“UV-C ”สยบโควิด-19 บนหน้ากาก N95 “ ใช้ซ้ำได้


เพิ่มเพื่อน    

     

หน้ากากN95 ฆ่าเชื้อโควิด-19 โดยรังสี UV-C

              ยอดผู้ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVIC-19)ในไทยทะลุ 2พันรายไปแล้ว และคาดว่าจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  อีกทั้ง ยังไม่สามารถประมาณการได้ว่า  สถานการณ์การระบาด จะหยุดลงเมื่อไหร่   ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการขาดแคลนเวชภณฑ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ทั้ง หน้ากาก N95 และ Surgical Mask  ที่จะช่วยให้บุคคลากรทางการแพทย์ ที่ต้องดูแลผู้ป่วย ปลอดภัยในขณะปฎิบัติหน้าที่    เกิดขาดแคลนหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน  และแม้ว่าจะมีงบประมาณจัดซื้อ แต่ก็ไม่สามารถจัดหาเวชภัณฑ์ทางการแพทย์เหล่านี้ให้เพียงพอกับความต้องการได้ เพราะหน้ากากอนามัยต่างๆ กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆทั่วโลก  


                ในสภาวะปกติ หน้ากากอนามัยต้องใช้ครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง  เพราะถือว่ามีการปนเปื้อนไปแล้ว   แต่ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดลุกลามในขณะนี้ ทำให้เกิดแนวความคิดว่า ต้องหาวิธี นำหน้ากากอนามัย N95 ที่ถือว่าเป็นหน้ากากที่ป้องกันเชื้อโควิด -19 ที่มาจากการไอ จาม มีละลองฟุ้งกระจายมีประสิทธิภาพมากที่สุด นำกลับมาใช้ใหม่  ซึ่งเป็นที่มา นำมาสู่ความร่วมมือของหลายองค์กร   อาทิ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  และภาควิชาอายุรศาสตร์ ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี ฯลฯ คิดค้นและวิจัยหาวิธีฆ่าเชื้อโควิด -19 บนหน้ากากอนามัยอย่างมีประสิทธิภาพ และนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรค

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค


            ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  กล่าวว่า หลังเกิดโรคระบาดโควิด-19 หน้ากากอนามัยเริ่มขาดแคลน  ทีมวิจัยได้ศึกษาพบว่า การฆ่าเชื้อด้วยการฉายรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV-C เพื่อนำหน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 กลับมาใช้ซ้ำ ตอนแรกทีมวิจัยเสนอวิธีทำลายเชื้อโรคด้วยการอบความร้อน แต่การใช้ความร้อนที่สูงเกินไปอาจทำลายเส้นใยหรือพื้นผิวของหน้ากากอนามัยเสียหาย รวมถึงวิธีนี้ เป็นวิธีฆ่าเชื้อแบบเปียก ทำให้เกิดความชื้น ทางแพทย์กังวลหน้ากากใช้ซ้ำเสี่ยงมีเชื้อรา ทีมวิจัยพิจารณาวิธีต่อมา เป็นการฉายรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV-C  คนไทยเรียกว่า รังสียูวีซี เป็นพลังงานแสงแม่เหล็ก จากการทดสอบพบว่าทำลายเชื้อไวรัสโคโรนาได้ผล

             ดร.อนันต์ กล่าวว่า เรามีไวรัสโคโรน่าจากหมูในหลอดทดลอง  ซึ่งไทยเป็นรายแรกของโลกที่สร้างไวรัสโคโรนาในหลอดทดลองสำเร็จเมื่อ 8 ปีก่อน และมีตู้ปลอดเชื้อด้วยแสงยูวี นำมาสู่การทดสอบ โดยตัดหน้ากากอนามัยออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม  วางในจานเพาะเชื้อ จากนั้นนำเชื้อไวรัสโคโรนาในหมู มาเป็นต้นแบบ ใช้อนุมานได้ว่า เป็นเชื้อโควิดรุนแรงติดต่อจากคนสู่คน เพราะไวรัสชนิดนี้วิธีเข้าสู่เซลล์ และการเพิ่มเซลล์เหมือนกัน   มาผสมกับสารอาหารเลี้ยงเซลล์ ฉีดพ่นลงหน้ากากอนามัยที่อยู่ในจานเพาะเชื้อ  แบ่งเป็นหน้ากากด้านนอก (สีเขียว) และหน้ากากด้านใน (สีขาว) แล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีในตู้ปลอดเชื้อประมาณ 30 นาที เมื่อเสร็จแล้วนำมาผสมกับสารอาหารเลี้ยงเซลล์อีกครั้ง ทิ้งไว้ เพื่อให้ไวรัสที่เหลืออยู่ออกมาจากพื้นผิวหน้ากากอนามัย ก่อนนำไปใส่เซลล์ใหม่  เมื่อส่องกล้องดูได้ผลสรุปว่า ไม่มีเซลล์สีแดง ซึ่งหมายถึงไม่พบเชื้อไวรัสโคโนนาเหลืออยู่ จึงเสนอผลทดสอบให้ รพ.รามาธิบดี นำไปใช้ฆ่าโควิดบนหน้ากาก ขณะนี้นำไปสู่การปฏิบัติแล้ว



            “ หมอบอกที่ขาดแคลนหนักมาก คือ หน้ากาก N95 ซึ่งมีลักษณะต่างจากหน้ากากอนามัย นำมาสู่การทดสอบตัดหน้ากาก N95 ออกเป็นชิ้น นำด้านนอกของหน้ากาก ฉีดพ่นเชื้อไวรัสโคโรนาหมูต้นแบบ นำมาทำลายเชื้อโรคด้วยการอบความร้อนอุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส นาน 50 นาที พบว่า ไวรัสยังเพาะเชื้อโรคได้ ขณะที่วิธีการทำลายด้วยรังสียูวีซี หลังฉายแสง 20 นาที เชื้อไวรัสตายหมด   ความเข้มข้นเฉลี่ยของแสงยูวีทางการแพทย์อยู่ที่ 100  ไมโครวัตต์ต่อตารางเซนติเมตร  ทั้งนี้ หากความเข้มข้นของแสงยูวีอ่อนไปสามารถเพิ่มเวลาในการฆ่าเชื้อให้นานขึ้นกว่า 30 นาที  เพื่อทำให้รังสีเจอเชื้อได้นานยิ่งขึ้น  การนำหน้ากาก N95 ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีมาใช้ใหม่ปลอดภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์นอกจากผลวิจัยของทีมเรา ล่าสุดมีผลทดสอบรายงานจากสหรัฐ ฆ่าเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีเดียวกันใช้ตู้ปลอดเชื้อด้วยแสงยูวีทำลายเชื้อโควิดบนชุดป้องกันการติดเชื้อ หรือ PPE ชัดเจนว่า หลังฉายแสง 15-20 นาที กำจัดเชื้อไวรัสได้ผล นำชุดกลับมาใช้ใหม่ได้  “ ดร.อนันต์ ยืนยัน  

ภาพห้องปฏิบัติการ การทดสอบของทีมวิจัย


           ผอ.กลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ไบโอเทค กล่าวว่า ตู้ปลอดเชื้อด้วยแสงยูวีโรงพยาบาลส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด สามารถนำมาปรับใช้เพื่อฆ่าเชื้อโควิดบนหน้ากาก จากการทดลองใช้หนึ่งตู้สามารถใส่หน้ากาก N95 ได้จำนวน 30-40 ชิ้น ใช้เวลาฉายแสง 20 นาที ตู้ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง วิธีนี้จะแก้ปัญหาขาดแคลนหน้ากากของบุคลากรทางการแพทย์ได้ สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลหรือไม่มีตู้ปลอดเชื้อดังกล่าวสามารถปรับใช้ตู้อบแห้งฆ่าเชื้อด้วยยูวีสำหรับของใช้เด็กแทนได้

           “ ส่วนคำถามว่า หน้ากาก N95 ใช้ซ้ำได้กี่ครั้ง ขึ้นกับลักษณะการใช้งานของแพทย์และพยาบาล หากเป็นบุคคลากรสัมผัสผู้ป่วยโดยตรงหรือต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อช่วยผู้ป่วย  โอกาสที่เชื้อไวรัสจะอยู่ในส่วนที่เป็นรอยพับของหน้ากากก็มีได้ จำนวนการใช้ซ้ำจะน้อยกว่า  แต่ถ้าเป็นพยาบาลจุดคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อฆ่าเชื้อแล้ว สามารถใช้ซ้ำได้หนึ่งสัปดาห์ เพราะเป็นของใช้ส่วนตัว  หากทุกโรงพยาบาลนำวิธีนี้ไปใช้ ลดปัญหาหน้ากากขาดแคลน หากไม่ใช่ภาวะเร่งด่วน หมอคงไม่ใช้ซ้ำ “

          ส่วนการต่อยอดผลทดสอบแสงยูวีฆ่าเชื้อโรคร้ายนี้ ดร.อนันต์ กล่าวว่า งานทดลองในห้องปฏิบัติการไปสู่โรงพยาบาลที่ร่วมวิจัยแล้ว  แต่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต้องยกระดับสู่นโยบายของประเทศ มีข้อเสนอให้ภาครัฐหรือเอกชนผลิตเครื่องอบแห้งฆ่าเชื้อยูวีสำหรับหน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 อย่างเป็นรูปธรรม เพราะตู้ปลอดเชื้อในโรงพยาบาลมีหน้าที่แยกเชื้อ ไม่ใช่เอาไว้อบชุด PPE หรือหน้ากาก ขณะนี้ สวทช. และรพ.รามาธิบดี สร้างตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิดด้วยแสงยูวีเป็นต้นแบบแล้ว ต้องนำมาใช้จริงและเร่งขยายการผลิตจะบรรเทาสถานการณ์ขาดแคลนได้ เมื่อผ่านวิกฤตโควิดแล้วยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อ เช่น เครื่องมือแพทย์ผ่าตัด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยการใช้อุปกรณ์ยิ่งขึ้น  

       ในช่วงนี้ที่มีการจำหน่ายอุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสียูวีซีขนาดพกกา ขายในท้องตลาดและผ่านช่องทางออนไลน์ราคาขายมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท ดร.อนันต์ กล่าวว่า ผู้บริโภคต้องระมัดระวังและอ่านคู่มือการใช้งานอุปกรณ์อย่างละเอียด หลายบริษัทที่วางจำหน่ายมีการทดสอบประสิทธิภาพการฆ่าไวรัสโคโรนาหน้าหรือไม่ หรือเป็นรังสียูวีซีจริงมั๊ย ทั้งนี้ การใช้อุปกรณ์ฉายรังสียูวีซี ต้องระมัดระวัง หากสัมผัสโดนผิวหนังจะทำให้ผิวหนังเกิดการไหม้ ทำลายดีเอ็นเอ   ทั้งยังก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังด้วย ควรเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงหรือมองผ่านตา อาจก่อให้เกิดต้อกระจกตามมา

     ในฐานะนักไวรัสวิทยาที่ศึกษาไวรัสโคโรนามานาน กล่าวว่า ไวรัสโคโรนา 2019  เป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์โลก มีการแพร่ระบาดจากคนสู่คนอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาไวรัสโคโรนามีการเตือนจะกระโดดจากค้างคาวสู่คน    แต่ที่ระบาดมายังไทยมีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ทั้งไข้หวัดสเปน  ไข้หวัดใหญ่ 2009  ที่เรารับมือได้ ส่วนโรคเมอร์สก็มาจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่  แต่การติดต่อจากคนสู่คนยังไม่ดี จนมาถึงโควิดทุกคนตระหนกตกใจ เพราะแพร่จากคนสู่คนเร็ว ทุกคนเตรียมตัวไม่ทัน ขณะที่การศึกษาไวรัสโคโรนาในประเทศไทยก็มีนักไวรัสวิทยาไม่ถึง 10 คน ทำงานอยู่ เพราะคนมองว่าไม่มีความเสี่ยง หากโควิดจบไปแล้ว อนาคตข้างหน้าจะเกิดซ้ำอีกมั้ย ปัจจุบันยังไม่รู้ว่า เกิดจากพาหะใด พันธุกรรมก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ จะสามารถก้าวกระโดดเป็นโควิด -19 เวอร์ชั่น 2 ที่ร้ายแรงกว่าเดิมถ้าเกิดซ้ำ หรือการระบาดครั้งนี้แค่เผาหลอก เพราะโรคมันเกิดขึ้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไบโอเทคได้รับงบประมาณจัดสร้างห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 เป็นห้องปฏิบัติการที่ใช้ทดสอบกับเชื้อโรคที่แพร่กระจายได้ในอากาศ ต้องใช้เวลาก่อสร้างอย่างน้อย 18 เดือน

        “ ประเทศไทยยังโชคดีที่โรคระบาดร้ายแรงเกิดในต่างประเทศ ก่อนจะเข้ามาถึงไทย จีนสามารถสยบโรคโควิด-19 ได้ด้วยศักยภาพและการทำงานอย่างรวดเร็ว เรานำข้อมูลและบทเรียนของจีนมาใช้ ทำให้ทำงานควบคุมการแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น  แต่ในภาวะฉุกเฉินนี้นักวิจัยไทยยังไม่ได้รับอนุญาตให้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคโควิด เราแตะต้องไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ได้  ทั้งที่มีศักยภาพไม่แพ้ต่างประเทศ ประชาชนคาดหวังนักวิจัยไทยร่วมฝ่าวิกฤต แต่หากเราเดินหน้าทดสอบจะฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ และกฎหมายอีกหลายตัว อยากให้รัฐบาลปลดล็อคด้านกฎหมายเพื่อสนับสนุนการทำงานวิจัยให้เต็มที่และก้าวกระโดด ช่วยให้คนไทยเสียชีวิตน้อยลงได้   สหรัฐ จีน เริ่มทดสอบวัคซีนต้านโควิดในคนแล้ว เราจะรอวัคซีนจากประเทศเหล่านี้ที่มีตัวเลขคนป่วยและคนเสียชีวิตหลักแสน ซึ่งก็ต้องใช้รักษาคนในประเทศให้รอดปลอดภัย ประเทศไทยจะเข้าถึงวัคซีนเพียงใด  “ ดร.อนันต์ กล่าวในท้าย

 



 


ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นะ ใส่หรือไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย....มันเรื่องของผู้ใหญ่เฮงซวยปั่นหัวเด็กต่างหาก มีคนบอกว่าอย่าไปห้ามเลย เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'