ใส่หน้ากากถูกหลักอนามัย ช่วยปลอดภัยจากโรคภัย!!


เพิ่มเพื่อน    


    ในช่วงเวลาที่ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤติจากการติดเชื้อโควิด-19 (COVID-19) ถือเป็นโรคติดต่ออันตราย ซึ่งประชาชนทุกคนต่างต้องระมัดระวังตนเองเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันมิให้ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ทั้งทางเดินหายใจ หรือจากการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย การป้องกันตนเองประกอบไปด้วยการล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์
เจล และการใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งในเวลานี้ประชาชนต่างดูแลตนเองอย่างระมัดระวัง แต่หากการป้องกันตัวเองแบบผิดวิธี นอกจากจะไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อได้แล้ว ยังส่งผลให้เกิดผลเสียข้างเคียงได้อีก 
    สมาคมโรคผิวหนังแห่งประเทศไทยได้ออกคำแนะนำวิธีการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีโดยไม่ให้เกิดผลข้างเคียงต่อผิวหนัง และช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย โดยระบุว่า หลักการใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีคำนึงดังนี้ 
    1.ความสะอาดของหน้ากากอนามัย เนื่องจากหน้ากากอนามัยมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เชื้อจากผู้ป่วยติดต่อสู่ผู้อื่น และยังป้องกันมิให้มีการรับเชื้อจากผู้ป่วยเข้าสู่ร่างกายเราเช่นกัน ดังนั้นหน้ากากอนามัยที่ดีจะต้องมีความสะอาด ได้มาตรฐาน สามารถป้องกันเชื้อโรคจากสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยได้ การซื้อหน้ากากอนามัยจะต้องหาซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ถูกหลักการป้องกันโรค และเมื่อมีการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยแล้ว ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก ควรเปลี่ยนเป็นอันใหม่ที่สะอาดเพื่อความปลอดภัย ทุกครั้งที่ทิ้งหน้ากากอนามัย ควรทิ้งในอุปกรณ์ที่ปิดมิดชิด เพื่อป้องกันผู้อื่นมาสัมผัสและได้รับเชื้อนั้นไป การซักหน้ากากอนามัย ควรทราบว่าหน้ากากชนิดไหนซักได้ หรือซักไม่ได้ เช่น หน้ากากที่ตัดเย็บมาจากผ้าสามารถนำมาซักได้ ควรใส่วันต่อวัน ซักและตากแดดทุกวัน ต่างจากหน้ากากอนามัยที่เป็นหน้ากากทางการแพทย์ (Surgical mask ) การซักจะทำให้ความสามารถในการป้องกันเชื้อลดลงอย่างมาก ส่วนหน้ากากทางการแพทย์ชนิดอื่น เช่น N95 ยังแนะนำให้ใช้ในกรณีป้องกันเชื้อที่ติดต่อทางอากาศเท่านั้น ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้โควิด-19 ยังเป็นเชื้อที่ติดต่อกันทางสารคัดหลั่ง ซึ่งหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันได้
    2.ใส่หน้ากากอย่างถูกต้อง การใส่หน้ากากจำเป็นต้องใส่ให้ถูกวิธี ถูกด้าน ถูกฝั่ง หน้ากากอนามัยต้องปิดคลุมทั้งจมูกและปาก ครอบคลุมตั้งแต่สันจมูกคนถึงคาง เพื่อป้องกันสารคัดหลั่งติดสู่ผู้อื่น เวลาสวมหน้ากากสัมผัสแต่หูเกี่ยวเท่านั้น พยายามไม่สัมผัสถูกด้านในที่ติดกับจมูกและปาก นอกจากจะต้องใส่หน้ากากอนามัยให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องเลือกขนาดหน้ากากให้ถูกกับขนาดของหน้าผู้ใส่ การใส่หน้ากากอนามัยจะต้องไม่แน่นอึดอัดจนเกินไป จนทำให้หายใจไม่สะดวกหรือเกิดรอยกดทับบนใบหน้า และจะต้องไม่หลวมจนหลุดออกจากจมูก ทำให้การป้องกันไม่มีประสิทธิภาพ การใช้มือจับหน้ากากหรือขยับหน้ากากบนหน้าบ่อยๆ ไม่เป็นการส่งผลดีต่อผู้ใส่ และยังทำให้ง่ายต่อการปนเปื้อนของเชื้อเข้าสู่ผู้ใส่เอง
    3.ระยะเวลาของการใส่หน้ากาก ปกติแล้วเราไม่สามารถใส่หน้ากากอนามัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง การใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานานๆ อาจก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้คันจากการสัมผัสถูกเหงื่อ คราบสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยหรือผิวหนังที่ต้องอยู่ภายใต้ความร้อน ความอับชื้น อาจก่อให้เกิดสิวหรือการติดเชื้อของผิวหนังบริเวณที่ใส่หน้ากาก ดังนั้นหากไม่จำเป็นสมควรใส่หน้ากากอนามัยเฉพาะในช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเท่านั้น เช่น การเข้าใกล้ผู้ที่ติดเชื้อ หรือเข้าไปในที่ชุมชนแออัด หรือที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การล้างหน้าหรือเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสหน้ากากเพื่อให้ผิวหนังสะอาดอยู่เสมอ อาจไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เพราะการสัมผัสถูกน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดบ่อยๆ อาจเกิดผลเสียและระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณนั้นได้.


เห็นมั้ย...?ใครคิดร้าย-หมายชั่วกับบ้านเมืองไทย ลงท้าย จะค่อยๆ ฉิบหาย-วายวอดไปเอง อย่างที่กำลังเกิดกับแก๊งก้าวถลำ"คนดี-ผีคุ้ม" โบราณกล่าวไม่ผิดหรอก!

"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"
เนี่ยนะ"สหภาพฯ การบินไทย"
"การเมืองถึงระดับโรงเรียน"