เจ๋ง! นักวิจัย มทส. โชว์ 2 ผลงานนวัตกรรมลดแพร่ระบาดเชื้อไวรัส ส่งมอบ รพ.รามาฯ-รพ.วชิระ ใช้ประโยชน์


เพิ่มเพื่อน    

23 เม.ย.63 - ที่อาคารเครื่องมือ 3 ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา รศ.ดร.กนต์ธร ชำนิประศาสน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและพัฒนาความเป็นสากล มทส. เป็นประธานในการแถลงข่าวผลงานวิจัยประกอบด้วย 1.เครื่องกำจัดและกรองอากาศด้วยระบบพลาสมาเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และ 2.เครื่องกำเนิดโอโซนกำลังสูงเพื่ออบกำจัดเชื้อไวรัสในอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่

โดยมี รศ.ดร.ชาญชัย ทองโสภา อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มทส. รศ.ดร.สุรพันธ์ ยิ้มมั่น คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และ พล.ต.ภาณุพงศ์ สุวัณณุสส์ ผู้บัญชาการโรงเรียนช่างฝีมือทหาร สังกัดสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงข่าวผลงานวิจัยและความร่วมมือ

รศ.ดร.ชาญชัย ผู้พัฒนาผลงานวิจัยต้นแบบ เปิดเผยว่าผลงานการพัฒนานวัตกรรมทั้งสองชิ้น สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ประเทศไทยและทั่วโลกต้องรับมือกับภาวะวิกฤติ COVID-19 ในฐานะนักวิจัยจะพัฒนาอุปกรณ์เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วยสู่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ใช้บริการในสถานพยาบาล และในที่ชุมชนหนาแน่น จึงได้พัฒนาผลงานวิจัยจำนวน 2 เครื่องดังกล่าว โดยมีระบบการทำงานดังนี้

1.เครื่องกำจัดและกรองอากาศด้วยระบบพลาสมาเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เป็นการออกแบบเพื่อสร้างเครื่องกำจัดเชื้อไวรัสในอากาศและตัวกรองอากาศทดแทนการใช้ตัวกรองอากาศแบบ HEPA filter ด้วยระบบพลาสมา เครื่องกำจัดเชื้อไวรัสในอากาศด้วยระบบพลาสมานั้นจะทำหน้าที่ในการดูดอากาศโดยรอบจากด้านบนของตัวเครื่อง ในระยะหวังผลประมาณ 15 เมตร หรือเทียบเท่ากับปริมาณอากาศที่ 300 ลูกบาศก์เมตร/นาที ผ่านเข้ามาในชุดกำเนิดพลาสมา

ทั้งนี้ เชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสที่รวมมากับอากาศจะถูกกำจัดออกไป และเครื่องจะส่งอากาศบริสุทธิ์ที่ดีออกทางด้านล่างของตัวเครื่องแทน ซึ่งอากาศที่ถูกปล่อยออกมาจะมีความปลอดภัยต่อมนุษย์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน โดยเครื่องที่ออกแบบในครั้งนี้ มีขนาด กว้าง 0.6 X 1.2 X 2.5 เมตร มีกำลังงานไฟฟ้าที่ 500 W มีต้นทุนค่าใช้ไฟฟ้าเพียงชั่วโมงละ 2 บาท

ส่วนตัวกรองอากาศแบบพลาสม่าที่ออกแบบใช้ทดแทนกรองอากาศแบบ HEPA filter ซึ่งเป็นการกรองอากาศที่ต้องใช้แผ่นกรองในการดักจับอนุภาคขนาดเล็กในอากาศ แผ่นกรองอากาศในลักษณะนี้จะต้องมีการทำความสะอาดทุก ๆ เดือน เนื่องจากการสะสมของฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่เข้าไป ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานนั้นลดลงและจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนในทุก ๆ ปี อีกทั้งยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณและการบำรุงรักษา รวมถึงปัญหาการทิ้งทำลายที่ต้องอยู่ในการควบคุมทางสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวยังสามารถออกแบบให้อุปมีขนาดและรูปทรงที่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและการใช้งานในพื้นที่จริงได้อีกด้วย เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สถานีขนส่ง รวมถึงสถานที่ชุมชนแออัด เป็นต้น

2.เครื่องกำเนิดโอโซนกำลังสูงเพื่ออบกำจัดเชื้อไวรัสในอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ เป็นการออกแบบสร้างเครื่องกำเนิดโอโซนกำลังสูงเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสสำหรับชุดและอุปกรณ์สวมใส่ รวมถึงเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ เช่น ชุดกาวน์ หน้ากาก หมวก รองเท้า เตียงนอนและรถเข็น เป็นต้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถใช้งานได้จริงในพื้นที่ของโรงพยาบาลหรือที่อื่น ๆ ระบบมีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อไวรัส ปลอดภัย ลดระยะเวลาในการฆ่าเชื้อโรคและประหยัดงบประมาณในการนำเข้า สามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยและการสะสมของเชื้อไวรัสได้

โดยเครื่องกำเนิดโอโซนกำลังสูงที่ออกแบบมาในครั้งนี้มีขนาด กว้าง 0.9 X 1 X 0.5 เมตร สามารถผลิตก๊าซโอโซน (O3) ได้สูงสุดที่ 100g/ชม. กำลังงานโดยรวมเท่ากับ 1.5KW มีรูปแบบในการทำงานที่สำคัญคือ เป็นเครื่องที่ผลิตก๊าซโอโซนจากอากาศหรือจากก๊าซออกซิเจน 100 % (O2) โดยตรง โดยอากาศจะถูกดูดเข้ามาในชุดผลิตก๊าซโอโซน ซึ่งจะใช้วงจรแบบ Corona Discharge ซึ่งถือว่าเป็นวงจรที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด ทำให้ได้ปริมาณก๊าซโอโซนในปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็วและประหยัดพลังงานสูงสุด มีต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพียงชั่วโมงละ 5 บาท มีระบบการระบายความร้อนด้วยน้ำ และระบบป้องกันไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ สามารถปรับขนาดกำลังงานได้ตามขนาดของพื้นที่ในการใช้งาน เคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะสำหรับการใช้อบกำจัดเชื้อโรคภายในห้องผู้ป่วย และการอบกำจัดเชื้อโรคที่เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขนาดใหญ่ อาทิ เตียงและเก้าอี้ผู้ป่วย เป็นต้น

ทั้งนี้ ระยะเวลาในการอบกำจัดเชื้อไวรัส ตามมาตราฐานของ FDA (USA) กำหนดไว้ที่ 1.5 ppm เป็นเวลา 4 นาที ถ้าขนาดห้องผู้ป่วยหรือห้องที่ต้องใช้อบฆ่าเชื้อ มีขนาดพื้นที่เท่ากับ 125 ลูกบาศก์เมตร ก๊าซโอโซนที่ได้จากการอัดอากาศที่100 ลิตร/นาที จะใช้เวลาเพียง 2 นาที ในการผลิตก๊าซโอโซนให้ได้ค่ามาตราฐานที่ 1.5 ppm ตามที่ FDA (USA) กำหนดไว้ และถ้าใช้ก๊าซออกซิเจน 100% แทนการอัดจากอากาศทั่วไประยะเวลาในการผลิตก๊าซโอโซนจะสั้นลงอีกหลายเท่าตัว ซึ่งเครื่องยังสามารถออกแบบได้หลากหลายขนาดตามการใช้งาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ได้มีความร่วมมือทำการทดสอบทางคลินิกพร้อมประเมินผลร่วมกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และจะนำไปติดตั้งใช้งานจริงที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลวชิระ โดยทีมวิจัยมีความยินดีที่จะมอบเทคโนโลยีทั้ง 2 ผลงานวิจัยให้เป็นสาธารณะประโยชน์ โดยในขณะนี้ทางโรงเรียนช่างฝีมือทหารได้เตรียมพร้อมในการที่จะนำเทคโนโลยีไปขยายผลและผลิตเพื่อมอบให้โรงพยาบาลและสังคมในลำดับต่อไป

สำหรับผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.ปีติกมล คงสมัย สำนักงานจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โทร. 095-8145910 อีเมลล์ peetikamol.k@g.sut.ac.th ได้ทุกวันและเวลาทำการ


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'