ป้อมเบรกโละหัวพปชร. สมคิดดิ้นรับมือแก๊งป่วน


เพิ่มเพื่อน    

 จบแล้ว! "บิ๊กป้อม" ลั่นปัญหาภายใน "พปชร." สั่งลูกพรรคหยุดเคลื่อนไหวเรียกร้องปรับ ครม.-เปลี่ยนหัวหน้าพรรค "สมคิด" นำทีมถก "ธรรมนัส-อุตตม-สนธิรัตน์-สุริยะ" รับมือก๊วนป่วน เชื่ออีกฝั่งไม่จบง่ายๆ "เสี่ยแฮงค์" ปัดกดดัน ย้ำยังไม่ใช่เวลาของการเมือง

    ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค พปชร.และการเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค รวมทั้งปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า "อะไร ไม่มีอะไรๆ"
    ถามว่าปัญหาจบแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "จบแล้วๆ"
    ซักอีกว่าจะไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคแล้วใช่หรือไม่ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.กล่าวว่า "ไม่มีๆ"
    พอถามว่าทำไมจึงมีคนอยากให้ท่านเป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว
    มีรายงานจากพรรค พปชร.ว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมออกมาเบรกความขัดแย้งภายในพรรค พปชร. ด้วยการระบุว่าตนเองเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจปรับ ครม.เพียงคนเดียวเมื่อวันก่อน โดยมีข่าวว่ากลุ่มนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.และประธานวิปรัฐบาล กับนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และประธาน ส.ส.พรรค พปชร.เคลื่อนไหวต้องการให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค พปชร. และยังล็อบบี้ให้กรรมการบริหารพรรค  (กก.บห.) คนอื่นๆ ยื่นใบลาออกจาก กก.บห.ให้สัดส่วนเหลือไม่ถึงครึ่ง เพื่อให้ กก.บห.ชุดปัจจุบันสิ้นสภาพโดยอัตโนมัติ จะได้เลือก กก.บห.ชุดใหม่นั้น ปรากฏว่าหลังพยายามล็อบบี้แล้วเสียงไม่เพียงพอ  จึงพับแผนการดังกล่าวลง รวมทั้งชะลอการยื่นใบลาออกจาก กก.บห. 
    "ล่าสุด พล.อ.ประวิตรได้ต่อสายไปยังกลุ่มต่างๆ ในพรรคที่เคลื่อนไหวอยู่ ให้ยุติการให้ข่าวเรื่องนี้และเรื่องปรับ ครม. อย่าไปให้ข่าวหรือตอบโต้ต่อสู้กัน เพราะข่าวที่ออกมาในช่วงนี้ไม่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมืองไม่ใช่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน รวมถึงทำให้ภาพของพรรคในสายตาคนภายนอกดูแตกแยก" แหล่งข่าวระบุ
    ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมนายอุตตม สาวนายน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรค ร่วมหารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 
    มีรายงานข่าวว่า ในการหารือครั้งนี้เพื่อวางท่าทีจากนี้ไปจะดำเนินการอย่างไร แม้แผนที่อีกฝั่งพยายามล็อบบี้ให้กรรมการบริหารพรรคลาออกได้เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง แต่เชื่อว่าจะไม่จบง่ายๆ รวมถึงประเมินเสียงทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 
    นอกจากนี้ มีรายงานว่าในวันที่ 30 เม.ย. ร.อ.ธรรมนัสจะนำ ส.ส.ในกลุ่มซึ่งมีประมาณ 10 กว่าคนไปนั่งรับประทานข้าวกลางวันร่วมกับนายสนธิรัตน์ที่กระทรวงพลังงานเพื่อให้กำลังใจ
    ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.) และรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อโดนปรับ ครม.ว่า ส่วนตัวไม่น้อยใจ เป็นเรื่องปกติธรรมดา อย่ายึดมั่นถือมั่น ทุกอย่างอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ 
    "ขอถามว่าในช่วงสถานการณ์วิกฤติขนาดนี้มาคิดเรื่องการเมืองได้อย่างไร วันนี้ต้องช่วยกันทำงาน เพื่อตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้ การที่จะมานั่งดึงเกมทางการเมืองในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตินั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่เหมาะสม" นายสุวิทย์กล่าว
    ถามว่าตรงนี้เป็นปัญหาภายในพรรค พปชร.เองใช่หรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ  เพียงแต่ก็ต้องมีเรื่องของสามัญสำนึกว่าวันนี้ควรทำเรื่องใดก่อน หลังการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คิดว่ารัฐบาลทำได้ดีขึ้นแล้ว จากนั้นต้องมาว่าเรื่องเศรษฐกิจ สร้างงาน ตรงนี้คือเรื่องที่มีความสำคัญ ชั่วโมงนี้ถ้ามาพูดเรื่องการเมืองตนว่าคงไม่เหมาะสม นายกรัฐมนตรีเองก็ชัดเจนว่าชั่วโมงนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง และคนที่จะตัดสินเรื่องนี้ก็คือนายกฯ คนเดียว ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยกับใคร เพราะส่วนใหญ่ทำงานไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับในพรรค
    "ผมเองไม่คิดว่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นในชั่วโมงนี้ คนที่ตัดสินเรื่องนี้ได้อยู่ที่นายกฯ เพียงคนเดียว ส่วนที่มีชื่อผมจะถูกปรับออกจาก ครม.ถึง 2 ครั้ง ส่วนหนึ่งเพราะไม่มี ส.ส.ในมือ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ผมทำงานเพื่อประเทศ ไม่ได้ทำงานเพื่อพรรคอย่างเดียว เมื่อถึงวันหนึ่งที่ภารกิจผมจบ หรือถึงจุดหนึ่งที่นายกฯ บอกว่ามีคนที่เหมาะสมมาทำต่อได้ดีกว่า ผมก็ยินดีเสมอ พร้อมที่จะไปถ้านายกฯ บอก ผมมาไม่ได้ยึดติดตำแหน่ง" นายสุวิทย์กล่าว
    ถามว่านายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีชื่อมาเป็น รมว.การอุดมศึกษาฯ เหมาะสมหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่าก็อยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ประชาคมมหาวิทยาลัยจะตอบรับหรือไม่ ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทย ถึงกระแสข่าวความขัดแย้งในพรรคกดดันให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อทราบข่าวรู้สึกตกใจ เพราะเวลานี้ไม่ควรจะมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง และยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะพูดเรื่องปรับ ครม.
    "ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากทุกคนควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ร่วมกับรัฐบาลมากกว่า หลังจากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายค่อยมาว่ากัน เวลานี้ไม่ใช่เวลาของการเมือง" นายอนุชากล่าว
    ถามว่ามีกระแสข่าวหากปรับ ครม.จะไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอนุชา กล่าวว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีการต่อรองกับใครในช่วงเวลานี้ทั้งนั้น ไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากไหน และมีวัตถุประสงค์อะไร  
    เมื่อถามว่าหลังมีกระแสข่าวออกมาได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรค พปชร.แล้วหรือยัง นายอนุชากล่าวว่ายังไม่ได้พูดคุยกัน และรู้สึกเห็นใจ ตนมองว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเป็นใครก็ได้ ขอให้เป็นคนที่รักพรรคจริง ทุ่มเทให้พรรค ทำพรรคให้เดินไปข้างหน้า 
    "เรามีความตั้งใจที่จะทำให้พรรคเป็นที่พึ่งพาของประชาชนในระยะยาว ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ซึ่งไลน์กลุ่มของพรรคที่หลุดออกมายอมรับส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรค" นายอนุชากล่าว
    นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ? (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของแกนนำ ส.ส.บางกลุ่มในพรรค ที่กดดันให้เปลี่ยนหัวหน้าและเลขาธิการพรรค โดยปรากฏว่ามีชื่อของ พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา หรือเสธ.อ้น สมาชิกวุฒิสภา เข้ามาเกี่ยวข้องและแสดงความเห็นต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรคว่า พรรค พปชร.ยืนยันว่า พล.อ.กนิษฐ์ไม่ได้มีบทบาทอะไรภายในพรรค เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรรค ต้องขอยืนยันให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ถูกนำไปกล่าวหาว่ามีบุคคลภายนอกมาครอบงำพรรค อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตการแสดงความเห็นของ พล.อ.กนิษฐ์ ซึ่งเป็น ส.ว.กำลังแสดงตนฝักใฝ่ทางการเมือง ซึ่งถือว่าขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่. 
 


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน