อัยการยื่นฟ้อง'เหงี่ยม' แกนนำนปช. คดีบุกรัฐสภาปี 2553 ช่วงเผาบ้านเผาเมือง


เพิ่มเพื่อน    

7 เม.ย.63- ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ  1 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลยต่อศาล ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง, ทำให้เสียทรัพย์ฯ หลังจากถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมได้เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีนำผู้ชุมนุม นปช. บุกรุกอาคารรัฐสภาเมื่อปี 2553 ในช่วงการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คำฟ้องอัยการโจทก์ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 มีการประชุมคณะรัฐมนตรีที่อาคารรัฐสภา 3 และมีการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อาคารรัฐสภา 1 โดยระหว่างเวลา 11.00 น.-13.30 น. จำเลยกับพวกแกนนำ นปช.อีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้นำกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดงหลายพันคน ไปชุมนุมที่บริเวณหน้าที่ทำการรัฐสภา ถ.อู่ทองใน แขวง-เขตดุสิต กทม. และได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน โดยมีผู้ชุมนุมหลายร้อยคนทำลายประตูรั้วของรัฐสภาเพื่อเข้าไปปิดและขัดขวางการประชุมรัฐสภา จนคานเหล็กที่ใช้ปิดล็อคประตูงอชำรุด และโซ่คล้องกุญแจประตูขาด ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย 6,000 บาท 

ขณะเดียวกัน ส.ต.ต.ไชยวัศ อรรคคำ กับพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ที่เข้าขัดขวางโดยตั้งแถวหน้ากระดานป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปภายในที่ทำการรัฐสภา ก็ถูกจำเลยกับพวกใช้กำลังประทุษร้ายทุบตี ผลักทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เป็นอันตรายแก่กาย อีกทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ขณะเกิดเหตุ) และรัฐมนตรีอีกหลายคน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมาก ต้องติดอยู่ภายในอาคาร ไม่สามารถหลบหนีออกจากอาคารรัฐสภาได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมทุบตีรถยนต์และพยายามทำร้ายร่างกาย ขัดขวางไม่ยอมให้ออกจากอาคารรัฐสภา เป็นการล่วงละเมิดต่อกฎหมาย มิได้เป็นการใช้สิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เป็นการร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

นอกจากนี้ จำเลยกับพวกผู้ชุมนุมประมาณ 50 คน ได้ร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยวกักขัง พลทหารชโลธร กิมสอ สังกัดกองพันทหารสารวัตรที่ 11 ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยเข้าจับตัว ล็อคคอ เตะ กระทืบ จับศีรษะ กดแนบลงไปกับพื้น ทั้งยังกระชากแย่งเอาปืนพกขนาด 11 ม.ม. และปืนเล็กยาว M 16 ไปจากพลทหารชโลธร ที่อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยทำให้พลทหารชโลธรได้รับบาดเจ็บบริเวณโหนกแก้มขวา ศีรษะด้านซ้าย ต้นแขนขวา ข้อเท้าซ้าย ต้นคอข้างขวาเคล็ด ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย 

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีไว้ ขณะที่จำเลยได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาที่ จ.1551/2562  ลงวันที่ 17 ส.ค. 2562 ติดตามจับกุมจำเลยได้เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2563 บริเวณหน้าบ้านพักใน ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร  เหตุเกิดบริเวณเขตดุสิต กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย

หลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.877/2563 ศาลสอบคำให้การจำเลยโดยอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเข้าใจแล้วสอบถามว่า จะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ พ.ต.ต.เสงี่ยม จำเลย แถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 9.00 น.

ต่อมาญาติของ พ.ต.ต.เสงี่ยม ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ พ.ต.ต.เสงี่ยม ประกันตัวไป ตีราคาประกัน 1 แสนบาท  โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'