หนุนค้าออนไลน์ฝ่าโควิด


เพิ่มเพื่อน    

    ยังประสบปัญหากันอย่างต่อเนื่องกับการแพร่ระบาดของไว้รัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แม้ประเทศไทยเองถึงจะมียอดผู้ติดเชื้อไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ รวมถึงระบบสาธารณสุขของไทยก็มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรักษาคนป่วยให้กลับมาหายได้ในเร็ววัน แต่อย่างไรก็ตาม การกักกันเชื้อไวรัสก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่ จึงทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการขั้นเด็ดขาด คือการใช้พระราชกำหนดฉุกเฉิน และการประกาศเคอร์ฟิว เพื่อเป็นข้อบังคับให้คนส่วนใหญ่อยู่บ้าน ไม่เป็นการแพร่กระจายของเชื้อ
    ทั้งนี้ ด้วยการใช้มาตรการที่เข้มงวด จึงส่งผลให้หลายกลุ่มในประเทศได้รับผลกระทบโดยตรง แม้ว่ากระจกไร้เงาครั้งก่อนๆ อาจจะเคยเสนอถึงโอกาสทองของกลุ่มธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ทันในช่วงนี้ และพัฒนาตัวเองจนสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าในประเทศไทยยังมีอีกหลายด้านหลายกลุ่มธุรกิจที่ไม่สามารถหาโอกาสจากผลกระทบนี้ได้เลย
    แต่ขณะเดียวกันไม่ใช่ว่าจะต้องอยู่เฉยๆ เพื่อรอวันธุรกิจล้มลงเพียงอย่างเดียว เพราะในช่วงวิกฤติแบบนี้เองก็มีหลายหน่วยงานยื่นมือเข้ามาช่วย รวมถึงมาตรการต่างๆ ที่เยียวยาผู้ประกอบการในประเทศไทย เช่นเดียวกับกิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ดีไอทีพี) ที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชิงรุกผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งการให้คำแนะนำเรื่องการส่งออก การหาช่องทางจำหน่ายให้กับสินค้าไทย และการจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยด้านการส่งออก ตลอดจนให้คำแนะนำด้านการขยายตลาดส่งออกในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องของการเดินทางและการจัดกิจกรรมต่างๆ
    โดยดีไอทีพีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรม ร่วมมือกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในประเทศ (สคต.) หรือทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ  จำนวน 58 แห่งทั่วโลก จัดกิจกรรมดังกล่าว โดยการให้คำแนะนำเรื่องการส่งออกเบื้องต้นที่กำหนดไว้ในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.2563 จะเป็นการให้คำแนะนำเกี่ยวกับโอกาสทางการค้า การดำเนินธุรกิจในตลาดเมียนมา ตลาดอินเดีย ตลาดตะวันออกกลาง และตลาดแอฟริกา ในกลุ่มสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง และวัสดุก่อสร้าง โดยทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ที่กรุงย่างกุ้ง เมืองมุมไบ เมืองดูไบ และกรุงไคโร
    ส่วนการจัดการหาช่องทางจำหน่ายให้กับสินค้าไทย จะแบ่งเป็น 4 กิจกรรมหลักๆ ประกอบด้วย 1.กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้ากับแพลตฟอร์ม คลัง.com ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ ในวันที่ 8 เม.ย.2563 เพื่อคัดเลือกสินค้าไปจำหน่ายในร้าน TOPTHAI บนแพลตฟอร์มดังกล่าว เน้นสินค้าอาหารแฟชั่น สุขภาพและความงาม ของประดับตกแต่งบ้าน
    2.กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์กับห้างอีออน (AEON) ประเทศมาเลเซีย ในเดือน พ.ค.2563 เพื่อคัดเลือกสินค้าอาหารเข้าไปจำหน่ายในห้าง 3.กิจกรรม Sourcing สินค้าไทยผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.2563 เพื่อคัดเลือกสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง วัสดุก่อสร้าง ไปจำหน่ายในตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา 4.โครงการส่งเสริมสินค้าไทยผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ในเกาหลีใต้ ในช่วงเดือน พ.ค.-ก.ย.2563 เพื่อคัดเลือกสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวไปจำหน่าย
    ขณะที่การจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ จะเน้นการจัดกิจกรรมโดยเชิญผู้นำเข้าและผู้ส่งออกหลายรายมาเข้าร่วม โดยมีกิจกรรมสำคัญ 4 กิจกรรม ได้แก่ 1.กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ กับผู้นำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งมีความสนใจนำเข้าชิ้นส่วนจากไทยเพื่อทดแทนสินค้าจากแหล่งนำเข้าเดิม ในเดือน เม.ย.2563 2.กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ กับผู้นำเข้าข้าว ผลไม้ สปา และรองเท้า ในตลาดอินเดีย เดือน มิ.ย.2563
    3.กิจกรรมจับคู่ธุรกิจผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ กับผู้นำเข้าอาหาร เครื่องสำอาง และวัสดุก่อสร้าง ในตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกา ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.2563 และ 4.กิจกรรมจับคู่ธุรกิจสินค้าฮาลาล จำนวน 2 ครั้ง ในช่วงเดือนมิ.ย.และ ส.ค.2563
    การออกกิจกรรมสนับสนุนดังกล่าวนั้นถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วงพยุงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้สามารถเดินหน้าทำธุรกิจต่อไปได้ในช่วงวิกฤติดังกล่าว ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็ควรติดตามสถานการณ์ และผลกระทบในมิติการค้ากับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อจะทำให้สามารถรับมือและปรับกลยุทธ์การทำงานและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า


โทษทีเถอะ.... มัวไปนอนเล่นที่โรงพยาบาลซะ ๒ วัน เรื่อง "ตำรวจ-อัยการ" สั่งไม่ฟ้อง "นายบอส เรดบูล" เลยเหมือนผม "สับไกค้าง"

ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?