ทั้งแล้งทั้งโควิด'มท.2'ลุยพื้นที่แปดริ้ว-ปราจีนฯผงะ!นาข้าวยืนต้นตาย


เพิ่มเพื่อน    

 

17 เม.ย.63- นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเขตที่ประกาศให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ภัยแล้ง)​ จากจังหวัดที่มีประกาศสถานการณ์ภัยแล้งทั้งหมด 24 จังหวัด 145 อําเภอ 782 ตําบล 4 เทศบาล 6,824 หมู่บ้าน/ชุมชน

นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นตรวจติดตามการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งหลังจากที่มีการจัดสรรงบประมาณไปแล้วก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งเป็นการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของการบูรณาการปฏิบัติงานของเจ้หน้าที่ การบูรณาการสั่งใช้เครื่องจักรในหน่วยงานที่กำกับเพื่อช่วยเหลือแก้ไข ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)​อยู่นั้น มีภารกิจโดยตรงในการป้องกันดูแลพี่น้องประชาชนจากสาธารณภัยต่างๆ ซึ่งภัยแล้งก็เป็นเรื่องที่ประสบปัญหามาโดยตลอด จากสภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

"ขณะนี้คาดการณ์ว่าหลายจังหวัดจะมีปริมาณฝนน้อยกว่าปีก่อนๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องไปจัดการแก้ไข พร้อมทั้งการดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวม  ซึ่งก็ได้กำชับและติดตามเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างครอบคลุมทั้งภัยแล้ง อุทกภัย และภัยสาธารณะต่างๆ อย่างเรื่องปริมาณน้ำฝนทำอย่างไรเมื่อไม่มีฝนตกลงมากให้มีที่กักเก็บน้ำ(ทำที่ให้น้ำอยู่-ทำทางให้น้ำไหล)​ไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่สำคัญและไว้ใช้ประโยชน์ในฤดูแล้งปีถัดไปให้ได้ สิ่งนี้คือจุดสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนได้ทั้งระบบ" รมช.มหาดไทย กล่าว

นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่แปลงนาข้าวของเกษตรกร ที่หมู่ 2 บ้านทางเกวียน ตำบลบางผึ้ง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับเสียหายจากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ ซึ่งนาข้าวได้รับความเสียหาย และได้รับเงินชดเชยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ.2562 ไปแล้ว หลังจากที่จังหวัดได้ประกาศเขตภัยพิบัติ(ภัยแล้ง)​เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณด้ายซ้ายของแม่น้ำบางปะกง เป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่ทำให้เกิดสภาพดินเค็ม ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ซึ่งต้องอาศัยน้ำจืดจากแม่น้ำบางปะกงในการทำการเกษตร แต่สถานการณ์ปริมาณฝนเมื่อปลายปี 2562 มีปริมาณน้อยกว่าปี 2561 ประกอบกับน้ำจืดของแม่น้ำบางปะกงมีแค่ 3 เดือน(ส.ค.- ต.ค.)​ทำให้ไม่มีน้ำจืดไว้ใช้ทำนาข้าว ส่งผลต่อนาข้าวส่วนใหญ่ยืนต้นตาย

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก