"ช้างศึก"ชุดใหญ่ต้องเลือก เก็บตัวยุโรปหรือในบ้าน


เพิ่มเพื่อน    

ความคืบหน้าการทีมทีมนักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ สำหรับการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 และ การแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019 ที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ภายใต้การคุมทีมของ มิโลวาน ราเยวัช มีโปรแกรมเก็บตัว ในช่วงการแข่งขันหลังจากที่ฟุตบอลลีกภายในประเทศจบเลกแรกในวันที่ 26 พฤษภาคม 2561 โดยมีสองทางเลือกคือการเดินทางไปทวีปยุโรป หรือเก็บตัวในประเทศไทย ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรระดับนานาชาติจำนวน 1 นัด 

          นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าวว่า "ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็ได้มีการพูดคุยกันเรื่องการเก็บตัวของทีมชาติไทยกับทางสโมสรสมาชิกในระดับ ไทยลีก 1 และ ไทยลีก 2  ซึ่งก็วางสองทางเลือก คือการพาทีมชาติชุดใหญ่ไปเก็บตัวที่ยุโรป และทางเลือกสอง ก็คือเก็บตัวในไทย ในส่วนตรงนี้ก็ต้องรอสรุปกับทางนายกสมาคมฯ และทาง มิโลวาน ราเยวัช อีกที ก็ต้องขอบคุณทุกสโมสรที่ร่วมแสดงความเห็นและเสนอแนะมาให้กับทางสมาคมฯ"

          ขณะที่ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และ โฆษกสมาคมฯ กล่าวเสริมว่า "ทาง มิโลวาน ราเยวัช ได้แจ้งความจำนงว่ามีความกังวลเกี่ยวกับฟีฟ่า เดย์ ช่วงครึ่งปีหลัง เพราะสโมสรมีเกมการแข่งขันในลีกที่แน่น และยังเป็นช่วงที่สำคัญ เพราะจะมีการตัดสินเรื่องการลุ้นแชมป์และหนีตกชั้นค่อนข้างตึงเครียด นั่นหมายความว่า ฟีฟ่า เดย์ ในช่วงกันยายนนั้น เราจะคืนช่วงเวลานั้นให้กับทางฟุตบอลลีก โดยไม่มีการหยุดพักในช่วงดังกล่าว"

          "และเราก็จะขอเวลาในช่วงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก เพราะมันกลายเป็นธรรมเนียมแล้วว่า 21 วันก่อนฟุตบอลโลก ทีมชาติต่างๆจะมีการทดลองจัดตัวผู้เล่นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฟุตบอลโลก เพราะลีกยุโรปก็จบหมดแล้ว ดังนั้นทีมชาติต่างๆก็จะหาทีมอุ่นเครื่อง แม้บางทีมจะไม่ได้ไปฟุตบอลโลกเองก็ต้องการหาทีมทำการแข่งขัน"

          "เราก็เลยมองว่าเรามีสองทางเลือก หนึ่งคือเดินทางไปยุโรป ซึ่งข้อดีก็คือ จะทำให้เรามีสมาธิ, เวลา, คุณภาพ, สภาพแวดล้อม, สนามซ้อม, การใส่แท็คติก และการอยู่ร่วมกันจะดีกว่าที่ประเทศไทย และจะทำให้โค้ชได้รู้จักนักกีฬามากขึ้น”

          “ส่วนทางเลือกที่สอง คือการเก็บตัวที่ประเทศไทย และทำการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติหนึ่งเกมกับทีมที่มี ฟีฟ่า แรงกิ้ง สูงกว่า ซึ่งวันนี้ก็ชี้แจงและเรียนให้สโมสรสมาชิกได้ทราบ และได้รับความเห็นมาบ้าง โดยทางสมาคมฯ ก็จะรีบสรุปและประกาศต่อไป"

          "ตอนนี้ เราก็ทำไปทั้งสองทาง และทั้งสองแบบก็พร้อมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ว่าเราว่าจะเลือกแบบไหนก่อนจะลงนามเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ โดยตอนนี้ก็รอทางฟีดแบ็คจากทางสโมสรอีกครั้ง ซึ่งฟีดแบ็คในห้องประชุมก็ได้มองเห็นข้อดีและข้อเสียของทั้งสองทางเลือก"

          "เพราะการไปที่ยุโรป จะทำให้เราได้เตรียมแผนการเล่นยามเป็นทีมเยือน ซึ่งทีมชาติไทยเคยเล่นในบ้านมาแล้วในคิงส์ คัพ ขณะที่เราจะต้องเตรียมทีมในเรื่องของการไปเยือน ทั้งใน ซูซูกิ คัพ และ เอเชียน คัพ ดังนั้นเราก็อยากจะมีการเตรียมความพร้อมเรื่องภาวะการเดินทาง และการเล่นเป็นทีมเยือนดูบ้าง ถ้าทำได้ตามนี้ก็ดี แต่ทางสโมสรเองก็ต้องการให้นักเตะได้พักผ่อนเต็มที่ในช่วงพักเบรค ถ้าซ้อมในประเทศ จะมีการดูแลอย่างใกล้ชิด และเมื่อเกิดอาการบาดเจ็บก็จะมีการช่วยเหลือและฟื้นฟูได้เร็วกว่า"

          "คือในช่วงพฤษภาคม มันเป็นช่วงพักเบรคอยู่แล้ว แน่นอนว่าจะไม่กระทบต่อปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลลีก และเราจะไม่มีการแข่งขันระดับทีมชาติในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฟีฟ่า เดย์ แต่ในขณะเดียวกันอาจจะมีผลกระทบต่อบางสโมสร ที่มีนักเตะต่างชาติที่ต้องถูกเรียกตัวติดทีมชาติแทน"

          สำหรับการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ในปีนี้จะมีเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน โดยไม่มีเจ้าภาพ โดยจะจัดในช่วงระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม 2561 ขณะที่ฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019 ที่ สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 5 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2562


เห็นเขาล่ารายชื่อ....... คัดค้าน "ยุบอนาคตใหม่" กันครึกโครมตามโซเชียลมีเดีย ผมก็พลอยคึกตามไปด้วย

จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'
ได้อะไร 'ในเสีย' ที่โคราช?