คมนาคมปรับแผนสั่งขนส่งสาธารณะเพิ่มจำนวนรถให้บริการก่อนเวลาเคอร์ฟิว 22.00 น.


เพิ่มเพื่อน    

7 เม.ย.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะเช่นองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.),การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม)และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ต ลิงค์)ให้ เพิ่ม จำนวน พาหนะ ที่ ให้ บริการ ประชาชน ใน ช่วง ก่อน เคอร์ฟิว 22.00น.และ ก่อน เริ่มวันใหม่  เวลา 04.00 น.
   
ทั้งนี้ให้ เริ่ม ดำเนินการ ตั้งแต่ วันที่ 7 เมษายน 2563 เป็น ต้นไป ขณะเดียวกันผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะจะต้องปฎิบัติ ตาม หลักเว้นระยะห่างทางสังคม(social  distancing )โดยเคร่งครัด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ได้มีผู้โพสต์ภาพผู้โดยสารที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะยืนติดกันในระหว่างใช้บริการรถสาธารณะโดยไม่ได้ปฎิบัติตามมาตรการเว้นระยะทางสังคม หรือ Social Distancing เพื่อป้องกันการระบาดของ COVID-19 ตามที่กระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวนี้ นายศักดิ์สยาม รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเจ้าท่า ขสมก. กรมการขนส่งทางบกไปดำเนินการแล้ว ซึ่งในจุดที่มีปัญหาคือเรื่องกายภาพ ที่ต้องมีคู่มือการปฎิบัติ โดยจะต้องกำหนดจำนวนคนที่ใช้บริการ เช่น ภายในรถหรือเรือ นั่งได้กี่คน ยืนได้กี่คน ถ้าครบแล้วจะขึ้นไม่ได้ พร้อมสั่งการให้ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามแม้ช่วงที่มีปัญหาการใช้บริการที่หนาแน่นอยู่ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ก็ขอให้ประชาชนพิจารณาและตัดสินใจในการใช้บริการ เพราะหากติดเชื้อก็ไม่คุ้ม

ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า รฟม.จะมีการหารือ กับ BEM ทันที เพื่อเพิ่มความขี่ของขบวนรถที่เข้าสถานีในช่วงเช้าที่เปิดให้บริการ  และช่วงก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิวของภาครัฐ  (22.00น.-04.00 น.)  ยังไงในส่วนนี้ยอมรับว่าต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า รถขบวนสุดท้ายที่จะออกจากสถานีคือเวลา 21.30 น .ดังนั้นผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับเคหสถานก็ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางด้วย

ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วงที่ รฟม. มีการจัดเดินรถแต่ละกระบวนโดยในตู้โดยสารทุกตู้มีการจัดทำระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ในส่วนนี้ทำให้รถแต่ละขบวนซึ่งปกติจะรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1,000 คน  แต่ปัจจุบันจะรับผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คน เท่านั้น

ด้านนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า  ในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์  จะดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมโดยรถความถี่ของรถที่เข้าสถานีในช่วงเปิดให้บริการและก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิว โดยจะปรับลดระยะห่างของรถจากเข้าสถานีทุก 10 นาทีเป็น 8 นาที 

ทั้งนี้ในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ยอมรับว่า สำหรับการจัดให้ขบวนรถให้บริการตามแนวทางระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing  ทำให้รถแต่ละกระบวนลดจำนวนผู้โดยสารที่สามารถเดินทางได้จากกระบวนละ 745 คนเหลือ 130 คน 

นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือขสมก .ระบุว่าสำหรับการเดินรถเพื่อแก้ปัญหาความต้องการใช้ในช่วงเช้าและช่วงก่อนปิดให้บริการระหว่างประกาศสถานการณ์เคอร์ฟิวนั้น 

ในช่วงเช้าจะมีการปรับให้รถเมล์โดยสาร ซึ่งปกติจะให้บริการคันแรกในเวลา 5:00 น แต่หลังจากนี้จะพยายามให้รถที่มีความพร้อมออกเดินรถให้ได้ก่อนเวลา 5:00 น และปรับให้ความถี่ของการออกรถเป็นความถี่เดียวกันกับชั่วโมงเร่งด่วนคือมีรถออกจากอู่ในระยะห่างไม่เกิน 5-7 นาที

ส่วนช่วงก่อนปิดให้บริการนั้น ตัวในช่วงเคอร์ฟิวขสมก. จะออกรถคันสุดท้ายในเวลา 20:00 น และมีการขึ้นป้ายประกาศว่ารถคันใดจะเป็นรถก่อนครั้งสุดท้ายและรถคันใดเป็นครั้งสุดท้าย โดยขสมก ก็จะมีการเพิ่มความถี่ในการเดินรถที่ออกจากอู่ปลายทาง เป็น 5 ถึง10 นาที เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในขณะนี้มีปัญหาการเดินรถในกทม. เนื่องจากรถร่วมบริการซึ่งปกติจะมี 70-80 สาย เมื่อประสบปัญหาผู้โดยสารน้อยลง ไม่คุ้มต่อต้นทุนการเดินรถ ก็มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่หยุดให้บริการไปในช่วงนี้  ซึ่งรถร่วมบริการเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปสังกัดขึ้นตรงต่อกรมการขนส่งทางบกแล้ว 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และอยู่ในช่วงประกาศเคอร์ฟิวนั้น มีผู้ใช้บริการรถเมล์โดยสารจำนวนมาก ได้ร้องเรียนมาที่ ขสมก. เนื่องจากการจัดระยะห่างทางสังคม Social Distancing ทำให้รถแต่ละคัน รับผู้โดยสารได้น้อย เกิดการกระจุกตัวในการใช้บริการทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่งผลให้ประชาชนที่ยังจำเป็นต้องเดินทางต้องรอรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่าสำหรับปัญหาที่รถเมล์โดยสารในกรุงเทพฯปริมณฑลไม่เพียงพอ เนื่องจากในเส้นทางที่เป็นเส้นทางเดินรถของรถร่วมบริการวิ่งอยู่ แต่ในช่วงที่มีการประกาศเคอร์ฟิว และป้องกันการระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้มีผู้โดยสารน้อยลง รวมทั้งมาตรการ เว้นระยะห่างทางสังคม social distancing ทำให้รถแต่ละคันรับผู้โดยสารได้น้อยไม่คุ้มต่อต้นทุนการเดินรถนั้น

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบก จะประสาน ขสมก. เพื่อหารือ กับผู้ประกอบการรถร่วมบริการ เพื่อขอให้อย่างน้อยผู้ประกอบการรถร่วมบริการกลับมาเดินรถในช่วงเย็น ก่อนเวลาเคอร์ฟิว และเปิดเดินรถเช้าหลังเคอร์ฟิวส์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รถไม่เพียงพอแก่ประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทาง


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'