีเหลืองอ่อน"

                "ลุงยง" ของคนทั้งประเทศ

                "ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ" หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่ปรึกษาศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย บอกว่า

                ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากผู้ป่วย เสมือนเป็นเซรุ่มใช้รักษาได้ ทางหนึ่งที่ให้ผลรักษา "ดีที่สุดขณะนี้" คือ

                การใช้พลาสมาผู้ป่วยที่หายแล้ว รักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โดยภูมิต้านทานโควิดที่ร่างกายสร้างขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นสูง "หลังสัปดาห์ที่ ๒ ถึงสัปดาห์ที่ ๔"

                 จะช่วยยับยั้งไวรัสโควิดไม่ให้เข้าไปทำลายเซลล์ปอดจนทำให้ปอดอักเสบรุนแรง และแพร่กระจายสร้างความเสียหายไปทั่วร่างกาย ช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น

                จากผลศึกษาการใช้พลาสมารักษาที่เซี่ยงไฮ้และอู่ฮั่น มีรายงานผลชัดเจนว่า

                พลาสมาผู้ป่วยที่หายดีแล้ว ใช้รักษาผู้ป่วยให้ผลรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย

                องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US-FDA)

                อนุญาตให้ใช้พลาสมาผู้ป่วยโควิดที่หายแล้วมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อในสถานการณ์ฉุกเฉินขณะนี้

                ครับ....ตื่นเต้น-ดีใจ

                พลาสมานี้ จะต้องมาจากผู้ป่วยที่ติดเชื้อและหายแล้วที่จะสร้างขึ้นมาเองได้เท่านั้น

                ท่านที่หายป่วยดีแล้วโปรดทราบ เลือดของท่านขณะนี้ เป็นเลือด "ชุบชีวิต" มนุษยชาติ

                ขอท่านที่หายป่วยแล้ว ช่วยมนุษยชาติด้วยการบริจาคพลาสมาด้วยเถอะ

                ติดต่อได้ที่ "ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ"

                โทร.0-2263-9600-99 ครับ!. 


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"