ป่วยทั่วโลกพุ่ง2ล้าน ทรัมป์พาลโบ้ยWHO


เพิ่มเพื่อน    


    โทษปี่โทษกลอง "โดนัลด์ ทรัมป์" สั่งระงับเงินช่วยเหลือองค์การอนามัยโลก อ้างเหตุบริหารจัดการวิกฤติผิดพลาด ปกปิดการแพร่ระบาดในจีน หลายฝ่ายรุมตำหนิผู้นำสหรัฐอเมริกาโยนความผิดให้คนอื่น ขณะยอดสังเวยรายวันในอเมริกาทุบสถิติเกิน 2,200 ศพอีกเมื่อวันอังคาร ติดเชื้อทั่วโลกทะลุ 2 ล้านคนแล้ว
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ยังคงแสดงความเป็นปฏิปักษ์กับองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) อย่างต่อเนื่อง ในช่วงยามที่องค์การระหว่างประเทศแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้วมากกว่า 127,000 คน ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ ที่มากกว่า 26,000 คน
    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธที่ 15 เมษายน 2563 ว่า ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีดับเบิลยูเอชโอว่า ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่พื้นฐานขององค์กรนี้ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา องค์กรในสังกัดองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แห่งนี้บริหารจัดการผิดพลาดอย่างรุนแรง และปกปิดการแพร่ระบาดหลังพบไวรัสนี้ในจีนครั้งแรก โดยเห็นความถูกต้องทางการเมืองอยู่เหนือมาตรการรักษาชีวิต ซึ่งหากดับเบิลยูเอชโอประเมินสถานการณ์ในจีนอย่างถูกต้อง การแพร่ระบาดครั้งนี้ก็อาจควบคุมได้โดยมีคนเสียชีวิตน้อยกว่านี้
    ตัวทรัมป์เองก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าดูเบาไวรัสโคโรนาว่าไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่ทั่วไป และตอบสนองกับสถานการณ์ช้าเกินไป จนกระทั่งปัจจุบันสหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่สถานการณ์วิกฤติที่สุดในโลก มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 600,000 ราย แต่ทรัมป์พยายามตอกย้ำว่า รัฐบาลของเขาตัดสินใจห้ามนักเดินทางจากจีนเข้าประเทศ โดยไม่ฟังคำแนะนำของดับเบิลยูเอชโอในช่วงเวลานั้นที่คัดค้านการปิดพรมแดนห้ามการเดินทาง
     เขาเคยโจมตีดับเบิลยูเอชโอว่าลำเอียง เข้าข้างจีนและยึดจีนเป็นศูนย์กลาง ทั้งที่สหรัฐฯ คือผู้บริจาคเงินรายใหญ่ที่สุดให้แก่องค์กรนี้ โดยปีที่แล้วบริจาคเงินมากกว่า 400 ล้านดอลลาร์ "ผมกำลังออกคำสั่งให้รัฐบาลหยุดให้เงินสนับสนุนระหว่างรอการทบทวนเพื่อประเมินบทบาทขององค์การอนามัยโลก เรื่องการบริหารจัดการผิดพลาดอย่างรุนแรงและปกปิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา" ทรัมป์ประกาศเมื่อวันอังคารและว่า รัฐบาลของเขาจะตัดสินใจว่าจะให้เงินดับเบิลยูเอชโออีกครั้งหรือไม่หลังเสร็จการทบทวนซึ่งจะใช้เวลา 60-90 วัน
    ด้านอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น กล่าวปรามว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะลดทรัพยากรของดับเบิลยูเอชโอ นี่คือเวลาสำหรับความเป็นเอกภาพ เวลาที่ประชาคมระหว่างประเทศจะร่วมมือกันด้วยความสามัคคีเพื่อหยุดยั้งไวรัสและผลกระทบร้ายแรงที่เกิดตามมา
    กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ เมื่อวันพุธว่า นี่คือช่วงเวลาวิกฤติ การตัดสินใจของสหรัฐฯ จะลดทอนศักยภาพของดับเบิลยูเอชโอ และบั่นทอนความร่วมมือระหว่างประเทศ
    เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ใช้ถ้อยคำรุนแรงกว่าในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซียเมื่อวันพุธว่า คำประกาศของทรัมป์เป็นตัวอย่างของความเห็นแก่ตัวมากๆ ของทางการสหรัฐฯ ต่อโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นในโลก 
     รัฐมนตรีต่างประเทศ ไฮโก มาส ของเยอรมนี ก็ตำหนิทรัมป์เช่นกัน โดยทวีตเตือนว่า "การโทษคนอื่นไม่ช่วยอะไร ไวรัสไม่รู้จักพรมแดน" หนึ่งในการลงทุนที่ดีที่สุดคือการเพิ่มความเข้มแข็งให้ยูเอ็น  โดยเฉพาะดับเบิลยูเอชโอที่ขาดแคลนเงินทุน เพื่อใช้ในการพัฒนาและแจกจ่ายชุดทดสอบและวัคซีน
     ในสหรัฐอเมริกาเอง เลสลี แดช ประธานกลุ่มรณรงค์ด้านสาธารณสุข โพรเทกต์อาวร์แคร์ กล่าวว่า  การระงับทุนสนับสนุนดับเบิลยูเอชโอคือความพยายามอย่างชัดแจ้งของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการดูเบาความรุนแรงของวิกฤติไวรัสโคโรนาของทรัมป์เอง และความล้มเหลวของรัฐบาลเขาในการเตรียมการรับมือ แน่นอนว่าดับเบิลยูเอชโอก็ใช่ว่าจะไม่ผิดพลาด แต่การตัดเงินสนับสนุนในภาวะโรคระบาดทั่วโลกก็ถือว่าไม่รับผิดชอบ
    แม้สถานการณ์ในหลายประเทศที่ประสบวิกฤติหนักสุดเช่นอิตาลีและสเปนเริ่มทรงตัวแล้ว แต่ในสหรัฐฯ จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตยังคงอยู่ในระดับสูง แม้เมื่อวันอังคารทรัมป์จะบอกว่า เขามองเห็นลำแสงที่เส้นขอบฟ้าของสหรัฐฯ แล้วและหลายพื้นที่น่าจะยกเลิกมาตรการชัตดาวน์ได้โดยเร็ว
     วันเดียวกันนั้น ข้อมูลที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ระบุว่า สหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมง ถึง 2,228 คน ทำลายสถิติของวันที่ 10 เมษายน ซึ่งอยู่ที่ 2,107 คน และเป็นการเพิ่มจำนวนคนตายรายวันแบบพรวดพราดหลังจากลดลงมา 2 วัน
    การตัดสินใจว่าจะเปิดเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้เมื่อใดกำลังเป็นประเด็นโต้แย้งระหว่างทรัมป์กับผู้ว่าการรัฐหลายคน รวมถึงแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กที่มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 200,000 คน และเสียชีวิตเกิน 10,000 คน ซึ่งยืนยันว่าแต่ละรัฐจะประเมินสถานการณ์เองว่าจะผ่อนคลายเมื่อใด และทรัมป์ไม่ใช่กษัตริย์ที่จะมาอ้างอำนาจเด็ดขาดสั่งการได้ หรือแม้แต่ ดร.แอนโธนี เฟาซี ที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของทรัมป์เองก็เตือนว่า เป้าหมายวันที่ 1 พฤษภาคมของทรัมป์นั้นมองโลกในแง่ดีเกินไป
    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวเตือนหายนภัยทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดครั้งนี้ว่า "การล็อกดาวน์ครั้งใหญ่" อาจสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจโลกถึง 9 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งเลวร้ายที่สุดนับแต่เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในยุค 1930  
    ข้อมูลจากสำนักข่าวเอเอฟพีรวบรวมถึงเวลา 17.00 น.ของวันพุธตามเวลาไทย ชี้ว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมอย่างน้อย 2,000,576 ราย เสียชีวิตแล้ว 126,871 ราย ทวีปยุโรปได้รับผลกระทบหนักสุด มีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 1,010,858 ราย เสียชีวิต 85,271 ราย ส่วนสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสม  609,240 ราย เสียชีวิตแล้ว 26,033 ราย.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.