สองล้อเตรียมนักปั่นเยาวชนลุยซีเกมส์ นายกฯชี้สร้างดาวรุ่งมาแทนรุ่นพี่


เพิ่มเพื่อน    

สมาคมจักรยานฯ มองการณ์ไกล เตรียมนักปั่นระดับเยาวชน ลงชิงชัยในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม “เสธ.หมึก” ชี้ต้องวางแผนเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกทั้งเป็นการสร้างนักกีฬาดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนนักปั่นทีมชาติรุ่นพี่ที่เริ่มร่วงโรยลงไป โดยมอบให้โค้ชแต่ละประเภทไปคัดเลือกนักกีฬาเรียบร้อยแล้ว ขณะที่โครงการ “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” วันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. รับรองว่าสนุกแน่ หลังจาก “โก๊ะ ชุน ฮวด” ถือถูกยกให้เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการ Zwift ของสิงคโปร์ ขอมาร่วมแข่งด้วย โดย “ไทยพีบีเอส” ถ่ายทอดสดให้ชม เวลา 14.00-16.00 น. 

         “เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกีฬาโอลิมปิกเกมส์ “โตเกียว 2020” ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ ตามกำหนดเดิมจะแข่งขันระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-9 ส.ค. 2563 ก็ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 23 ก.ค.-8 ส.ค. 2564 แทน ซึ่งระยะเวลากระชั้นชิดกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 21 พ.ย.-2 ธ.ค. 2564 หลายชนิดกีฬาอาจจะมีนักกีฬาที่ซ้ำซ้อนกันอยู่

         พลเอกเดชา กล่าวว่า สำหรับสมาคมกีฬาจักรยานฯ แม้ว่าจะมีนักกีฬาที่ได้สิทธิ์ไปแข่งขันกีฬาโอลิปิกเกมส์ “โตเกียว 2020” เพียงคนเดียว คือ “บีซ” ร้อยโทหญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ ในประเภทถนนหญิง แต่สมาคมฯ ก็ได้เตรียมนักกีฬาระดับเยาวชนที่เป็นดาวรุ่งไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการผลักดันนักกีฬาสายเลือดใหม่ขึ้นไปทดแทนนักกีฬาทีมชาติรุ่นพี่ที่เริ่มจะร่วงโรยลงไปตามกาลเวลา นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมแผนระยะยาวไปถึงการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่นครหางโจว ประเทศจีน ซึ่งกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 10-25 ก.ย. 2565 อีกด้วย

         นายกสมาคมสองล้อไทย กล่าวต่อไปว่าตนได้มอบให้ผู้ฝึกสอนแต่ละประเภท ไปวางแผนเตรียมนักกีฬาเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะกีฬาจักรยานต้องเตรียมตัวฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่อง ใช้ระยะเวลาเป็นปี หากรอให้ถึงช่วงใกล้แข่งขันแล้วค่อยมาเตรียมตัวฝึกซ้อมกัน เกรงว่าจะไม่ทันการ ซึ่งผู้ฝึกสอนจักรยานทีมชาติแต่ละประเภท ได้คัดเลือกนักกีฬาเอาไว้บ้างแล้ว โดยประเภทถนน มอบให้ “โค้ชตั้ม” พันจ่าอาศเอก วิสุทธิ์ กสิยะพัท เป็นผู้ดำเนินการ, ประเภทเสือภูเขา มอบให้ “โค้ชปู” เรืออากาศเอก สุภัทร ศรีไสว เป็นผู้ดำเนินการ และประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ มอบให้ “โค้ชบอส” นายอัถร ไชยมาโย เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนประเภทลู่ ประเทศเวียดนามไม่จัดแข่งขัน เนื่องจากไม่มีสนามรองรับ 

         “โค้ชตั้ม” พันจ่าอาศเอก วิสุทธิ์ กสิยะพัท ผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทถนน เปิดเผยว่า นักกีฬาระดับเยาวชนที่เป็นดาวรุ่ง มีตัวเลือกเยอะพอสมควร แต่ตนเองจะดูจากผลงานที่ผ่านมาเป็นหลัก เช่น จากผลการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย หรือชิงแชมป์ประเทศไทย ในส่วนของนักกีฬาเยาวชนชาย ได้แก่ นายตุลธร โสสลาม, นายทักษ์ แก้วน้อย เยาวชนหญิง ได้แก่ น.ส.กมลรดา ขาวปลอด ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 2 ที่ จ.จันทบุรี เมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา คว้าแชมป์ทั้งประเภทโร้ดเรซ และไทม์ไทรอัล รวมทั้ง น.ส.นัฐนันท์ นนทะแก้ว นอกจากนั้นก็มีรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย นำโดย “เฟรม” นายธนาคาร ไชยยาสมบัติ เจ้าของเหรียญทองโร้ดเรซทีมชาย และเหรียญเงินไทม์ไทรอัลบุคคลชาย ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง ได้แก่ น.ส.ปิยะธิดา ทิศจันทร์ และ น.ส.วราภรณ์ วายุภาพ

         ด้าน “โค้ชปู” เรืออากาศเอก สุภัทร ศรีไสว ผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทเสือภูเขา กล่าวว่า นักกีฬาดาวรุ่งเสือภูเขา แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ครอสคันทรี่ กับ ดาวน์ฮิล โดยประเภทครอสคันทรี่หญิง ได้แก่ น.ส.ยลธนันท์ พลกล้า และ น.ส.จริญญา สืบจากถิ่น รวมทั้งรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อย่าง น.ส.นาตาลี ปัญญาวัน, น.ส.วรินทร เพ็ชรประพันธ์ และ น.ส.สุรัตติยา บุบผา ซึ่งมีผลงานยอดเยี่ยมจากการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ครั้งล่าสุด ที่ จ.เชียงราย เมื่อต้นเดือน ก.พ. ส่วนครอสคันทรี่ชาย ได้แก่ นายพลฉัตร นาคทองคำ, นายอธิพงษ์ สุวรรณสิงห์, นายพงษ์สิน พลกล้า และ “โตมร” นายพูนศิริ ศิริมงคล ขณะที่ประเภทดาวน์ฮิลชาย ต้องยกให้ “ซูเปอร์เบส” เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ แชมป์เอเชีย 2 สมัยซ้อน ส่วนดาวน์ฮิลหญิง น.ส.ธิดา ปัญญาวัน ดีกรีเหรียญเงินชิงแชมป์เอเชีย ที่ จ.เชียงราย

         ส่วน “โค้ชบอส” นายอัถร ไชยมาโย ผู้ฝึกสอนจักรยานประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ กล่าวว่า นักกีฬาชายจะเป็นชุดเดิมจากซีเกมส์ ครั้งที่ 30 คือ “เอ้” นายโกเมธ สุขประเสริฐ เจ้าของ 2 เหรียญทองจากประเภทเรซซิ่ง และไทม์ไทรอัล รวมทั้ง นายสมคิด ฮาระตะวัน เจ้าของเหรียญทองแดงเรซซิ่ง ส่วนนักกีฬาหญิง นำโดย “ฟ้า” น.ส.ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร และ น.ส.วรัญญา แซ่แต้

         นอกจากนี้ พลเอกเดชา กล่าวเสริมว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ สมาคมฯ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เดินหน้าจัดโครงการ “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” ครั้งต่อไป ในวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. ซึ่งจะเป็นรูปแบบการแข่งขันของกลุ่มนักกีฬาชาย กับนักกีฬาหญิงเหมือนเดิม แต่สำหรับกลุ่มนักกีฬาหญิงจะปรับรูปแบบเล็กน้อย โดยจะเชิญนักปั่นที่มีชื่อเสียงมีแฟนคลับติดตามเป็นจำนวนมาก ทีมละ 2 คน มาแข่งกับนักกีฬาทีมชาติที่นำโดย “บีซ” ร้อยโทหญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ พร้อมด้วย “แพร” สิบตรีหญิง เพชรดารินทร์ สมราช, “จันทร์” ร้อยเอกหญิง จันทร์เพ็ง นนทะสิน, “พลอย” น.ส.วรินทร เพ็ชรประพันธ์ เส้นทางเมืองยอร์คเชียร์ ที่จำลองเส้นทางแข่งขันเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ระยะทาง 14.8 กม. แต่นักทีมชาติจะต่อเวลาให้นักปั่นที่มีชื่อเสียง 2 นาที เพื่อให้มีความสูสีกัน ไม่ทิ้งห่างกันมากนัก

         “ซูเปอร์หมึก คึกกว่า 5G” กล่าวอีกว่า ส่วนกลุ่มนักกีฬาชาย จะเป็นนักปั่นชุดเดิมที่แข่งขันกันไปแล้วเมื่อวันที่ 19 เม.ย. นำโดย 2 นักปั่นทีมชาติไทย ได้แก่ “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ และ “แบงค์” ร้อยตำรวจโท เสฏฐวุฒิ ยอดสุวรรณ แข่งขันกับ ทีมอาชีพ “ไทยแลนด์ คอนติเนนตัล ไซคลิง ทีม”, ทีมเทรนนิ่ง แคมป์ ปีเตอร์ (TCP) และทีมรู้ใจ นอกจากนี้ยังมี โก๊ะ ชุน ฮวด นักปั่นทีมชาติสิงคโปร์ ที่ถูกยกให้เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการ Zwift ของแดนลอดช่องมาร่วมแข่งด้วย บนเส้นทาง Watopia Figure 8 ระยะทาง 29.8 กม. ซึ่งทางไทยพีบีเอส จะถ่ายทอดสดเวลา 14.00-16.00 น. ทั้งทางโทรทัศน์ช่องหลัก (กดหมายเลข 2) รวมถึงการ Live เฟซบุ๊กแฟนเพจของไทยพีบีเอส (Thai PBS) และเฟซบุ๊กของสมาคมกีฬาจักรยานฯ Thaicycling Association

         สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th และที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thaicycling Association หรือหากมีข้อสงสัยประการใดสามารถส่งคำถามมาที่ “กล่องข้อความ” ในเฟซบุ๊ก โดยจะมีแอดมิน มาตอบคำถามให้ความกระจ่างทุกคำถาม.


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'