พ่อค้าไล่ผู้โดยสารรถไฟ


   

    การรถไฟฯ จนหนัก ถึงขนาดให้พ่อค้าเช่าม้านั่งโดยสารขบวนรถไฟวางสินค้าที่จะเอาไว้ขาย อ้างเป็นขบวนรถที่ไม่มีตู้เสบียง ถูกถ่ายรูปเอามาประจานในโลกออนไลน์หลังไล่เด็กไปนั่งกับพื้น แถมประกาศข้องใจให้โทร.ถามผู้ว่าการการรถไฟฯ ต้องเรียกมาปรับแก้เกี้ยว 
    เมื่อวันพุธ ผู้ใช้นามว่า "นายอู สุทธิศักดิ์" ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ลงในสังคมออนไลน์ เป็นภาพชายคนหนึ่งไล่ผู้โดยสารที่กำลังนั่งอยู่บนขบวนรถไฟ เพื่อที่จะใช้เบาะที่นั่งนั้นวางของ สินค้าต่างๆ ที่ใช้สำหรับขายให้ผู้โดยสารคนอื่นบนรถไฟ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “ไล่เด็กไล่ผู้โดยสารให้ลุกไม่ให้นั่ง บอกว่าเช่าไว้ขายของ แล้วพี่แกยังบอกว่าถ้าข้องใจให้โทร.ถามผู้ว่าการรถไฟ ที่นั่งบนรถไฟเช่าวางขวดน้ำ ถังน้ำแข็งใหญ่ไว้ขายได้ด้วย แบบนี้ก็ได้เหรอ พี่เช่ากับใคร ใครให้พี่เช่ากันครับ? อยากรู้จัง” อีกทั้งยังระบุอีกว่า เขาบอกเช่าไว้ 8 ที่นั่ง ไว้วางของขาย ห้ามผู้โดยสารนั่ง สงสารเด็กน้อยต้องนั่งพื้น
    นายสุพัทร์ วรวัฒน์นุทัย รอง ผอ.ฝ่ายบริการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา บนขบวนรถด่วนรถดีเซลราง เส้นทาง กทม.-หนองคาย โดยบริเวณที่นั่งที่เกิดเหตุไล่ผู้โดยสารนั้น เป็นพื้นที่ที่ รฟท.ให้สิทธิ์แก่ผู้ประกอบการในการเช่าเพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มบนขบวนรถดังกล่าวจริง ซึ่งให้เช่าพื้นที่รวมจำนวน 8 ที่นั่งต่อ 1 ขบวน สาเหตุที่ต้องให้เช่าเนื่องจากรถไฟดีเซลรางที่วิ่งระยะไกลจะไม่มีตู้เสบียง รฟท.จึงจำเป็นต้องนำที่นั่งบางส่วนมาให้ผู้ประกอบการเช่าเพื่อเก็บสินค้า เช่น อาหาร และน้ำจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางระยะไกล
    นายสุพัทร์กล่าวว่า แม้ผู้ประกอบการจะมีสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็ไม่ควรที่จะแสดงวาจาหรือพฤติกรรมที่ไม่สุภาพต่อผู้โดยสารรายอื่น ควรชี้แจงให้ผู้โดยสารรับทราบด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ซึ่งกรณีนี้พบว่ามีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ไม่เหมาะสม ถือว่าเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขสัญญาให้เช่าสิทธิ์บนขวนรถไฟ ดังนั้นในวันที่ 4 เม.ย. ทาง รฟท.ได้เชิญเจ้าของสิทธิ์พื้นที่เช่ามาสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงว่าพนักงานของผู้ประกอบการมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รฟท.จึงได้ดำเนินการลงโทษปรับเป็นเงินจำนวน 2 พันบาท พร้อมทั้งตักเตือนห้ามไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก ซึ่งผู้ประกอบการก็ยอมรับผิด นอกจากนี้ รฟท.จะทำหนังสือขอให้ผู้ประกอบการรายดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงมาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
    นอกจากนี้ รฟท.ยังเตรียมทำหนังสือไปยังผู้ประกอบการที่เช่าสิทธิ์ขายอาหารบนขบวนรถไฟทั้งหมดซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 17 ขบวน ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการพูดจากับผู้โดยสารให้สุภาพ รวมทั้งให้ผู้ตรวจบนขบวนรถกวดขันดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้นำป้ายมาติดแสดงให้ผู้โดยสารรับทราบว่าเป็นที่นั่งที่ไว้ใช้สำหรับการขายอาหาร
    ขณะที่นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวยอมรับเช่นกันถึงการให้เอกชนเช่าที่นั่งวางสินค้า ทั้งนี้ อนุญาตให้ผู้เช่าใช้พื้นที่ในรถโดยสารได้ไม่เกิน 2 ช่องหน้าต่างด้านตรงข้ามกัน (8 ที่นั่ง รวมทั้งบนหิ้งและใต้ม้านั่งบริเวณนั้นเท่านั้น) ติดกับที่ทำการพนักงานรักษารถ โดยผู้เช่าจะมีพนักงานบริการไปกับขบวนรถเพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้กับผู้โดยสารบนขบวนรถ ปัจจุบันการรถไฟฯ ได้ทำสัญญาเช่าสิทธิ์ดังกล่าวกับขบวนรถที่ไม่มีตู้เสบียง จำนวน 17 ขบวน และในพื้นที่ที่กำหนดให้จะต้องมีป้ายบอกสำรองที่ให้ชัดเจน จัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ และมีบัตรประจำตัวให้ตรวจสอบ. 


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย