ส.ส.การุณ วอน 'สนธิรัตน์' ช่วยเหลือค่าไฟหลังประชาชนกักตัวอยู่บ้าน


เพิ่มเพื่อน    

20 เม.ย.63 -  นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าค่าไฟฟ้าเดือนนี้พุ่งสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 150-200 % หรือสูงกว่า เนื่องจากทุกคนต้องอยู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาล จึงมีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่มากขึ้น  แม้กระทรวงพลังงานจะประกาศมาตรการลดค่าไฟฟ้าให้ 3 % ก่อนหน้านี้ แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับใบเสร็จค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้เลย ตนเองทราบว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมเรียกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟผ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องชมเชย และตนเองจะคอยฟังข่าวดี เพราะเชื่อว่า นายสนธิรัตน์ คงจะมีมาตรการชดเชยค่าไฟฟ้าและไม่ยอมให้ประชาชนต้องจ่ายแพงเพราะให้ความร่วมมือกับรัฐแบบนี้อย่างแน่นอน

"ประชาชนต้องอยู่บ้านตามมาตรการของรัฐ จึงต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ดังนั้นเมื่อใบเสร็จค่าไฟฟ้ากระโดดขึ้นไปแบบนี้ รัฐต้องร่วมรับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จะปล่อยให้เป็นภาระกับประชาชนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐไม่ได้เป็นอันขาด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องหยุดประกอบอาชีพหรือตกงานขาดรายได้ ต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพราะเท่าที่ดูใบเสร็จของทุกครอบครัวล้วนโดนการไฟฟ้าคิดเงินแบบอัตราก้าวหน้า "ใช้แยะจ่ายแยะ" ทั้งสิ้น ซึ่งถือเป็นการคิดเงินในสถานการณ์ปกติ ทั้งๆที่ทุกคนต้อง "อยู่บ้านหยุดเชื้อ" จากสถานการณ์พิเศษตามที่รัฐประกาศ พรก. ผมจึงหวังว่า รัฐมนตรีพลังงานจะรีบปรับลดค่าไฟฟ้าให้กับทุกครอบครัวที่อยู่บ้านตามคำสั่งของรัฐตามความเป็นจริงโดยเร็ว"

นายการุณกล่าวว่า ขอเสนอแนะให้นายสนธิรัตน์ คิดค่าไฟฟ้าแต่ละมิเตอร์ตามค่าเฉลี่ยก่อนรัฐสั่งให้อยู่บ้านหยุดเชื้อเป็นหลักเพราะสะท้อนการใช้จริงในสถานการณ์ปกติ จากนั้นให้บวกส่วนลดเข้าไปอีกประมาณ 50 % เพราะประชาชนมีรายได้ลดลงหรือต้องตกงานเพราะมาตรการของรัฐเช่นกัน ถ้านายสนธิรัตน์เห็นว่าข้อเสนอนี้เป็นประโยชน์ก็นำไปใช้ได้ หรือจะกำหนดมาตรการแบบอื่นๆที่ลดค่าไฟฟ้าลงมา ตนเองก็ไม่ขัดข้อง แต่ประชาชนต้องไม่จ่ายแพงขึ้นมากไปกว่าค่าไฟฟ้าในสถานการณ์ปกติ

"ทุกครอบครัวจะจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ เพราะการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นเกิดจากมาตรการของรัฐที่ขอให้ประชาชนอยู่บ้านหยุดเชื้อ ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมรัฐบาลต้องออกมาตรการลดค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ผมเสนอว่าทุกครอบครัวเคยจ่ายเฉลี่ยอยู่เท่าไหร่ก็ควรจะเป็นเท่านั้น บวกกับส่วนลดที่รัฐต้องชดเชยให้อย่างน้อย 50% เนื่องจากประชาชนมีรายได้ลดลงจากการถูกล็อคดาวน์ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายรัฐบาลจะลดให้แค่ไหนคงไม่ไปก้าวล่วง แต่ถ้าเก็บค่าไฟฟ้าเกินกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายในสถานการณ์ปกติคงยอมกันไม่ได้อย่างแน่นอน" นายการุณกล่าว