อาเซียนตื่นรับมือ ถกสำรองอาหาร ตุนไว้เลี้ยงปชช.


เพิ่มเพื่อน    


    อาเซียนถกหาแนวทางรับมือผลกระทบจากโควิด-19    อธิบดีกรมเจรจาการค้าฯ เผยหลายประเทศสนใจร่วมด้วย โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เล็งคุยสำรองอาหารอาเซียน ตุนไว้เลี้ยงประชากร คาดได้ข้อสรุปเร็วๆ ขณะที่องค์กรระหว่างประเทศออกโรงเตือนผู้ส่งออกอาหาร อย่าห้ามส่งออก  หวั่นเกิดภาวะขาดแคลนช่วงโควิดระบาด
    นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้อาเซียนได้ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในการหาความร่วมมือที่จะดำเนินการร่วมกันเพื่อรองรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง รวมถึงสังคมและวัฒนธรรม โดยมีกระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งประเทศคู่เจรจาของอาเซียนหลายประเทศสนใจที่จะร่วมหารือด้วย ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะออกเป็นแถลงการณ์ร่วมต่อไป
    ทั้งนี้ ในด้านเศรษฐกิจ อาเซียนได้หารือถึงความพยายามที่จะลดผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก ซึ่งจากการประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (อย่างไม่เป็นทางการ) เมื่อต้นเดือน มี.ค.2563 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการบรรเทาและลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เช่น อาเซียนยังคงเปิดกว้างสำหรับการค้าและการลงทุน ไม่ดำเนินการใดๆ ที่จะทำให้เกิดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ หรือผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารในภูมิภาค ไม่ใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่จะทำให้การค้าสินค้าและบริการไม่คล่องตัว เป็นต้น    
    “การหารือของอาเซียนยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ในด้านเศรษฐกิจ อาจมีแนวทางเพิ่มเติมที่อาเซียนได้คุยกันบ้างถึงความมั่นคงด้านอาหาร หรือการสำรองอาหารสำหรับเลี้ยงประชากรอาเซียน เช่น ข้าว สินค้าเกษตรอื่นๆ เพราะในอาเซียนหลายประเทศ ไม่ได้ปลูกข้าวกินเอง และยังคุยกันถึงการจัดตั้งกองทุนร่วมกันเพื่อรองรับผลกระทบของสมาชิก คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดในเร็วๆ นี้ จากนั้นก็จะออกเป็นแถลงการณ์ร่วมกัน” นางอรมนกล่าว
    สำหรับความมั่นคงด้านอาหาร ขณะนี้หลายประเทศ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ ทั้งองค์การการค้าโลก (WTO),  องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) มีความกังวลมากว่าในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสำคัญของโลก จะมีมาตรการห้ามการส่งออก และเรียกร้องให้ผู้ส่งออกไม่ออกมาตรการทางการค้าที่จะกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหาร หรือทำให้ห่วงโซ่การผลิตอาหารได้รับผลกระทบ จนทำให้อาหารขาดแคลน ในขณะที่หลายประเทศที่ไม่ใช่ผู้ผลิตอาหารและต้องนำเข้า อย่างสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ รวมถึงประเทศในหมู่เกาะต่างๆ ออกถ้อยแถลงร่วมกันในการอำนวยความสะดวกให้สินค้าสามารถไหลเข้าออกได้อย่างคล่องตัวในช่วงการระบาด ภายหลังจากที่หลายประเทศเริ่มจำกัด หรือห้ามการส่งออกสินค้าจำเป็นแล้ว
    “ตอนนี้หลายประเทศกังวลเรื่องนี้มากว่าอาหารจะขาดแคลน ประเทศผู้ส่งออกจะห้ามส่งออก แต่ยืนยันว่าตามกฎ WTO ผู้ส่งออกสามารถห้ามการส่งออกสินค้าจำเป็นได้ชั่วคราว ถ้ามีแนวโน้มขาดแคลนในประเทศ อย่างไทยห้ามส่งออกไข่ไก่ชั่วคราว และห้ามส่งออกหน้ากากอนามัย เว้นแต่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้แจ้งต่อ WTO แล้ว สมาชิกอีกหลายประเทศ ก็ห้ามส่งออกสินค้าที่จำเป็นเช่นกัน และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกประเทศใดต่อว่าไทยที่ห้ามส่งออกไข่ไก่และหน้ากากอนามัย เพราะแต่ละประเทศน่าจะเข้าใจสถานการณ์ดี"
    ส่วนกรณีที่หลายประเทศใช้มาตรการปิดประเทศ (ล็อกดาวน์) เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการแพร่ระบาด อยากจะให้แต่ละประเทศเปิดทางให้กับการนำเข้าและส่งออกสินค้าด้วย เพื่อไม่ให้ห่วงโซ่การผลิตสินค้า โดยเฉพาะอาหารได้รับผลกระทบจนเกิดภาวะขาดแคลนตามที่หลายประเทศกังวล.


เฮ้อ..... ปลงสังขารตัวเองน่ะครับ! เห็น "เด็กส้ม" ในเข่งธนาธรกับ "เด็กแดง" ในเข่งทักษิณ หลอมเป็น "ม็อบล้มเจ้า" เกิดผลิตภัณฑ์ "รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว"

ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'
'เผาหลอก-เผาจริง' ร่าง รธน.