มติเดิมไม่เลื่อนแบนสารพิษ เดินหน้าร่างระเบียบ4ฉบับ


เพิ่มเพื่อน    

 บอร์ดวัตถุอันตรายไม่เลื่อนแบนพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส ยึดมติเดิมบังคับใช้ 1 มิ.ย.63 เดินหน้าร่างกฎหมาย-ระเบียบ ก่อนชง ครม.เห็นชอบ สั่งกรมวิชาการเกษตรหาสารทดแทนโดยศึกษาจากต่างประเทศ

    เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ได้แก่ ร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการออกประกาศเพื่อกำหนดให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63     โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายให้ความเห็นในประเด็นต่างๆ ทั้งในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม ผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งสภาวการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุขยืนยันให้มีการออกประกาศฉบับนี้ สำหรับผลกระทบในส่วนของการกำหนดปริมาณสารตกค้างในผลิตภัณฑ์อาหารนั้น กระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว จะพิจารณาและกำหนดให้เหมาะสมต่อไป
    "คณะกรรมการได้มีการลงมติ โดยมีกรรมการอยู่ในห้องประชุมจำนวน 24 ท่าน และมีผู้เห็นด้วยจำนวน 17 ท่าน ไม่เห็นด้วยจำนวน 6 ท่าน งดออกเสียงจำนวน 1 ท่าน สรุปได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบในร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... โดยมีการให้ข้อสังเกตรวมทั้งข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำหนดมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้มีผลกระทบต่อฝ่ายต่างๆ น้อยที่สุด" นายสุริยะระบุ
    ดังนั้น จึงไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปถึงสิ้นปี 2563 ตามข้อเสนอของนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ส่วนวัตถุอันตรายไกลโฟเซตให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ทั้งนี้ ขอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปหาข้อมูลว่าประเทศอื่นที่แบนสารอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส มีการใช้สารทดแทนอะไรบ้าง  และให้กลับมานำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ในการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนับจากนี้ไป
    สำหรับการรับรองรายงานการประชุมและการรับรองมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 เกี่ยวกับการพิจารณายกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตรนั้น ที่ประชุมยืนยันว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่มีการรับรองโดยที่ประชุมถูกต้องแล้ว แต่สำหรับการรับรองรายงานการประชุมนั้น ในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารับรองรายงานอีกครั้งหนึ่ง และมีมติโดยเสียงส่วนใหญ่รับรองรายงานการประชุมดังกล่าว โดยมีกรรมการบางคนแจ้งขอสงวนสิทธิ์ไม่รับรองรายงาน 
    อย่างไรก็ตาม นอกจากการพิจารณาเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทางการเกษตร ยังได้มีการพิจารณาในเรื่องอื่นๆ เช่น มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบในร่างระเบียบ/ประกาศ จำนวน 4 ฉบับ ที่เสนอโดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย  (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ได้แก่ การกำหนดด่านศุลกากรที่นำเข้า-ส่งออก-นำผ่านวัตถุอันตราย การผ่อนผันการปฏิบัติสำหรับการนำกลับเข้ามาหรือการส่งกลับออกไป
    หลังจากนี้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะนำไปเสนอรัฐมนตรี (ครม.) หรืออธิบดีของแต่ละหน่วยงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป และให้มีการปฏิบัติงานของคณะกรรมการวัตถุอันตรายและหน่วยงานผู้รับผิดชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 9 คณะ เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ให้ความเห็น หรือดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่น คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร, คณะอนุกรรมการควบคุมการโฆษณา เป็นต้น
    ในช่วงเช้าก่อนการประชุมบอร์ดวัตถุอันตราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขมีความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีทั้งสามชนิด คือ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาทุกกรณี และไม่มีเหตุผลที่จะขยายเวลาอีกต่อไป ขอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายคำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก
    นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะผลิตอาหารปลอดภัย เกษตรปลอดภัย นี่คือสิ่งที่เราดำเนินการมาตั้งแต่ต้น  เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต
    "สารเคมีทุกตัวมีความอันตรายไม่ใช่เฉพาะแค่ 3 สารนี้ สารเคมีตัวอื่นผมก็ได้เสนอและชี้แจงไปในสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่าควรจะมีมาตรการจำกัดการใช้เหมือนกันทั้งหมด เพราะสารเคมีอันตรายทุกตัวครับ ผมยืนยันแนวคิดเดิม ต้องทำให้เกษตรเราปลอดภัย ให้ผู้บริโภคปลอดภัย ผลิตอาหารที่ปลอดภัย  การแบนสารไม่ควรเลื่อนไปปลายปี เพราะฉะนั้นเห็นว่าถ้ามติออกมาเป็นอย่างไรก็ควรดำเนินการตามมตินั้น" รมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุ.