7โหดย่องไหว้ศพ ทภ.2ยันไม่ป้อง


เพิ่มเพื่อน    

  ทภ.2 ยันไม่ปกป้อง 7 ทหารโหดซ้อม 2 พี่น้องจนตาย 1 ศพ ชี้เป็นคดีอาญาส่งขึ้นศาลพลเรือน ด้านผู้ถูกกล่าวหาย่องขอขมาศพก่อนรีบเผ่นกลับ ตำรวจเตรียมตั้ง 2 ข้อหา เผยมีผู้อยู่ในข่าย 11 นาย รวมทั้งทหารสัญญาบัตร

    เมื่อวันที่ 21 เมษายนนี้ พล.ต.ราชันต์ ประจันตะเสน โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงความคืบหน้าในการสอบสวน 7 ทหาร ชุดปฏิบัติการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายเเดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สอบสวนสองพี่น้องในพื้นที่ ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ว่า รายงานเบื้องต้นพบว่าชุดปฏิบัติการดังกล่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดที่บริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น.วันที่ 17 เม.ย. เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าไปกระท่อมเป้าหมาย พบชาย 2 คน จึงได้เข้าจับกุมและนำตัวไปสอบสวน จนกระทั่งเวลา 23.00 น. หนึ่งในสองคนเกิดอาการเจ็บหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ยารับประทานแต่อาการไม่ดีขึ้น จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา พบว่ามีอาการสมองขาดเลือด ผลตรวจโลหิตและปัสสาวะพบสารเสพติด 
    พล.ต.ราชันต์กล่าวว่า ต่อมาหน่วยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยเรียกทหารในชุดปฏิบัติการมาสอบครั้งละ 1 นาย ซึ่งทหารทั้งหมดไม่ได้ถูกคุมขังและยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ เชื่อว่าทั้งหมดจะให้ความร่วมมือและไม่หนีคดี ขณะนี้หน่วยรับผิดชอบอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัย โดยทำคู่ขนานไปกับการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้พนักสอบสวนก็รอผลการชันสูตรศพอย่างเป็นทางการ ส่วนผลทางคดีจะออกมาเป็นอย่างไร จะผิดหรือถูกกองทัพก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องการเยียวยา และดูในเรื่องงานพิธีศพผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้บาดเจ็บ
    "หากปรากฏว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด หรือพลั้งมือ ก็ต้องยอมรับผิด และกรณีนี้คู่ความทางคดีเป็นพลเรือน ในขั้นตอนการฟ้องร้องก็จะพิจารณาในศาลปกติ ไม่ได้ขึ้นศาลทหาร ขณะที่ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2  ได้เน้นย้ำให้การดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ"
    คดีนี้ นายยุทธนา ซ้ายซา อายุ 33 ปี และน้องชายคือนายนัตพงศ์ ซ้ายซา อายุ 29 ปี ถูกทหารสังกัดศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายเเดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน หรือ ศอ.ปส.ชอน.(บ) อุ้มจากกระท่อมท้ายหมู่บ้านไปเค้นสอบในฐานปฏิบัติการชั่วคราว ภายในวัดกัณตะศิลาวาส หรือวัดหลวงปู่กินรี ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กระทั่งนายยุทธนาเสียชีวิต ส่วนนายนัตพงศ์บาดเจ็บสาหัส ซี่โครงขวาหัก 2 ซี่ มีเลือดคั่งอยู่ในช่องท้อง ภายหลังพนักงานสอบสวนได้ส่งศพนายยุทธนาผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น ระบุสมองบวมและปอดเขียวช้ำ 
    เช้าวันเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 6 บ้านยางคำ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งมีการตั้งศพนายยุทธนาบำเพ็ญกุศล ทหารทั้ง 7 นาย ที่ถูกกล่าวหารุมทำร้ายนายยุทธนาจนถึงแก่ความตาย ได้เดินทางมาขอขมาศพ โดยอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวที่ไม่มีคนอยู่มากนัก และเมื่อเข้ามาถึงก็จุดธูปไหว้ศพ จากนั้นก็รีบเดินทางกลับทันทีโดยมิได้ทักทายหรือพูดคุยกับใคร
    อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทหารทั้ง 7 นายกำลังสวมรองเท้าอยู่หน้าบ้าน ปรากฏว่านางปัญจา บุญเสริม อายุ 56 ปี น้องสาวของนายนิวัฒน์ ซ้ายซา พ่อของผู้ตาย ซึ่งอยู่ข้างโลงศพของหลานชาย มีอาการสั่นทั้งตัว พร้อมกับพูดว่า “กูอยากเตะคนเด้..พวกมึงฆ่ากูเฮ็ดหยัง..” ขณะนั้นนางแต้ สำลี อายุ 49 ปี ญาติอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ ก็เข้าไปประคอง นางปัญจาบอกอยากกินเบียร์ ญาติจึงไปค้นหามาได้ 1 กระป๋อง นางปัญจาก็ยกซดรวดเดียวจนหมด พร้อมหันมาบอกกับญาติๆ ที่อยู่ในที่นั้น ว่า “ฝากดูแลพ่อแม่เฮาด้วยนะ” ก่อนที่ร่างนางปัญจาจะหงายผลึ่งไม่ได้สติ 
    นายนิวัฒน์ ซ้ายซา กล่าวว่า ตอนที่ทหารทั้ง 7 นาย มาขอขมาศพ ตนเกิดอาการหน้ามืดจึงไปนอนอยู่ในเต็นท์ทำกับข้าว ไม่รู้ว่าคู่กรณีมาตอนไหน กระทั่งรู้สึกดีขึ้นจึงมีคนเล่าให้ฟัง “หากย่องมาแบบนี้ไม่รู้จะมาทำไม” 
    ด้าน พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.สภ.ธาตุพนม ได้มอบหมายให้ทีมพนักงานสอบสวนเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานโดยเร็ว เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิด เบื้องต้นตั้งไว้ 2 ข้อหาคือ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องพิจารณาตามพยานหลักฐาน โดยยังรอผลการรับรองการชันสูตรศพจากแพทย์ และผลการตรวจร่างกายของผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะสรุปดำเนินคดีตามขั้นตอน และประสานหน่วยงานต้นสังกัดให้ผู้ที่กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบมีเจ้าหน้าที่ทหารเกี่ยวข้องในฐานปฏิบัติการ จำนวน 11 นาย มีชั้นสัญญาบัตร 1 นาย ชั้นประทวน 6 นาย และกำลังพลทหารเกณฑ์ จำนวน 4 นาย.