ลดค่าไฟ ช่วยใคร?


เพิ่มเพื่อน    

 

       หลังมาตรการลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟทั่วประเทศออกไปแล้วก่อนหน้านี้ ที่ให้ส่วนลดครัวเรือนละ 3% จากราคาเต็มที่ต้องจ่าย แต่เมื่อหลายคนเห็นตัวเลขในบิลที่เรียกเก็บในเดือน เม.ย.นี้แล้ว ถึงกับพูดไม่ออก เพราะไหนจะยอดที่ส่วนใหญ่จะแพงขึ้น เพราะเป็นหน้าร้อน รวมกับการลดราคาให้ 3% นั้นถือว่าน้อยนิดมาก เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายไป เพราะถ้าคิดเป็นเงินง่ายๆ  บ้านใครต้องจ่ายค่าไฟ 1,000 บาทในเดือนนี้ ก็จะได้ส่วนลดไปเพียง 30 บาทเท่านั้น

                จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เกิดคำถามมาจากหลายสาย โดยเฉพาะประชาชน ว่านี่เป็นมาตรการด้านพลังงานของรัฐที่จะช่วยเหลือคนที่ประสบปัญหาในช่วงนี้จริงๆ แล้วหรือ?  เพราะการระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ทำให้หลายครัวเรือนประสบปัญหาทางด้านการเงิน ทำมาหากินไม่ได้ คนทำงานบางบริษัทต้องลดเงินเดือน หรือให้หยุดงานแบบไม่จ่ายเงินเดือน แย่หน่อยก็จ้างออก รวมทั้งยังต้องกักตัวเองอยู่แต่ในที่พักอาศัยเพื่อจะช่วยหยุดการกระจายของเชื้อไวรัสอีก ซึ่งมาตรการดังกล่าวก็จะค่อยจูงใจหรือเยียวยาอะไรเท่าไหร่

                แต่ล่าสุดนี้กระทรวงพลังงานก็ปิ๊งไอเดียอีกรอบ ที่จะออกมาตรการมาช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้ไฟ เพิ่มเติมจากของเดิมที่ให้ส่วดลด 3% เป็นขยายโควตาใช้ไฟฟรีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากมาตรการดังกล่าว เชื่อว่าส่วนหนึ่งคงมาจากเสียงสะท้อนของประชาชนแน่นอน และมาตรการครั้งนี้ก็ช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงผู้ใช้ไฟที่มีการใช้เกิน 3,000 หน่วยต่อเดือนเลยด้วย

                โดยมาตรการทั้งหมดจะครอบคลุมค่าไฟฟ้าใน 3 เดือนตั้งแต่ มี.ค.-พ.ค.63 โดยแบ่งได้ดังนี้ 1.กลุ่มประเภทอัตราค่าไฟ 1.1 ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ ซึ่งมีประมาณ 10 ล้านครัวเรือน จะขยายหน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเดิมให้ใช้ไฟฟรีที่ 90 หน่วย เป็น 150 หน่วย

                2.กลุ่มประเภทอัตราค่าไฟ 1.2 กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยขึ้นไป ซึ่งติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ขนาดเกินกว่า 5 แอมแปร์ จะมีมาตรการช่วยเหลือส่วนเกินค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 800 หน่วย โดยจะคิดค่าไฟจากฐานการใช้ไฟเดือน ก.พ.2563 เท่านั้น เช่น เดือน ก.พ.ใช้ไฟ 300 หน่วย ขณะที่เดือน มี.ค.ใช้ไฟ 500 หน่วย ส่วนเกิน 200 หน่วยจะได้ใช้ฟรี

                แต่หากกรณีผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทดังกล่าวใช้ไฟเกิน 800 หน่วย จะมีวิธีการโดยลดหน่วยการใช้ไฟฟ้าส่วนเกิน จากฐานการใช้ไฟเดือน ก.พ.2563 ที่ 50% เช่น หากในเดือน ก.พ. ใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 500 หน่วย และในเดือน มี.ค. ใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 1,000 หน่วย จะเห็นได้ว่าเกินมา 500 หน่วย ซึ่งในส่วนนี้จะได้รับส่วนลด 50% และนำไปคำนวณรวมกับค่าไฟฟ้าฐานในเดือน ก.พ.ที่ 500 หน่วย เท่ากับในเดือน มี.ค.ที่มีการใช้ไฟไป 1,000 หน่วย จะจ่ายเพียง 750 หน่วยเท่านั้น

                3.สำหรับผู้ใช้ไฟครัวเรือนประเภท 1.3 ผู้ใช้ไฟครัวเรือนเกิน 3,000 หน่วย จะลดหน่วยการใช้ไฟฟ้าส่วนเกินจากฐานการใช้ไฟเดือน ก.พ.2563 ให้ 30% แล้วจึงนำมาคำนวณรวมกับปริมาณการใช้ไฟของเดือน ก.พ.2563 เช่น เดือน ก.พ.ใช้ไฟ 1200 หน่วย เดือน มี.ค. ใช้ไฟ 3,200 หน่วย มีส่วนต่าง 2,000 หน่วยจะได้รับส่วนลด 30% เหลือ 1,400 หน่วย แล้วจึงนำมาคำนวณรวมกับปริมาณการใช้ไฟจากฐานเดือน ก.พ.ที่ 1,200 จะเท่ากับ 2,600 หน่วย ที่จะต้องจ่ายในเดือน มี.ค.

                โดยมาตรการทั้งหมดผ่าน ครม.เห็นชอบไปเรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งแต่ละบ้านจะไม่ได้เงินคืน แต่จะได้เป็นส่วนลดในเดือนถัดๆ ไป เพราะว่าค่ามาตรการที่ครอบคลุม 3 เดือนนั้นส่วนใหญ่จะจ่ายบิลไปหมดแล้ว

                แต่มาตรการดังกล่าวก็เกิดข้อสังเกตหลายอย่างว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ในทางที่ถูกหรือไม่ หรือจะเป็นช่องทางที่สนับสนุนให้คนใช้ไฟโดยไม่ได้คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน เพราะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการนำค่าไฟเดือน ก.พ.เป็นตัวตั้งนั้นทำให้บางบ้านมีโควตาใช้ไฟเพิ่มมากขึ้นเกินเท่าตัว ทั้งๆ ที่ทุกๆ  ปีก่อนหน้านี้ หน่วยงานรัฐก็ออกมาตรการมาให้ลดการใช้ไฟในหน้าร้อนตลอดเวลา

                ขณะเดียวกัน การเดือน ก.พ.กำหนดฐานของแต่ละบ้าน ก็จะทำให้เกิดความเลื่อมล้ำกัน ซึ่งจะถือว่าเป็นการช่วยเหลือแบบไม่เสมอภาคหรือเปล่า? เพราะถ้าบอกก่อนว่าจะใช้ ก.พ.เป็นฐานเชื่อว่าทุกบ้านคงมีการประหยัดไฟไว้รอ ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าทำไมจะช่วยเหลือแล้วทั้งที ไม่ทำให้ทุกอย่างเท่าเทียม แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น แต่เชื่อว่าทุกมาตรการที่ออกมา ผลประโยชน์ก็น่าจะถึงประชาชนแน่นอน ไม่มากก็น้อย.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'